ข่าว

จี้เขตคุมเข้มร้านขายปืน-แก๊ส-ปั๊มน้ำมันในกทม.

จี้เขตคุมเข้มร้านขายปืน-แก๊ส-ปั๊มน้ำมันในกทม.

08 มี.ค. 2553

ปลัดกทม. กำชับเขตคุมเข้มร้านขายปืน ขายแก๊ส ปั๊มน้ำมัน เตรียมการหากเกิดเหตุความไม่สงบประสานปิดร้านทันที

(8มี.ค.) นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. เปิดเผยหลังการประชุมผู้บริหารกทม. ซึ่งมีการหารือถึงการเตรียมการรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 12 - 14 มี.ค.นี้ แก่ผู้อำนวยการเขตทุกเขต รวมถึงผู้อำนวยการสำนักที่เกี่ยวข้อง ว่า ในช่วงสุดสัปดาห์นี้จะมีการชุมนุมใหญ่ที่คาดว่าจะมีลักษณะพิเศษกว่าครั้งที่ผ่านๆ มาที่เริ่มมีการชุมนุมตั้งแต่ปี 2547 โดยจะมีการเดินทางเข้ามาชุมนุมจากประชาชนทั่วประเทศพร้อมเพรียงกัน และกระจายไปยังจุดสำคัญต่างๆ ทั่วพื้นที่ กทม.ประมาณ 7 - 9 จุด และมีการตั้งเวทีใหญ่ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า ทั้งนี้หน่วยงานความมั่นคงได้คาดการณ์จำนวนผู้ร่วมชุมนุมว่าอยู่ที่ประมาณ 1.2 แสน ถึง 1 ล้านคน ขณะที่รถที่จะเข้ามาร่วมชุมนุมในกทม.จะมีประมาณ 1 แสนคัน ซึ่งจะส่งผลให้การปฏิบัติงานในพื้นที่ของกทม. รวมถึงการจราจรเข้า-ออกในพื้นที่กทม.เกิดปัญหาทันที ดังนั้นจึงสั่งการให้ผู้อำนวยการเขตดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 นายพงศ์ศักติฐ์ กล่าวว่า ตนได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยให้ดูแลสถานที่ราชการ อย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ ตรวจตราสถานที่ชุมนุมคน และสถานที่ย่านเศรษฐกิจเป็นพิเศษ อาทิ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารต่างๆ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และใต้ดิน ให้เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากเสี่ยงในการก่อเหตุความไม่สงบได้ ให้เจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลการสวมรอยของมิจฉาชีพในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าต้องดูแลความไม่สงบอาจไม่มีกำลังในการดูเรื่องเรื่องจัดการมิจฉาชีพ รวมทั้งกำชับให้ผู้อำนวยการเขตสั่งให้เจ้าหน้าที่เปิดเครื่องมือสื่อสาร และติดต่อกับผู้บังคับการตลอดเวลาหากมีเหตุต้องสงสัยเพื่อจะได้เข้าแก้ไขทันที และให้ทุกเขตเตรียมเส้นทางสำรอง ที่ไม่มีการกีดขวาง หรือกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกำชับให้ทุกเขตสำรวจพื้นที่ที่มีการจำหน่ายอาวุธปืน พื้นที่ที่มีร้านขายแก๊ส ปั๊มน้ำมัน ให้ลงทะเบียนขอรายชื่อพร้อมเบอร์ติดต่อเพื่อจะได้ประสานให้มีการปิดร้านในกรณีที่เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นเพื่อป้องกันเกหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นเดียวกับในพื้นที่เขตดินแดงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ปลัดกทม.ได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตไปศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคง 4 เรื่อง คือ พระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก โดยกฎอัยการศึกคาดว่าไม่น่าจะนำมาใช้ ซึ่งในช่วงที่มีการชุมนุมรัฐบาลอาจประกาศใช้อันใดอันหนึ่งดังนั้นทางเขตต้องทราบ และพร้อมปฏิบัติตามอำนาจที่กำหนดไว้ได้ทันท่วงที ส่วนการปฏิบัติงานต้องติดตามคำสั่งจากผู้บังคับการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา