
มติคตม.งัดพรบ.มั่นคงคุมม็อบเสื้อแดง11-23มี.ค.
สุเทพ เผย ที่ประชุมคตม.มีมติให้ประกาศพรบ.ความมั่นคงฯ คุมม็อบเสื้อแดง ช่วง 11-23 มี.ค.นี้
(8มี.ค.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก เวลา 12.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง แถลงภายหลังประชุมคตม.ว่า จากการประเมินสถานการณ์ของคตม. ได้ข้อสรุปว่าการชุมนุมทางการเมืองที่กำลังจะมีขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่จะรวมตัวกันในจังหวัดต่าง ๆ ในตอนกลาง และรวมตัวกันที่จุดนัดพบของแต่ละภูมิภาคในตอนเย็นเพื่อที่จะเคลื่อนเข้ามาใน กทม.นั้น คาดว่าน่าจะมีผู้ชุมนุมนับแสนคน และจะมีการนำเอารถบรรทุกขนาดเล็ก รถอีแต๋น รถส่วนตัวเข้ามานับหมื่นคัน คนจำนวนมากและพาหนะที่จะเอาจำนวนมาทำให้เกิดความกังวลว่าจะทำให้กับการจราจรใน กทม. ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นพ้องกันว่าเราคงจะต้องให้มีการเจรจากับผู้ที่จัดการชุมนุมเพื่อขอความร่วมมือ เราเคารพในสิทธิเสรีภาพตาม รธน. ว่าประชาชนสามารถจัดการชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ แต่จะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าการชุมนุมนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาการจราจรทำให้พี่น้องประชาชนชาว กทม. ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขธรรมดาธรรมชาติได้ ก็จะเข้าข่ายไม่เป็นไปตาม รธน.
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เราจะพยายามประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะแต่งตั้งคณะไปเจรจาขอความร่วมมือกับผู้จัดการชุมนุม โดยจะขอความมือประการที่หนึ่งคือพาหนะบางประเภทจะต้องไม่นำเข้ามากทม. เพราะว่ามันขับเคลื่อนได้ช้าเป็นอันตราย กีดขวางการจราจร เช่น รถอีแต๋น ไม่ใช่รถที่จะเข้ามาวิ่งใน กทม. รวมทั้งบรรดารถกระบะเล็ก รถปิคอัพ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้อยากให้ผู้จัดการชุมนุมจัดให้คนเดินทางโดยยานพาหนะที่เป็นสาธารณเช่น รถไฟ หรือ รถบัส ส่วนผู้ที่นำรถกระบะ รถส่วนตัว ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่จะจัดหาสถานที่จอดรถไว้ให้ที่ชานเมือง และจะจัดรถบริการให้มาที่บริเวณชุมนุม ดังนั้นอยากจะขอความกรุณาเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องกราบเรียนชี้แจงไปถึงประชาชนว่า กรณีที่จะพยายามนำรถเข้ามาอาจจะเกิดความเสียหายได้ เพราะจะตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ ถ้ารถของท่านกีดขวางจราจรเราจำเป็นจะต้องใช้รถยก รถลาก ออกไปให้พ้นผิวจราจรไม่ให้กีดขวางจราจร ไม่ให้ กทม.เป็นอัมพาธ ซึ่งจะทำให้รถเสียหาย และไม่มีผู้รับผิดชอบ เพราะได้สอบถามไปยังกรมประกันภัยแล้วว่าไม่จ่าย หากเกิดเหตุเนื่องมาจากการก่อจราจร หรือ การก่อความวุ่นวาย ประชาชนก็จะเสียหาย
ประการที่สอง วันนี้ในการประชุม คตม. ประเมินสถานการณ์นอกจากจะมีรถเป็นหมื่น และ คนเป็นแสนแล้ว ยังได้พบความจริงว่า กลุ่มเคลื่อนไหว นปช.มีความแตกแยกกันเป็นหลายกลุ่มหลายฝ่าย และไม่แน่ว่าจะควบคุมกันได้ ปัญหาที่ผู้มาชุมนุมไม่สามารถควบคุมกันได้ก่อให้เกิดกังวลกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ เพราะมีโอกาสที่จะทำให้กลุ่มควบคุมไม่ได้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นการผิดกฎหมาย จากการข่าวของเรามีหลายกลุ่มส่อพฤติการณ์ และมีแนวความคิดที่จะใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน กทม. เป็นต้นว่า การวางระเบิด การใช้ระเบิดมือขวางปาไปในที่ทำการของรัฐ หรือเอกชน อย่างที่เช่นที่ได้กระทำมาวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้จับกลุ่มผู้กระทำผิดยอมรับสารภาพว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มคนเสื้อแดงจ้างวานให้ดำเนินการ อย่างนี้เป็นต้น เรายังเห็นว่ายังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเหล่านี้ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตราย
นอกจากนี้เรายังพบว่าบางกลุ่มไม่ได้คิดว่าจะมาชุมนุมที่ท้องสนามหลวง หรือตามจุดที่ได้ประกาศไว้ตามถนนราชดำเนิน แต่คิดไปถึงการปิดล้อมสถานที่ราชการ ไปปิดล้อมบ้านพักบุคคลสำคัญ ๆ เช่น บ้านประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เป็นต้น กรณีแบบนี้ได้ศึกษาตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองแล้วเห็นว่า ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบตามที่กฎหมาย รธน.ได้ให้การคุ้มครองเอาไว้ เพราะการไปปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญ หรือการปิดล้อมบุคคลต่าง ๆ เป็นการคุกคามต่อความปลอดภัย และการปฏิบัติหน้าทีตามปกติของคนเหล่านั้น ถือว่าผิดกฎหมาย ผิด รธน. ด้วยเหตุผลแบบนี้ คตม.ก็ได้มีมติให้ตนได้นำเสนอ ครม.ในวันพรุ่งนี้เพื่อขอใช้ พรบ.ความมั่นคง เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น
โดยจะขออนุมัติ ครม.ในวันพรุ่งนี้เพื่อประกาศพื้นที กทม. และบางอำเภอที่อยู่รอบ ๆ กทม. เป็นพื้นที่ความมั่นคงตามพรบ.ความมั่นคง ที่ต้องดำเนินการแบบนี้ เพราะแม้แกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่าจะชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน แต่การข่าวของเราตรวจพบว่ามีหลายกลุ่มหลายฝ่าย ที่อาจจะออกไปปฏิบัตินอกเส้นทาง หรือนอกจุดที่แกนนำได้ประกาศเอาไว้ และจะทำความเสียหายให้กับชีวิตทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการดำรงชีวิตปกติสุขของคน กทม. ดังนั้นเราจึงตัดสินใจใช้ พรบ.ความมั่นคงเพื่อป้องกันเหตุ เพื่อปกป้องประชาชน กทม. ให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันใด ๆ ทั้งนี้จะเสนอให้ ครม. ประกาศตั้งแต่วันที่ 11-23 มี.ค.นี้ ซึ่งพื้นที่จะประกาศในพื้นที่ กทม. และบางอำเภอ ที่จะเข้ามาชุมนุม เช่นบางอำเภอของ จ.ปทุมธานี จ.อยุธยา จ.สมุทรปราการ
เมื่อถามว่า ถ้ามีประกาศ พรบ.ความมั่นคงแล้ว และยังมีกลุ่มเสื้อแดงนำรถเข้ามาอีกจะมีการดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ จะดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เมื่อถามว่า คตม.เป็นห่วงผู้ที่ลอบวางระเบิดใช้ระเบิด การข่าวแน่ชัดอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบข่าวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวทุกแหล่งข่าวมีความกังวลลักษณะเดียวกัน สำหรับคตม.ชุดใหญ่เมื่อได้ฟังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าว และมาวิเคราะห์รวมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ก็ทำให้กังวลใจ และภาวนาสิ่งเหล่านี้อย่าเกิดขึ้น แต่ก็ภาวนาอย่างเดียวไม่พอจำเป็นจะต้องวางมาตรการดูแลป้องกันให้รัดกุม ทั้งนี้ประชาชน กทม. อย่าตื่นตระหนก และสิ่งที่จะต้องประกาศ พรบ.ความมั่นคง เพื่อให้มีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ออกมาปฏิบัติงานในการช่วยเหลือตำรวจให้พร้อมเพรียง และช่วงบ่ายก็จะเชิญเจ้าหน้าที่ กทม.ทั้งหมดมาร่วมแก้ไขปัญหาด้วย
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะประกาศให้เป็นวันหยุดหรือไม่ในช่วงวันดังกล่าว นายสุเทพ กล่าวว่า วันที่ 13 - 14 มี.ค. เป็นวันเสาร์ และ อาทิตย์ และรัฐบาลประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่ามีความจำเป็นรัฐบาลก็พร้อมดำเนินการที่ทำให้เกิดความปลอดภัย ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคาดการณ์อะไร ทั้งนี้มาตรการที่เราคิดกันคือเรื่องของการป้องกัน ฉะนั้นจะต้องคิดเพื่อเอาไว้ เมื่อถามว่า พรบ.ความมั่นคง จะใช้นานเท่าไร นายสุเทพ กล่าวว่า บ้านเมืองเรียบร้อยแล้วเราก็ไม่ประสงค์ที่จะทำอะไรให้ประชาชนไม่สบายใจอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเจรจาเราทำทุกระดับโดยระดับเจ้าหน้าที่จะพยายามให้เจ้าหน้าที่อธิบายให้ประชาชนที่เขาถูกชักจูงเข้ามาร่วมการชุมนุมได้เข้าใจ ในส่วนของแกนนำของผู้ชุมนุมก็จะส่งคนไปเจรจา หากมีความตั้งใจชุมนุมโดยสุจริตใจและสงบสุขขอให้ร่วมมือกันเจ้าหน้าที่รัฐอย่าทำอะไรให้คน กทม.ต้องเดือดร้อน อย่าทำให้บ้านเมืองเสียหาย
เมื่อถามว่า บางกลุ่มจะก่อเหตุการณ์ชุมนุมตรงกับการลักลอบคลังแสงที่ จ.พัทลุงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อาวุธบางส่วนที่ถูกขโมยไปจากคลังแสง จ.พัทลุง ได้สั่งการให้กองทัพได้สืบสวนสอบสวน และจะมีรายการถึงตนเมื่อไหร่ก็จะเรียนให้ประชาชนทราบ แต่ขอให้สบายใจว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบ ตนได้ซักถามแล้ว ทางกองทัพได้สั่งการไปยังทุกหน่วยที่ดูแลรักษาอาวุธยุทโธปกรณ์กวดขัดดูแลตั้งแต่ 2 - 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งกรณีอาวุธที่ถูกขโมย ไม่สามารถพูดได้ว่าจะมีการเชื่อมโยงกับจะมาชุมนุมใน กทม. หรือไม่ แต่ในฐานะที่เป็นคนที่จะต้องรับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงตนก็กังวลใจ ฉะนั้นจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดตั้งด่านตรวจค้นอาวุธพาหนะที่จะเข้ามาใน กทม. ทุกเส้นทาง พยายามป้องกันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
พื้นที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง
สำหรับพื้นที่ที่จะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ประกอบด้วย จ.กรุงเทพมหานครทั้งจังหวัด , จ.นนทบุรีทั้งจังหวัด , จ.ปทุมธานี บางอำเภอ ประกอบด้วย ธัญบุรี ลำลูกกา สามโคก คลองหลวง ลาดหลุมแก้ว และอำเภอเมือง , จ.นครปฐม บางอำเภอ ประกอบด้วย พทธมณฑล สามพราน นครชัยศรี , จ.สมุทรสาคร บางอำเภอ ประกอบด้วย กระทุ่มแบน อำเภอเมือง , จ.สมุทรปราการ บางอำเภอ ประกอบด้วย บางพลี บางเสาธง บางบ่อ บางประกง อำเภอเมือง ,จ.ฉะเชิงเทรา บางอำเภอ ประกอบด้วย แปดริ้ว อำเภอเมือง , จ.พระนครศรีอยุธยา บางอำเภอ ประกอบด้วย บางประอิน บางไทร วังน้อย ลาดบัวหลวง
นอกจากนั้น จะเสนอ ครม.อนุมัติใช้กฎหมายบางฉบับ ประกอบการบังคับใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง เพิ่มเติมจากที่เคยใช้ในครั้งที่แล้ว ประกอบด้วย พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมัน พ.ร.บ.การจราจรในน่านน้ำไทย พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.เครื่องวิทยุโทรคมนาคม
"บิ๊กจิ๋ว"ชี้ประกาศพรบ.มั่นคงยิ่งทำสถานการณ์แรง
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง(คตม.)เตรียมเสนอให้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.เพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง การประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง นั้นรัฐบาลคงต้องการหามาตรการทางกฎหมายมารองรับ อย่างไรก็ตามตนคิดว่า ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะจะให้ดูรุนแรงขึ้น คือทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ วิธีการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือ เชิญทุกฝ่าย มาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งที่ผ่านมาตนพยายามอธิบายว่า ให้มีการพบ พูดคุย ให้แสดงความคิดเห็นกัน และชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ ทุกอย่างก็จะง่าย เพราะในอดีตก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การประกาศดังกล่าวจะเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงขึ้นในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า นั่นสิ ควรจะสงบยุติ และอยู่ในกรอบได้ ซึ่งอย่างนี้จะเป็นการสร้างความมั่นใจซึ่งกันและกัน เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลอ้างว่าไม่ต้องการให้การชุมนุมบายปลายออกไป พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
กษิตยันไม่ปิดบัวแก้ว หนีม็อบแดง
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (8 มี.ค.) เวลา 14.00 น. จะเชิญคณะทูตานุทูต รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 12 มี.ค. เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติ ทั้งนี้ การชุมนุมสามารถทำได้ หากไม่มีการข่มขู่หรือใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ ตนขอวิงวอนขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม นายกษิต ยืนยันกระทรวงการต่างประเทศยังคงทำงาน 24 ชั่งโมง จะไม่มีการประกาศให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศหยุดงาน และหวังว่า ผู้ชุมนุมจะไม่ทำร้ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้มีการจัดทั้งคณะทำงานเฝ้าระวังสถานการณ์ผู้ชุมนุม เพื่อประสานข้อมูลไปยังสถานเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทย ทั่วโลก เพื่อชี้แจงสถานการณ์ต่อรัฐบาลประเทศนั้นๆ รวมทั้งหากประเทศใดสงสัยสามารถสอบถามมายังกระทรวงการต่างประเทศได้
พท.ชี้”อภิสิทธิ์”ไม่ไปออสเตรเลียเหตุคนไทยต่างแดนรวมตัวไล่
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันนี้พรรคเพื่อไทยได้มีการประชุมคณะยุทธศาตร์และการเมือง โดยได้มีมติตั้งคณะทำงานหรือวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะระดมพลชุมนุมใหญ่วันที่ 12 มีค.นี้ โดยจะมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ถ.พระรามสี่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ และมีหัวหน้าพรรรค กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ เพื่อติดตามตรวจสอบว่าการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ความมั่นคงแห่งชาติ ของรัฐบาลเป็นไปตามกฎหมายและละเมิดสิทธิของประชาชนตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
รวมทั้งจะให้การช่วยเหลือกรณีที่ประชาชนอาจถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ความปลอดภัย สาธารณูปโภคซึ่งสมารถแจ้งความเดือดร้อนหากได้รับการบาดเจ็บต่าง พรรคเพื่อไทยก็จะทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงานราชการ รัฐบาลต่างๆ เนื่องจากเมื่อครั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุม ขับไล่ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เคยออกไปร่วมติดตามการชุมนุมและให้การดูแล ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจึงจะใช้มาตราฐานเดียวกันในการดูแลประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องให้รัฐบาลคำนึงถึงสิทธิความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ส่วนจะมี ส.ส.ในเข้าร่วมชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม พรรคก็ได้ให้เป็นเรื่องสิทธิของ ส.ส.แต่ละคน
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรี ประกาศงดเดินทางไปประเทศออสเตรเลียในวันที่ 14 มีค.นั้น พรรคเพื่อไทยไม่เชื่อว่านายกฯจะทำด้วยความจริงใจและมีเหตุผลในเรื่องของสถานการณ์ภายในประเทศจริง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้รับข้อมูลเอกสารหลักฐานจากคนไทยในออสเตรเลียที่เตรียมจะชุมนุมประท้วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีการทำหนังสือและไปยื่นต่อรัฐบาลออสเตรเลียที่เมืองนิวเซาว์เวลออสเตรเลียอย่างเป็นทางการตามกฎหมายของประเทศออสเตรเลีย จึงเห็นว่ากรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลที่นายอภิสิทธิ์ตัดสินยกเลิกกำหนดการไปประเทศออสเตรเลีย



