
ชาวอินเดียหนีคดีเช็คเด้งซิ่งเก๋งชนผกก.สภ.บางละมุงเจ็บ
พ.ต.อ.สมนึก จัน ทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง ได้รับการประสานงาน บชน.ขอกำลังหนุนช่วยจับกุมชาวอินเดียหนีคดีเช็คเด้ง บนถนนพัทยา - นาเกลือ ขณะแสดงตัวเข้าจับกุมถูกขับรถชนเจ็บ แต่ก็ประสานกำลังจับกุมได้
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 มี.ค.52 พ.ต.อ.สมนึก จัน ทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการประสานจาก ด.ต.อำนวย ปรุงเกียรติ ผบ.หมู่งานสืบสวนนครบาล 2 บชน. ขอกำลังสนับสนุนช่วยจับกุมคนร้ายหนีคดีเช็คเด้ง และกำลังต่อสู้ขัดขวางการจับกุมอยู่บริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหน้าหมู่บ้านสวนรุ่งโรจน์ ถ.พัทยา - นาเกลือ ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบ ด.ต.อำนวย กำลังยื้อแย่งพวงมาลัย และพยายามดึงคนร้าย ซึ่งเป็นชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังคือนายกุล วินเดอร์ ซิงค์ (Mr.Kun Vinder Sing) อายุ 40 ปี สัญชาติอินเดีย ให้ออกมาจากรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ชค 2286 กทม. แต่นายกุล กลับเข้าเกียร์ขับรถพุ่งออกไป โดยมุ่งหน้าพัทยาเหนือ โดยที่ร่างของ ด.ต.อำนวย ยังเกาะอยู่ประตูรถฝั่งคนขับที่เปิดอยู่ ทำให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหวาดเสียว เกรงว่า ด.ต.อำนวย จะตกลงมา
กระทั่งมาถึงหน้าร้านข้าวต้มไอเอ็มเอฟ ห่างจากจุดเดิมประมาณ 500 เมตร รถได้หยุดลงกลางถนน ทาง พ.ต.อ.สมนึก จึงรีบเข้าไปแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ แต่นายกุล กลับเร่งเครื่องยนต์ขับพุ่งชน พ.ต.อ.สมนึก จนล้มลงได้รับบาดเจ็บ แล้วขับรถหลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองพัทยา
ระหว่างนั้นนายกุล ได้ขับรถด้วยความเร็วสูง และแซงซ้ายปาดขวาไปตลอดทางหวิดเกิดอุบัติเหตุอยู่หลายครั้ง โดยมีรถยนต์ตราโล่ ของ พ.ต.อ.สมนึก ที่กัดฟันลุกขึ้นแล้วสั่งลูกน้องขับรถไล่จี้ไปอย่างกระชั้นชิด และประสาน จนท.ตร.พัทยา ให้ช่วยตั้งด่านสกัดจับ กระทั่งนายกุล ไปจนมุมบริเวณสี่แยกไฟสัญญาณจราจร ถ.พัทยาเหนือตัดสาย 3 แต่ยังไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจใช้เวลากดดันอยู่นาน 10 นาที นายกุล จึงยอมลงจากรถแต่โดยดี
จากการตรวจค้นภายในรถพบอาวุธมีด 4 เล่ม , เครื่องช็อตไฟฟ้า , บัตรเครดิตประมาณ 20 ใบ , สำเนาโฉนดที่ดิน 5 ใบ , สมุดเช็คนับ 10 เล่ม และเอกสารส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่ง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนนายกุล ให้การว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาประเทศไทย เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว และแต่งงานอยู่กินกับนางบุษบา ชัยเชษฐ์ อายุ 35 ปี ชาว อ.กันทราลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ โดยไม่ได้จดทะเบียน และใช้ชื่อนางบุษบา เปิดร้านจำหน่ายผ้าอินเดีย ที่ย่านจรัญสนิทวงศ์ กทม.
กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ธุรกิจประสบปัญหาอย่างหนักจนต้องปิดกิจการ ทำให้เป็นหนี้สินนับ 10 ล้านบาท และถูกเจ้าหนี้ตามทวงอยู่เป็นประจำ จึงตัดสินใจหลบหนีมาที่เมืองพัทยาได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว โดยอาศัยพักหลับนอนอยู่ภายในรถ เพื่อเป็นการประหยัดค่าโรงแรม จนมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว
ขณะที่ ด.ต.อำนวย ปรุงเกียรติ ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล 2 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายกุล ได้เขียนเช็คที่ไม่มีเงินในบัญชีชำระให้กับเจ้าหนี้ที่มีอยู่ประมาณ 5 ราย มูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท กระทั่งเจ้าหนี้นำเช็คไปขึ้นเงิน และรู้ว่าเป็นเช็คเด้ง จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ภายหลังสืบทราบว่านายกุล ได้หลบหนีมาอยู่ที่เมืองพัทยา จึงนำหมายจับจากศาล เลขที่ 394/2550 เดินทางมาจับกุม และพบตัวอยู่หน้าร้านเซเว่นฯ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาต่อสู้ขัดขืนจึงประสาน ผกก.สภ.บางละมุง ให้ช่วยจับกุมและถูกผู้ต้องหาขับรถเฉี่ยวจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าตรวจเช็คร่างกายที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ดดยแพทย์ระบุว่า บริเวณข้อศอกด้านขวาแตก แต่ไม่มีอาการทางกระดูก และมีอาการบวมช้ำตามร่างกายเล็กน้อย โดยให้ยาแก้อักเสบมากิน และอนุญาตให้กลับบ้านได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชน และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ที่ช่วยไล่ติดตามจนสามารถจับกุมได้



