
12 ขนไก่คืนทีมชาติ แต่ยังตั้งแง่สมาคมแบด!
12 นักตบลูกขนไก่ชุดงัดข้อสมาคมแบดมินตัน พร้อมคืนทีมชาติลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่อินเดีย ระหว่าง 12-18 เม.ย.นี้แบบมีเงื่อนไขต้องขอดูข้อแม้ของสมาคมว่าจะมีแนวทางปฏิบัติกับนักกีฬาอย่างไร พร้อมเดินหน้าทวงเงินค่าที่พัก ฝากถาม "เจริญ วรรธนะสิน" เคยรับปากว่าจะให้
ความเคลื่อนไหวของวงการแบดมินตันไทย จากกรณีที่นักกีฬาทีมชาติชุดใหญ่รวม 12 คน และกลุ่มสตาฟฟ์โค้ชอีก 4 คน ออกมาประกาศขอแยกตัวจากสมาคมแบดมินตัน โดยให้เหตุผลว่าไม่พอใจการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารสมาคมที่มี ศ.เจริญ วรรธนะสิน เป็นนายกสมาคม โดยเบื้องต้นได้ถอนตัวไม่เล่นให้ทีมชาติในการแข่งขันแบดมินตันโธมัสคัพ และอูเบอร์คัพ รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ จ.นครราชสีมา ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดแหล่งข่าวจากกลุ่มคณะนักลูกขนไก่ชุดดังกล่าวได้เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่า นักกีฬาทั้งหมดพร้อมกลับมาเล่นในนามทีมชาติไทยให้สมาคมแบดมินตันอีกครั้ง ในการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์เอเชีย หรือเอเชีย แชมเปี้ยนชิพ ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 12-18 เมษายนนี้ โดยขณะนี้นักกีฬาทั้งหมดฝึกซ้อมเตรียมตัวอย่างเต็มที่แล้ว
"อย่างไรก็ตาม ในการกลับมาเล่นทีมชาติครั้งนี้ คณะนักกีฬาทั้งหมดก็คงต้องดูเงื่อนไขของสมาคมด้วยว่าจะเป็นเช่นไร เพราะที่ผ่านมาสมาคมก็ได้ส่งตัวแทนคือ นายไตรรงค์ ลิ่มสกุล มาเจรจาในเรื่องนี้ครั้งหนึ่งแล้ว โดยบอกว่าการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันรายการนี้เป็นสิทธิ์ของสมาคม ทั้งที่หากดูตามอันดับโลกที่จะส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันแบบเต็มที่ คือเดี่ยว 4 มือ และคู่อีกอย่างละ 4 มือ นักกีฬาในกลุ่มนี้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้ลงแข่งขันครบอยู่แล้ว"
ขณะเดียวกันอีกเรื่องที่ต้องนำมาหารือกันเพื่อประกอบการตัดสินใจก็คือ การแข่งขันแบดมินตันอาชีพของไทย ที่สมาคมพยายามออกระเบียบมาเพื่อบังคับให้นักกีฬาต้องลงแข่งรอบคัดเลือกทั้ง 3 สนาม ถึงจะมีสิทธิ์รับเงินรางวัลที่ได้ ทั้งที่การเล่นบางสนามนั้น เงินรางวัลที่ได้แทบจะไม่คุ้มกับค่าเดินทาง ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม เนื่องจากนักกีฬาบางคนหากชนะในสนามแรก คะแนนสะสมก็สามารถเข้าไปเล่นในสนามสุดท้าย คือรอบชิงชนะเลิศได้ โดยไม่ต้องลงอีก 2 สนามให้เปลืองค่าใช้จ่ายก็ได้
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมาคมนั้น นักกีฬารายเดิมกล่าวว่า อีกเรื่องที่กลุ่มนักกีฬายังติดใจก็คือ เรื่องเงินค่าที่พักรวมเกือบ 1 ล้านบาท ที่สมาคมยังไม่ได้จ่ายให้แก่นักกีฬา โดยประเด็นที่คาใจไม่ได้อยู่ที่ว่าตามระเบียบสมาคมจะต้องจ่ายให้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาถือเป็นธรรมเนียมที่สมาคมเคยปฏิบัติมาตลอด ในการจ่ายเงินให้นักกีฬา และในครั้งนี้ก็อยากถามไปยังตัวนายกสมาคมว่า เคยรับปากกับนักกีฬาว่าจะจ่ายให้หรือไม่ เพราะนักกีฬาเองก็มีหลักฐานชัดเจนว่านายกสมาคมเคยรับปากไว้ จึงได้ออกมาทวงถามในเรื่องนี้



