
เทือกลั่นอาวุธหายต้องมีคนรับผิดชอบ
สุเทพลั่นอาวุธกองทัพหายต้องมีคนรับผิดชอบ รับกังวลใจกลัวจะมีคนฉวยโอกาสไปสร้างสถานการณ์รุนแรง ปลุกระดมปชช.เจ้าของประเทศลุกขึ้นมาปกป้องปทช.
(8มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงความคืบหน้าการที่อาวุธในคลังแสง จ.พัทลุง ถูกขโมย มีส่วนเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ว่า ตนไม่สามารถกล่าวไปเช่นนั้นได้ แต่ว่าตนไม่ไว้ใจ ตนขอให้กองทัพได้รีบสอบสวนหาข้อเท็จจริง เราจะได้ดูแลแก้ปัญหาต่อ แต่เวลานี้ยังไม่มีการรายงานมาที่ตนเพราะยังสอบกันอยู่ จึงยังไม่สามารถพูดอะไรได้
เมื่อถามว่า สองเหตุการณ์นำมาผนวกกัน คนที่ก่อเหตุและคลังแสงหายไป อาจจะเป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องใช้กฎหมายพิเศษเข้ามาดูแลหรือไม่ เพื่อที่จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า เอาว่าชั้นนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ตนมีความกังวลใจมากขึ้น ว่าจะมีการฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ที่เป็นอันตรายต่อประชาชน ต่อบ้านเมือง
เมื่อถามว่า เชื่อตามที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ระบุหรือไม่ว่าอาจจะมีคนในเกี่ยวข้องกับการที่คลังแสงหายไป นายสุเทพ กล่าวว่า นายปณิธานพูดอาจจะมีข้อมูลจึงสันนิษฐาน แต่ตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปสันนิษฐานอะไรได้ แต่ถ้ามีคนในก็ต้องดำเนินการเอาผิด อย่างไรต้องมีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว อยู่ๆ อาวุธยุทโธปกรณ์ของหลวงหายไปต้องมีคนรับผิดชอบ แต่ให้เขาสอบสวนให้ชัดเจนก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลา 3-4วัน แต่ถ้าจะให้เวลา 1วันจะเร็วไป จากนั้นตนจะมาเรียนให้ทราบ
ต่อข้อถามว่าพื้นที่ที่ใกล้จังหวัดพัทลุงทางภาคใต้ อย่างเช่น จ. สงขลา ช่วงที่ใกล้วันชุมนุมจะมีการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยตรวจอาวุธ ทุกเส้นทางที่จะเข้ามาในกรุงเทพ ไม่ว่าจะมาโดยรถยนต์ รถไฟ และพยายามเข้มงวดตนเคยเรียนไปแล้วว่าให้มีการตั้งด่านสกัดตรวจอาวุธทุกเส้นทางที่จะมาสู่กรุงเทพ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ หรือสถานที่ท่องเที่ยว ต้องดูตามสถานการณ์ว่าจะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ โดยทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าว ไม่ว่าจะเป็นสันติบาล ข่าวกรอง สภาความมั่นคง ศูนย์รักษาความปลอดภัยจะประมวลข่าวและรายงานให้เราทราบว่าพื้นที่ไหนน่าเป็นห่วงอย่างไร แต่ในเวลานี้หัวเมืองใหญ่ ๆ ยังไม่มีข่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่บอกว่าเป็นข้อกังวลว่าจะเกิดวินาศกรรม ซึ่งมามีเรื่องการขโมยอาวุธออกจากคลังแสง ซึ่งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายรัฐบาลมีการจัดฉากสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อนำไปสู่การใช้กฎหมายพิเศษ หรือคนในกองทัพลักลอบนำอาวุธออกไปเพื่อสร้างสถานการณ์เสียเอง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ป้องกันทรัพย์สินของทางราชาร ป้องกันชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างสถานการณ์ การประกาศใช้กฎหมายมีสิทธิ มีอำนาจดำเนินการ ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นฝ่ายตนต้องรับผิดชอบ ต้องถูกตำหนิ ติเตือนว่าบกพร่องอยู่ดี การที่กราบเรียนชี้แจงประชาชนเป็นระยะ ๆ ยึดหลักบ้านเมืองเป็นของเราทุกคน เกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองต้องรู้ด้วยกัน และตนปรารถนาพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศได้ลุกขึ้นมาช่วยกันดูแลปกป้องรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะฉะนั้นการนำเสนอข้อมูลพยายามที่จะให้ประชาชนได้รู้ข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรยกเลิกภารกิจต่างประเทศหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีวิจารญาณของท่าน ตัดสินได้เอง การที่ท่านตัดสินอะไรได้อยู่ที่ข้อมูลที่เราจะกรายเรียนรายงานขึ้นไป เมื่อรายงานแล้วท่านก็คงไปตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป



