ข่าว

แปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันทม.หัวหิน ลดปัญหาขยะสลายยากแห่งแรกของไทย

แปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันทม.หัวหิน ลดปัญหาขยะสลายยากแห่งแรกของไทย

08 มี.ค. 2553

ประจวบคีรีขันธ์- เทศบาลเมืองหัวหิน จับมือ อปท.ใกล้เคียง และกระทรวงพลังงาน จัดสร้างโรงงานแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันขายให้แก่บริษัทบางจาก

  นายจิระ พงษ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างเทศบาลเมืองหัวหิน, บริษัทซิงเกิ้ล พอยท์ เอ็นเนอยี่ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ จำกัด และบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ในการจัดส่งน้ำมันดิบแปรรูปขยะพลาสติกจากโรงงานบำบัดขยะของเทศบาลเมืองหัวหิน ให้แก่โรงกลั่นน้ำมันบางจากเพื่อนำไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปที่มีคุณภาพจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป โดยกระทรวงพลังงานมีการประกันราคาขายผ่านโรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งที่ราคา 18 บาทต่อลิตร

 "การลงนามครั้งนี้ เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของประเทศไทย และแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถผลิตน้ำมันดิบจากขยะพลาสติกได้จนประสบความสำเร็จ ซึ่งบ่อขยะแบบฝังกลบของเทศบาลมีศักยภาพในการรองรับขยะ 3 แสนตัน แบ่งเป็นขยะพลาสติกประมาณ 3 หมื่นตัน และยังมีขยะที่เกิดใหม่อีกวันละ 100-120 ตัน ซึ่งทางเทศบาลเมืองหัวหิน มีกำลังผลิตเฉลี่ย 6 ตันต่อวัน ได้น้ำมันดิบเฉลี่ยประมาณวันละ 4,500 ลิตร หรือเดือนละกว่า 1.35 ล้านลิตร ขายน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันเฉลี่ยปีละ 24 ล้านบาท รายได้ในส่วนนี้นำมาใช้จ่ายในการบริหารจัดการของโครงการกำจัดขยะของเทศบาลเมืองหัวหิน" นายจิระกล่าว

 นายอธิคุณ บุตรยิ่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังร่วมรณรงค์อยู่ในขณะนี้ และยังเป็นการลดปัญหาการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน เป็นการนำขยะที่เหลือใช้มาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ และสิ่งสำคัญยังช่วยกันลดปัญหาเรื่องของมลพิษทางอากาศและกลิ่น ตลอดจนลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ของประชาชนให้ดีขึ้น เนื่องจากเมืองหัวหินกำลังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการจัดการเรื่องขยะจึงเป็นนโยบายที่สำคัญอย่างหนึ่ง

 "การทำโครงการนี้ขึ้นมา เท่ากับว่าบ่อฝังกลบขยะของเทศบาลเมืองหัวหิน กลายเป็นขุมทรัพย์ทางพลังงานแห่งใหม่ ซึ่งเป็นบ่อขยะที่กลายเป็นบ่อน้ำมันที่เรามองไม่เห็นมานาน วันนี้เทศบาลเมืองหัวหินสามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ขยะพลาสติกที่ถูกฝังกลบไว้นานจนไม่ย่อยสลาย ปัจจุบันนี้สามารถนำขึ้นมาแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณค่าได้จริง สิ่งสำคัญยังเป็นพลังงานส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการนำเข้าพลังงานให้ประเทศไทยส่วนหนึ่ง" นายอธิคุณ กล่าว