ข่าว

เล็งแก้ปัญหาหนี้คนจนแบบยั่งยืน

เล็งแก้ปัญหาหนี้คนจนแบบยั่งยืน

08 มี.ค. 2553

คลังเล็งยกระดับหน่วยงานแก้ไขปัญหาหนี้คนจนเป็นองค์กรที่ใหญ่ขึ้น สั่ง สวค.ศึกษา มุ่งวางระบบแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน คาดคนจนที่ลงทะเบียน 1 ล้านราย ผ่านอนุมัติให้รีไฟแนนซ์หนี้ 60-70%

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เกิดความยั่งยืน เพราะที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาของรัฐทำโดยให้ธนาคารพาณิชย์ของรัฐปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ลูกหนี้นำไปชำระหนี้นอกระบบ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ยังไม่ได้จัดโครงสร้างการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ จึงมอบให้ สวค.ไปศึกษาว่าจะวางระบบการแก้ไขปัญหาอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างไร

 ส่วนแนวทางที่ได้ศึกษาไว้ คือ จะยกระดับสำนักงานแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ให้เป็นองค์กรที่ใหญ่ขึ้น จากปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่เพียง 9 คน โดยให้เป็นองค์กรถาวรในการแก้ไขปัญหาหนี้คนจนในภาพรวมทั้งหมด โดยการแก้ไขหนี้นอกระบบของคนจน จะเป็นงานเพียงส่วนเดียวขององค์กรนี้ แต่งานที่จะต้องพัฒนาไปมากกว่านั้นก็คือ การเข้าไปจัดการด้านการฝึกอาชีพให้แก่คนจนอย่างเป็นระบบ

 “การวางระบบดังกล่าว จะไม่ทำให้งานแก้ไขปัญหาคนจนเป็นงานฝากของธนาคารของรัฐ แต่จะทำในลักษณะให้ธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการไม่ขาดทุน แต่อาจมีกำไรไม่มาก เพื่อให้เป็นแรงจูงใจให้ธนาคารทำงานนี้อย่างจริงจัง เช่น การคิดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์จากเงินกู้นอกระบบมาเป็นเงินกู้ในระบบ ในอัตราไม่เกิน 12% ต่อปี ซึ่งสูงพอที่จะดูแลหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยที่ธนาคารยังไม่ขาดทุน แต่ก็เป็นอัตราที่ต่ำกว่าการกู้เงินนอกระบบมาก ที่คิดอัตราเดือนละ 5% หรือเท่ากับปีละ 60% เป็นอย่างน้อย ส่วนการอบรมฝึกอาชีพให้แก่คนจนนั้น ก็จะให้ ธ.ก.ส.และออมสิน ดำเนินการ โดยที่กระทรวงการคลัง จะจัดสรรงบประมาณเป็นค่าจ้างให้แก่ธนาคารทั้งสอง” แหล่งข่าวกล่าว

 แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า คนจนที่มาลงทะเบียนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ 1 ล้านรายนั้น คาดว่าจะผ่านการอนุมัติให้รีไฟแนนซ์หนี้ได้ประมาณ 60-70% คิดเป็นวงเงินที่ใช้รีไฟแนนซ์ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวน 3-4 แสนรายที่ไม่ผ่านการอนุมัตินั้น พบว่า ปัญหาหลักคือ ไม่มีรายได้เพียงพอในการชำระหนี้