ข่าว

"ข้าวเหนียวมะม่วง" ควรกินกลางวัน เพราะ ? แนะผู้ป่วยโรคไตควรเลี่ยงมะม่วงสุก

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

​กรมอนามัย แนะกิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" ในปริมาณที่เหมาะสม ได้คุณค่าโภชนาการ ควรกินกลางวัน เพราะให้พลังงานสูง ขณะผู้ป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยงกินมะม่วงสุก

จากกระแส ที่นักร้องสาว "มิลลิ" (MILLI) ดนุภา สร้างเซอร์ไพรส์กิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" บนเวทีเทศกาลดนตรี Coachella 2022 ที่สหรัฐอเมริกา จนทำให้ผู้คนหันมาสนใจบริโภค ส่งผลให้ ''ข้าวเหนียวมะม่วง" ยอดขายพุ่งนั้น

 

ทางกรมอนามัย โดย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงหน้าร้อน "ข้าวเหนียวมะม่วง" เป็นเมนูยอดนิยมที่หากินได้ง่าย มะม่วงสุกกินแล้วคลายความร้อน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ซึ่งเนื้อมะม่วงสุกมีวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา ใยอาหาร ช่วยในการขับถ่าย วิตามินซี ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณ

 

นอกจากนี้ กะทิยังช่วยให้วิตามินเอและอีจากมะม่วงดูดซึมได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรกิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" มากเกินไป เพราะอาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกิน และกระตุ้นอาการร้อนใน เจ็บคอ การกิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" ให้อร่อย ไม่เสียสุขภาพ จึงควรกินในปริมาณที่ไม่มาก และบ่อยเกินไป พร้อมทั้งควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานในแต่ละวันด้วย

 

ทางด้าน ดร.แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าวว่า "ข้าวเหนียวมะม่วง" เป็นอาหารว่างที่ให้พลังงานที่ค่อนข้างสูง แต่ก็สามารถกินได้ โดยปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

 

1. ผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว สามารถกิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" เป็นอาหารว่างได้ ประมาณ 150 - 200 กิโลแคลอรีต่อวัน โดยแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ ข้าวเหนียวมูล 50 กรัม หรือ 1 ทัพพี ให้พลังาน 140 กิโลแคลอรี และมะม่วงสุกครึ่งผล ให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรี เมื่อรวมกันแล้วจะเท่ากับ 200 กิโลแคลอรี ซึ่งจะใกล้เคียงกับพลังงานของอาหารว่างต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานสมดุลต่อวัน มื้อไหนหากกิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" แล้ว ควรงดของหวานอื่น และออกกำลังกายเพื่อช่วยเผาผลาญพลังงาน ส่วนผู้มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจาก "ข้าวเหนียวมะม่วง" ให้พลังงานสูง

 

​2. ควรกิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" ช่วงเวลากลางวัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องใช้พลังงาน ทำกิจกรรมต่างๆ เลี่ยงกินตอนมื้อเย็น เนื่องจากมีกิจกรรมที่ต้องทำน้อย พลังงานที่ได้รับอาจเผาผลาญ และนำไปใช้ไม่หมด เกิดเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้  

 

3. ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ควรต้องระมัดระวัง เพราะ "ข้าวเหนียวมะม่วง" เป็นอาหารที่มีน้ำตาล และไขมันค่อนข้างสูง ส่วนผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงกินมะม่วงสุก เพราะมีปริมาณโพแทสเซียมสูง การกิน "ข้าวเหนียวมะม่วง" ให้อร่อย แบบไม่เสียสุขภาพ ควรกินพอประมาณ ไม่มากหรือบ่อยนัก และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้สมดุลกัน เพื่อจะได้ป้องกันร่างกายไม่ให้รับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากหรือน้อยเกินไป ควรลดปริมาณอาหารอื่นที่มีส่วนประกอบของไขมัน น้ำตาล และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดี ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าว

"ข้าวเหนียวมะม่วง" ควรกินกลางวัน เพราะ ? แนะผู้ป่วยโรคไตควรเลี่ยงมะม่วงสุก

 

logoline
logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด