
ไทยลีกระเบียบรั่ว ฮุบทีมเกิดอีกแน่
ระเบียบลูกหนังอาชีพไทย เจอจุดสลบ โดดข้ามมาจากดิวิชั่น 2 ขึ้นดิวิชั่น 1 มีสิทธิโดนฮุบทีม เกจิลูกหนังมั่นใจ กอและพิฆาต นราธิวาส ไม่ใช่รายสุดท้าย หากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยังเพิกเฉยที่จะแก้ไข
สืบเนื่องจากมติที่ประชุมของ 4 ฝ่าย อันได้แก่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด และคู่กรณีระหว่าง นายมูฮาหมัดซอและห์ หะยีดาโอ๊ะ ผู้จัดการทีม ซึ่งเป็นผู้บริหารทีมชุดใหม่ และนายมานูฮ่า เจ๊ะอารง ผู้บริหารทีมชุดเก่า ที่มี “บังอ๊อด” พิทยา พิมานแมน และนักเตะชุดเดิมร่วมให้การสนับสนุน เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา มีการรับรองให้บริษัท สโมสรฟุตบอลนราธิวาส จำกัด ของนายมูฮาหมัดซอและห์ หะยีดาโอ๊ะ เป็นผู้รับผิดชอบในการเตรียมทีม เพื่อแข่งขันในลีกดิวิชั่น 1 ตามที่ “คม ชัด ลึก” ได้เสนอข่าวไปตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลไทย ต่างหวั่นวิตกต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่เสมือนยึดทีมกันต่อหน้าต่อตา โดยเกจิลูกหนังไทยรายหนึ่ง ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการแข่งขันฟุตบอลในประเทศมากว่า 33 ปี กล่าวกับ “คม ชัด ลึก” ว่า นี่คือช่องว่างที่เกิดขึ้นจากระเบียบการแข่งขัน เพราะในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ทีมที่มาจากสมาคมกีฬาจังหวัด จะต้องได้รับความเห็นชอบ หรือว่ากันง่ายๆ ต้องมีลายเซ็นของนายกสมาคมกีฬาจังหวัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ เสียก่อนจึงจะได้การรับรองสิทธิที่ถูกต้อง
“ทว่าปัญหาของนราธิวาสที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องจากระเบียบการแข่งขันของลีกอาชีพ ดิวิชั่น 1 และไทยพรีเมียร์ลีก ที่เป็นฉบับเดียวกันนั้น ไม่ได้ระบุเอาไว้เหมือนในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โดยกำหนดเพียงว่า คุณสมบัติของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทนิติบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทยเท่านั้น จึงทำให้ผู้ฉวยโอกาสสามารถกระทำการเพื่อยึดทีมใดทีมหนึ่งได้”
นอกจากนี้ เกจิรายดังกล่าวยังเผยอีกว่า ที่ผ่านมา เคยมีกรณีที่หวังจะฮุบทีมเช่นนี้มาหลายครั้ง นับแต่ฟุตบอลไทยยังเป็นฟุตบอลสมัครเล่น หากแต่ผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน จะต้องมีประสบการณ์ทันเกมบุคคลเหล่านี้ อย่างน้อยเมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งเข้ามายื่นขอส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องสังเกตว่า รายชื่อนักเตะ รายชื่อผู้บริหาร ทำไมจึงเปลี่ยนแปลงแบบยกชุด หากพบข้อสงสัยต้องตรวจสอบกลับไปทางจังหวัดนั้นๆ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อขอคำยืนยันว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ไม่ใช่อยู่ดีๆ รับรองสิทธิให้บุคคลที่ยื่นให้ฝ่ายจัดการแข่งขันรับรอง หากฝ่ายจัดการแข่งขันยังเพิกเฉยเชื่อได้ว่า ในฤดูกาลถัดไปที่จะมีทีมจากภูมิภาคขึ้นมาถึง 4 ทีม อาจเกิดปัญหาเช่นนี้ได้อีก เพราะปัจจุบันฟุตบอลไทยกับการเมืองแทบจะแยกกันไม่ออก
“ที่สำคัญการออกใบอนุญาตให้สโมสรสมาชิกเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 (Club Licensing Agreement) นั้นยังระบุหัวข้อสำคัญไว้มากมาย โดยเฉพาะข้อ 2.3 ที่ว่า ผู้ยื่นขอใบอนุญาตต้องรับรองว่า การจ่ายค่าตอบแทนนักกีฬาและรายรับค่าผ่านประตูต้องอยู่ในบัญชีการรับจ่ายของสโมสร แต่ในกรณีของนราธิวาสคราวนี้ กลับพบว่า ในหนังสือคัดค้านมีการระบุว่า ผู้ได้รับอนุญาตรายใหม่นี้ ไม่มีการจ่ายเงินเดือนนักเตะ และทีมงานตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงเงินรางวัลจากการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมาจำนวน 100,000 บาท แทนที่จะนำมาจ่ายเป็นรางวัลตอบแทน กลับนำเงินดังกล่าวเป็นเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมแทนที่ ซึ่งน่าจะเพียงพอที่แสดงว่า ผู้บริหารรายใหม่ขาดคุณสมบัติที่เหมาะสม จึงควรที่สมาคมฟุตบอล หรือแม้แต่ กกท.จะต้องเข้ามาตรวจสอบให้ถูกต้องชัดเจนก่อนลีกจะเปิดสนามในสุดสัปดาห์หน้าอีกครั้ง”
จากการตรวจสอบของทีมข่าว “คม ชัด ลึก” พบว่า ในระเบียบและข้อบังคับว่าด้วยการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ลีกภูมิภาค “ดิวิชั่น 2” 2010 ข้อ 4 คุณสมบัติของทีมฟุตบอลที่จะเข้าร่วมแข่งขัน ข้อย่อย 4.2 ทีมที่มีสิทธิจะเข่าร่วมแข่งขัน พิจารณาจากทีมสโมสรเดิมทั้ง 53 ทีม ที่เคยเข้าแข่งขันในปี 2009 เป็นกลุ่มแรก พร้อมกับเปิดโอกาสให้ทีมสโมสรจากภูมิภาคต่างๆ ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันได้แสดงเจตจำนง เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2010 แต่ทั้งนี้จะต้องเสนอผ่านนายกสมาคมกีฬาจังหวัด และ/หรือผู้ว่าราชการจังหวัดในภูมิภาคที่ทีมสโมสรนั้นๆ จัดตั้งอยู่
ขณะที่ระเบียบการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของประเทศไทย ที่ควบคุมการแข่งขันดิวิชั่น 1 และไทยพรีเมียร์ลีก กลับไม่ได้ระบุเอาไว้ โดยเขียนเอาไว้ในบทที่ 4 ข้อกำหนดในการเข้าร่วมการแข่งขัน หมวดที่ 2 สิทธิของทีมที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ข้อย่อย 2.2 รายการลีกดิวิชั่น 1 ข้อ ก.เป็นทีมอันดับ 1-12 ของลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลที่ผ่านมา (น่าสังเกตว่า ปีที่ผ่านมามีทีมตกชั้นเพียง 3 ทีมเท่านั้น), ข้อ ข.เป็นทีมที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1-4 ของการแข่งขันลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาลที่ผ่านมา (ซึ่งน่าสังเกตว่า ปีที่ผ่านมามีทีมจากดิวิชั่น 2 ขึ้นชั้นมาเพียง 3 ทีมเท่านั้น) และข้อ ค.ทีมดังกล่าวต่อข้อ 2.2 ก. และ2.2 ข. ข้างต้นได้รับใบอนุญาต (Club Licensing Agreement) จากบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ให้เข้าร่วมการแข่งขันได้



