ข่าว

กูรูคาด"กนง."คงดอกเบี้ยที่1.25%ชี้เศรษฐกิจยังเปราะบาง-ปัจจัยการเมืองรุมเร้า

กูรูคาด"กนง."คงดอกเบี้ยที่1.25%ชี้เศรษฐกิจยังเปราะบาง-ปัจจัยการเมืองรุมเร้า

08 มี.ค. 2553

นักเศรษฐศาสตร์มั่นใจ กนง.ยังคงดอกเบี้ยอาร์พีไว้ที่ 1.25% เหตุไม่มีปัจจัยกดดันให้ต้องรีบปรับเพิ่ม ขณะที่เศรษฐกิจยังโตเปราะบาง แถมปัจจัยการเมืองรุมเร้า แต่คาดดอกเบี้ยแนวโน้มปรับขึ้นช่วงไตรมาส 3-4 ของปี

  น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 มีนาคมนี้ เชื่อว่า กนง.จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ระยะ 1 วัน ไว้ที่ 1.25% เนื่องจากยังไม่พบแรงกดดันใดๆ ที่ทำให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และหากปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้อาจกระทบต่อการฟื้นตัวในภาคการลงทุนและการบริโภคได้

 "การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศยังเป็นไปแบบเปราะบางอยู่ และยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการเมืองด้วย ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังไม่สามารถที่จะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยอาจโตในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้" น.ส.อุสรากล่าวและว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นปัจจัยใดๆ ที่ทำให้ กนง.ต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ยิ่งถ้าดูในส่วนของตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานแล้ว ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปแม้จะปรับขึ้น แต่ก็ต่ำกว่าที่คาดการณ์เอาไว้

 นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยอาร์พีที่ 1.25% ต่อเนื่องไปอีกระยะ เพราะยังไม่เห็นสัญญาณความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้ และโดยส่วนตัวก็มองว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีโอกาสปรับขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี

 "ตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาก็ต่ำกว่าที่ กนง.ได้ประเมินไว้ โดยเฉพาะในส่วนของเงินเฟ้อพื้นฐาน และแนวโน้มดูแล้วก็ไม่น่าจะปรับขึ้นไปสูงมากนัก ขณะที่ปัจจัยการเมืองก็ยังเป็นตัวกดดันเศรษฐกิจของประเทศอยู่ ดังนั้นการจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้จึงอาจไม่เหมาะสม" นายบันลือศักดิ์กล่าวและว่า แต่หาก กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาของผู้ลงทุน ซึ่งน่าจะกระทบถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีโอกาสแข็งค่าขึ้นด้วย

 ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า กนง.คงจะมีมติให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อของไทยที่ยังไม่เร่งตัวมากนัก โดยเฉพาะจากฝั่งอุปสงค์หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน น่าจะเอื้อให้ กนง.ยังมีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายผ่านอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำได้ต่อไป อย่างน้อยก็ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 โดย กนง.คงเลือกที่จะรอให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากกว่านี้ จึงค่อยพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสมในอนาคต ซึ่งมีโอกาสจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง