ข่าว

จีนรปภ.เข้มเมืองหลวงทิเบตกันสื่อถามผู้แสวงบุญ

จีนรปภ.เข้มเมืองหลวงทิเบตกันสื่อถามผู้แสวงบุญ

08 มี.ค. 2553

จีนวางกำลังรักษาความปลอดภัยเข้มในเมืองหลวงของทิเบต กันผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ผู้แสวงบุญ

ทหารจีนและกองกำลังสนับสนุนพร้อมอาวุธปืนไรเฟิล ตามฐานทุกแห่งทั่วกรุงลาซา เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองในทิเบต ที่คราคร่ำไปด้วยผู้แสวงบุญ ได้ออกลาดตระเวณและจับตาเข้มงวดเป็นพิเศษ และยังปลอมตัวเป็นพลเรือน หลังจากมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เข้าไปยังกรุงลาซาเมื่อไม่นานมานี้ โดยผู้แสวงบุญได้ออกมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อคารวะพระราชวังโปตาลา ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านขององค์ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณของชาวทิเบต แต่การประจำการของทหารอย่างหนาแน่น รวมถึงพวกที่อยู่ที่ค่ายทหารรอบกรุงโปตาลา ก็แสดงให้เห็นว่า ทหารเหล่านี้ยังควบคุมเมืองหลวงแห่งนี้อยู่

คนขับแท็กซี่และคนในพื้นที่ ต่างระบุว่า พวกทหารพากันถอดเครื่องแบบไปสวมเครื่องแต่งกายแบบพลเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ในช่วงที่ผู้สื่อข่าวเข้าไปในกรุงลาซา และยังการลาดตระเวณในตอนกลางคืน ในพื้นที่ที่ผู้สื่อข่าวถูกห้ามไม่ให้เข้าไปด้วย ซึ่งสัปดาห์นี้ ได้เข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าวิตกสำหรับลาซา ซึ่งเป็นวันครบรอบการลุกฮือของชาวทิเบต เมื่อปี 2502 และลงเอยด้วยความล้มเหลว จนองค์ทะไล ลามะ ต้องลี้ภัยและทำให้ทิเบตต้องอยู่ภายใต้การปกครองของจีนโดยตรงและเมื่อปี 2551 ได้เกิดการประท้วงหลายวัน และบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจล เมื่อวันที่ 14 มีนาคม

การประท้วงได้ลุกลามไปยังชุมชนชาวทิเบตทั่วพื้นที่ 1 ใน 4 ของภูมิภาคทางตะวันตกของจีน และเป็นการลุกฮือต่อต้านจีนอย่างกว้างขวางที่สุด ในรอบครึ่งศตวรรษ อาคารถูกเผา รถยนต์ถูกฝูงชนชาวทิเบตทุบทำลาย โดยมีเป้าหมายอยู่ที่พลเมืองชาวฮั่น และการก่อจลาจลครั้งนี้ ยังเป็นการต้านความพยายามของจีน ที่จะพัฒนาดินแดนในส่วนนี้ โดยปราศจากการขอความร่วมมือจากชาวทิเบตที่ร้องเรียนว่า ชาวฮั่นพากันหลั่งไหลเข้าไปทำงานด้านการพัฒนา ที่คุกคามวัฒนธรรมของชาวทิเบต

ชาวทิเบตจำนวนมาก ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยเข้ม ที่มีทั้งตำรวจกองกำลังสนับสนุน และกล้องรักษาความปลอดภัย มีการจัดการกำลังพลใช้กล่องส่องทางไกลบนหลังคารถไฟ ตามสี่แยกและถนนในบาร์คคอร์ ใจกลางสำคัญของกรุงลาซาด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลอ้างว่า ชาวทิเบตที่ภักดีของรัฐบาลกลางในปักกิ่ง พากันวิตกหลังเกิดการจลาจลรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 คน ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า ผู้สื่อข่าวต่างชาติพากันจับตาอย่างใกล้ชิด และพยายามเล็ดรอดจากการควบคุมของรัฐบาล แต่ก็ยากที่จะสัมภาษณ์คนในพื้นที่ เพราะผู้แสวงบุญพากันไม่ยอมตอบคำถามที่ว่า พวกเขายังศรัทธาในองค์ทะไล ลามะ อยู่หรือไม่