
"อภิสิทธิ์"วอนจีนจัดประชุมสู้วิกฤติแม่น้ำโขงลด
นายก"อภิสิทธิ์"วอนจีนจัดประชุมวิชาการ สู้วิกฤติแม่น้ำโขงลด ร่วมประมวลข้อมูลสู้ปัญหาภัยแล้ง ด้านตัวแทนจีนยันคกก.ลุ่มแม่น้ำโขงมีการประสานงานตลอด
(8มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายว่า นายหู เจิ้งเยว่ (Mr.Hu Zhengyue) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีนายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพูดคุยความสมัพันธ์ไทย - จีน และสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐบาลและประชาชนจีนที่ให้การต้อนรับการเสด็จเยือนของพระบรมวงศานุวงค์ไทยเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และปีนี้ถือว่าเป็นปีแห่งความสำคัญที่สำหรับทั้งความสัมพันธ์ไทยและจีน ทั้งสองประเทศจะร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์การทูตครบรอบ 35 ปี และความตกลงเขตการค้าเสรีจีนและอาเซียน (FTA) เริ่มปฏิบัติ เชื่อว่าจะยิ่งสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ระหว่างไทยและจีนด้วย ไทยยังเห็นบทบาทสำคัญของจีนในการพัฒนาโครงสร้างสถารนูปโภคและเส้นทางคมนาคม ขณะเดียวกันอาเซียนยังปรารถนาที่จะเห็นภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-จีน มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง
โอกาสนี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวชื่นชมบทบาทพระบรมวงศานุวงค์ไทย ที่มีคุณาปการต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนมาโดยตลอด และยังมีความยินดีและพร้อมให้การต้อนรับการเสด็จเยือนจีนของพระวงศานุวงค์ไทยทุกพระวงค์ สำหรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจนั้น มูลค่าการค้าไทย-จีน ก็กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแรงเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา ในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยถึงวันละ 1.5 แสนคน นอกจากนี้ จีนยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือจีนและอาเซียนด้วย
ระหว่างการสนทนา นายกรัฐมนตรียังได้หยิบยกข้อห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้ง และการลดลงของระดับน้ำในลุ่มน้ำโขงว่า ปีนี้ที่รุนแรง และมีการคาดเดาสาเหตุต่างๆ ในวงกว้าง อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าปัจจัยหนึ่งอาจเกิดจากการสร้างเขื่อนในประเทศจีนด้วย ทั้งนี้ น่าจะเป็นประโยชน์หากจีนจะจัดให้มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มีการพูดคุยด้านวิชาการ ให้ได้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อปูทางสู่การบริหารจัดการน้ำลุ่ม น้ำโขงของกลไกที่มีอยู่ร่วมกัน เชื่อว่าจีนผู้ที่มีบทบาทสูงในการพัฒนาในอนุภูมิภาคนี้ ไม่ต้องการเห็นความเดือดร้อนของประเทศปลายน้ำ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของจีนถือการแก้ไขปัญหาภัยแล้งเป็นภารกิจสำคัญ และการสร้างเขื่อนในประเทศจีนนั้นเป็นตามหลักการที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประเทศปลายน้ำ และปริมาณน้ำในแม่น้ำลานช้างมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 13 ของปริมาณน้ำในน้ำโขง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คณะกรรมการลุ่มน้ำโขง ก็ได้มีการประสานกันอย่างต่อเนื่อง และจีนจะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ร่วมกันในอนุภูมิภาคนี้ด้วย



