
ตะลุยข่าว : "น้าๆ มาช่วยหนู...ดีใจได้เจอแม่แล้ว"
เพราะต้องการให้ลูกมีวินัย ช่วยเหลือตัวเองได้ และฝึกกล้ามเนื้อมือกับข้อ ทำให้วันนี้ "น้องดี" รอดพ้นจากความตายมาได้หวุดหวิด จากเหตุเพลิงไหม้บ้านที่ติดเหล็กดัดไว้โดยรอบ !?! ก่อนเพลเล็กน้อยอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา
ที่ตั้งร้านสากลอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 135/81-82 ถนนประชาสันติ เขตเทศบาลเมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เกิดเหตุเพลิงไหม้บนชั้น 2 ผู้คนในบ้าน ประกอบด้วย เฟื่องฟ้า รุ่งกิจธนศาล วัย 37 ปี พ่อสามี และคนงาน รวม 3 ชีวิต สามารถหนีออกมาจากกองเพลิงได้อย่างปลอดภัย เหลือเพียงชีวิตเดียวติดอยู่บนห้องนอนชั้น 2
น้องดี หรือ "ทันวุฒิ รุ่งกิจธนศาล" เพิ่งอายุได้ 5 ขวบ ตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ข้างหน้าต่างที่ติดเหล็กดัดและบานเกล็ด เป็นสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที
คล้อยหลังวันเกิดเหตุ น้องดีวิ่งเล่นตามประสาเด็กอยู่ภายในห้อง 624 ชั้น 6 รพ.เปาโลเมโมเรียลปัญญาเวช จ.อุดรธานี แม้จะซุกซนไปบ้างก็เป็นที่เอ็นดูของแพทย์และพยาบาลที่รับรู้ในวีรกรรมของเขา
"คม ชัด ลึก" มีโอกาสได้พูดคุยกับน้องดีถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
น้องดี : น้าเป็นใคร ชื่ออะไร
คม ชัด ลึก : น้าเป็นนักข่าว หนูเป็นอย่างไรบ้าง
น้องดี : หนูสบายดี หายแล้ว เจ็บมือ ประตูร้อนมาก และอุลตร้าแมนก็ไม่มีแล้ว
คม ชัด ลึก : ทำไมถึงไม่มีครับ
น้องดี : ตอนนั้นตกใจ ตื่นเต้น ล็อกประตูแล้วร้องไห้ หนูจับกลอนประตู (ลูกบิด) จะไปหาแม่ แม่อยู่ข้างล่าง หนูจะเปิดประตู กลอนประตูร้อนมากเลย ออกมาเห็นควันเต็มไปหมด ลงไม่ได้ จับบันไดสีแดง (ราวบันไดหุ้มพลาสติกสีแดง) มีไฟลุกขึ้นมาร้อนมาก เลยวิ่งกลับเข้าห้องเหมือนเดิม แล้วปิดประตู
หนูหายใจไม่ออก ไปหมุนหน้าต่าง (มือหมุนเปิดบานเกล็ด) เพื่อหายใจ หนูร้องไห้เรียกน้าๆ ข้างนอกช่วยหนูหน่อย หนูตะโกนเรียกแม่ ไม่เห็นแม่ ไม่รู้อยู่ตรงไหน กลัวแม่ตาย แล้วน้าๆ ก็มาช่วยหนู หนูดีใจได้เจอแม่แล้ว
นั่นคือคำบอกเล่าถึงนาทีชีวิตด้วยลิ้นของเด็กวัย 5 ขวบ !?!
นานมาแล้วนับตั้งแต่น้องดีพูดจารู้เรื่อง เฟื่องฟ้าผู้เป็นแม่พยายามสอนให้ลูกได้รู้จักช่วยเหลือตัวเองและมีวินัย รวมทั้งฝึกกล้ามเนื้อมือและข้อมือ ด้วยการหัดให้หมุนเปิดหน้าต่างบานเกล็ดทุกเช้า และปิดกลับเหมือนเดิมในทุกเย็น เป็นเช่นนี้เสมอ โดยไม่เคยคาดคิดเลยว่าในอนาคตข้างหน้ามันจะช่วยให้น้องดีมีชีวิตรอดออกมาจากกองเพลิงได้อย่างปาฏิหาริย์
ก่อนเหตุเพลิงไหม้ เฟื่องฟ้าเพิ่งป้อนข้าวน้องดีบนชั้น 2 เสร็จ น้องดียังคงตั้งหน้าตั้งตาดูซีดีเรื่องอุลตร้าแมนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ เธอจึงปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพัง แล้วลงมาขายของข้างล่าง ไม่นานก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นบนชั้นลอย ซึ่งใช้เก็บวัสดุที่เป็นเชื้อไฟอย่างดี โดยเฉพาะอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์พลาสติก จากนั้นก็มีควันไฟพวยพุ่งออกมาเต็มไปหมด เธอตกใจตะโกนบอกให้คนงานตัดสวิตช์คัตเอาท์ แล้วรีบคว้าผ้าห่มของลูกคนเล็กนำไปชุบน้ำจนชุ่ม เพื่อใช้คลุมตัวขึ้นไปช่วยน้องดี
ระหว่างขึ้นไปมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ จนไม่สามารถขึ้นไปช่วยน้องดีได้ เนื่องจากคนงานมาดึงรั้งเอาไว้ ตะโกนบอกให้หนีออกไปข้างนอกก่อน เสียงระเบิดยังคงดังขึ้นเป็นระยะๆ พร้อมด้วยควันไฟที่เริ่มมากจนมองอะไรไม่เห็น เฟื่องฟ้าออกมานอกบ้านวิ่งอ้อมไปด้านหลังร้าน ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงว่าลูกชายวัย 5 ขวบ ติดอยู่บนห้องนอนชั้น 2 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็บอกให้ใจเย็นๆ กำลังขึ้นไปช่วยเหลือ
"ฉันพยายามตะโกนเรียกน้องดี คิดว่าทำไมน้องดีไม่โผล่มาที่หน้าต่าง อีกใจก็คิดว่าน้องดีอยู่ข้างในติดอยู่ในเหล็กดัด คิดว่าอาจจะไม่รอด เพราะอายุแค่ 5 ขวบเท่านั้นเอง ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาก ประกอบกับควันไฟเยอะมาก ฉันพยายามตะโกนเรียก สักพักเห็นน้องดีอยู่ข้างหน้าต่าง ร้องไห้ แล้วโผล่หน้าออกมา ฉันดีใจมาก"
พอเจ้าหน้าที่ดับเพลิงขึ้นไปตัดเหล็กดัดช่วยเหลือน้องดีออกมาได้สำเร็จ เฟื่องฟ้าเหมือนกับได้ชีวิตกลับคืนมาใหม่อีกครั้ง เธอพร่ำขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แล้วอุ้มน้องดีไปส่งที่รถพยาบาล แพทย์บอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ยิ่งทำให้เธอดีใจยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
ขณะเกิดเหตุ "พูลสวัสดิ์ รุ่งกิจธนศาล" หรือเฮียอ้วน วัย 50 ปี เจ้าของร้านสามีเฟื่องฟ้า ไปกับลูกสาว 2 คน น้องของน้องดีไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า พอรู้ว่าไฟไหม้ตึกแถวก็รีบกลับบ้าน เขาบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่ลูกชายปลอดภัย
สำหรับอาการของน้องดีนั้น จากการพูดคุยกับแพทย์ผู้รักษา บอกว่า ปลอดภัยดีทุกอย่าง แม้ช่วงแรกๆ จะมีอาการตกใจ ไม่ยอมพูดจากับใคร แต่จากการตรวจอาการเบื้องต้นพบว่า น้องดีสำลักควัน กินควันเข้าไปจำนวนหนึ่งจนโพรงจมูกดำ สะสมควันอยู่ระหว่างลิ้นกับจมูก แต่ควันไม่เข้าไปถึงปอด จึงไม่เป็นอันตราย
ล่าสุดตอนเที่ยงครึ่งของวันที่ 12 มีนาคม แพทย์ได้อนุญาตให้น้องดีกลับบ้านได้แล้ว โดยพ่อและแม่จะพาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ไปอาศัยอยู่กับพี่สาวของพูลสวัสดิ์ที่ จ.หนองคาย เป็นการชั่วคราว



