
ผู้ว่าฯอุดรธานีเชิญขวัญชัย-ส.ส.เพื่อไทยหารือก่อนเข้ากทม.
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 8 มีนาคม 53 ที่ห้องคำชะโนด ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี ได้เชิญ นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร พร้อม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย
ประกอบด้วย นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ , นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น , นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม , พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ , นายอนันต์ ศรีพันธ์ และนายวิเชียร ขาวขำ ประธาน ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมประชุมปรึษาหารือในการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจาก 6 จังหวัดภาคอีสานตอนบน จะมาร่วมชุมนุมใหญ่ที่สนามทุ่งศรีเมือง เทศบาลนครอุดรธานี ในวันที่ 11 มีนาคม ก่อนที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่ กทม.ในวันที่ 12 มีนาคม โดยมี นายวิเชียร ปิยะวรากร ปลัดจังหวัด , พล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.อ.อำนวย จุลโนนยาง เสนาธิการ มทบ.24 , ตัวแทนจากกรมทหารราบที่ 13 , กองบิน 23 และ ตชด.24 เข้าร่วมประชุม
กลุ่ม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกล่าวถึงการที่ต้องมีการชุมนุมและเดินทางเข้าร่วมชุมนุมกับทาง นปช.ที่ กทม.สรุปว่า การเดินทางเข้า กทม.ในวันที่ 12 มีนาคม ขอยืนยันว่า ส.ส.ทุกคน ไม่ได้นำประชาชนเข้าไปก่อให้เกิดความวุ่นวาย แต่หากเกิดความรุนแรงขึ้น ยืนยันได้ว่าเกิดจากมือที่ 3 รวมถึงหากการเดินทางเข้า กทม.มีการตั้งด่านตรวจคนเสื้อแดงตามเส้นทางมากผิดปกติเกินไป อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นในระหว่างทาง เพราะคนเสื้อแดงไม่มีหัวนำ หากตั้งด่านตรวจมาก ก็ห่วงว่าจะเป็นประเด็นให้เกิดความรุนแรงขึ้นมา
ส่วนการที่จะให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ ไม่ไปร่วมชุมนุมที่ กทม.เรื่องนี้คงไปเกี่ยวข้อง เพราะการที่คนเสื้อแดงลงไปร่วมชุมนุม เพราะต้องการประชาธิปไตยเท่านั้น หากว่าการชุมนุมที่ กทม.เกิดความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจากมือที่ 3 หรือใครก็ตาม แต่ไม่ใช่จากคนเสื้อแดง เพราะคนเสื้อแดงชุมนุมด้วยความสงบ สันติ ถึงประชาชนอยู่ที่อุดรธานี เขาก็คงไม่พอใจ และต้องเกิดความรุนแรงขึ้นเช่นเดียวกับที่ กทม.เพราะขณะนี้ความแตกแยกได้เลยเถิดเกินไปที่จะสร้างความสามัคคีไปแล้ว เพียงแค่รัฐบาลยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงก็จะจบลงทันที
นายขวัญชัย กล่าวว่า การที่ทุกคนมองไปว่าชมรมคนรักอุดรและตน เป็นกลุ่มสร้างความรุนแรง ตนเสียใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 ที่ทำให้ชมรมคนรักอุดรตกเป็นแพะรับบาป จากการเตรียมการของกลุ่ม พธม.ตนไม่ใช่เป็นศัตรูของ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฉะนั้นการชุมนุมในวันที่ 11 มีนาคม ก่อนเดินทางเข้า กทม.วันที่ 12 มีนาคม ที่คนเสื้อแดงจาก 6 จังหวัดอีสานตอนบนจะมาร่วมชุมนุมใหญ่นั้น เป็นการจัดงานรวมพลคนเสื้อแดง เพื่อเตรียมหาทุนค่าน้ำมันรถเข้า กทม.เท่านั้น
“และในวันที่ 11 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศ BBC จะมาทำข่าวการชุมนุมของคนเสื้อแดงด้วย ฉะนั้นมั่นใจได้ว่า การชุมนุมในวันนั้น จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเราต้องรักษาภาพพจน์ของคนเสื้อแดง ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ แต่ถ้าผมถูกจับหรือถูกเจ้าหน้าที่มาปิดสถานียึดเครื่องส่งขึ้นมา เรื่องนี้ผมคงรับปากไม่ได้ เพราะว่าทุกคนเป็นห่วงตนและสถานี ซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนร่วมกันออกเงินซื้อ ” นายชวัญชัยกล่าว
นายอำนาจฯ ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า การที่เชิญนายขวัญชัยฯ และ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย มาร่วมประชุมวันนี้ เนื่องจากต้องการรับทราบปัญหา ตามที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ ผวจ.ดำเนินการ รวมถึงให้สร้างความเข้าใจต่อประชาชน และขอร้องให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ เดินทางลงไปร่วมชุมนุมที่ กทม.น้อยที่สุด นอกจากนี้ทางกระทรวงฯ ได้สั่งการให้มีการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ การดูแลสถานที่ราชการทั่วทั้งจังหวัด การติดตามประเมินสถานการณ์ เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา
“ส่วนการที่ประชาชนจะเดินทางเข้า กทม.ส่วนของ จ.อุดรธานี จะมีการตั้งด่านตรวจเพียง 2 จุด คือ ที่บ้านข้าวสาร ต.โนนสูง อ.เมือง และที่ อ.โนนสะอาด เท่านั้น ซึ่งตนได้สั่งการไปว่า ในการตรวจวันนั้น ขอให้ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความนุ่มนวล เพราะไม่ใช่เป็นการตั้งด่านตรวจสกัดไม่ให้ประชาชนเข้า กทม.แต่เป็นการตั้งด่านอำนวยความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น”ผวจ.อุดรกล่าว
พล.ต.ต.เดชาฯ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า ในเรื่อการตั้งด่านตรวจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจโดยตรงนั้น ขอให้ทางกลุ่มผู้เดินทางเข้าร่วมชุมนุมนั้น มั่นใจว่าจะไม่เกิดการกระทบกระทั่งกันอย่างแต่นอน แต่ต้องขอร้องในเรื่องของการพกพาอาวุธติดตัว หรือติดรถไปด้วย เพราะหากมีการตรวจพบ ก็คงต้องดำเนินการตามกฏหมาย ฉะนั้นอย่าพกพาอาวุธเข้าไปด้วยอย่างเด็ดขาด
โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ หลังการประชุม ผวจ.อุดรธานี พร้อมหัวหน้าส่วนที่มาร่วมประชุม ได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกร่วมกับนายขวัญชัยฯ และ ส.ส.ที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย



