
วัฒนธรรม
วันก่อนผมได้สนทนากับ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ในรายการ สยามอารยะ ทางสถานีโทรทัศน์ไททีวี 3 ถึงเรื่องสภาวการณ์ของวัฒนธรรมไทยในปัจจุบัน ซึ่งคนในสังคมกำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมเกาหลี ไม่ว่าจะไปทางไหนก็เห็นคนไทยดูละครโทรทัศน์เกาหลี ฟังเพลงเกา
ผมคิดว่า ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกับคำว่า “วัฒนธรรม” ก่อน คำนี้มาจากคำสองคำคือ ”วัฒนะ”-ความเจริญ กับ “ธรรมะ”-ความดีงาม รวมความแล้วคือความเจริญในทางที่ดีงาม แรกเริ่มนั้นมีผู้เสนอให้ใช้คำว่าภูมิธรรมในการบัญญัติศัพท์คำภาษาอังกฤษว่า culture แต่ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงเห็นว่าคำว่าภูมิธรรมมีลักษณะไปในทางที่หยุดนิ่ง แต่วัฒนธรรมย่อมจะต้องมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น คำว่าวัฒนธรรมจึงมีความเหมาะสมกว่า ซึ่งหากย้อนกลับไปมองวัฒนธรรมของไทยก็จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงและรับวัฒนธรรมจากต่างประเทศ
มาโดยตลอด นับจากวัฒนธรรมของขอม มอญ จีน อินเดีย และตะวันตกในอดีต จนถึงวัฒนธรรมของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในปัจจุบัน
สิ่งที่หลายคนอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ก็คือ เหตุใด “ฮัลยู” หรือวัฒนธรรมเกาหลีใต้จึงสามารถรุกคืบได้รวดเร็วและครองใจคนไทยโดยเฉพาะวัยรุ่นได้ถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าคำตอบคงเป็นเพราะเกาหลีใต้มีการเตรียมตัวและทำการบ้านมาดี เราท่านอาจจะนึกไม่ถึงว่าจริงๆ แล้ว เกาหลีเป็นชาติที่แทบจะไม่มีวัฒนธรรมของตนเอง เพราะนอกจากจะรับวัฒนธรรมพื้นฐานคือปรัชญาของขงจื้อและพุทธศาสนามาจากจีนอย่างเต็มๆ แล้ว ดินแดนแห่งนี้ก็ยังถูกยึดครองโดยจีนและญี่ปุ่นเป็นเวลายาวนาน รวมทั้งทำสงครามรบพุ่งกันเองอีกต่างหาก แต่เกาหลีใต้ก็สามารถขุดคุ้ยหาวัฒนธรรมเก่าซึ่งมีอยู่น้อยนิดของตนมาใช้ประโยชน์ในการปลูกฝังความรักชาติและสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของชาติตั้งแต่ยุคสงครามเกาหลี
เมื่อถึงเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ ในปลายทศวรรษ 1990 สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าออกสำคัญของเกาหลีประสบปัญหาเรื่องการส่งออก เกาหลีใต้ก็หันมาหาสินค้าวัฒนธรรมที่ได้ปูพื้นฐานมาเป็นเวลาหลายสิบปีล่วงหน้าแล้ว เช่น ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ซึ่งที่ผ่านมาก็เพียงเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และเป็นเครื่องมือในการทำสงครามประชาชนกับเกาหลีเหนือ รัฐบาลเกาหลีใต้ได้มีการกำหนดแผนแม่บทและแผนยุทธศาสตร์สำหรับการส่งออกสินค้าวัฒนธรรม โดยศึกษาแม่แบบจากสหรัฐ และระดมความคิดความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในภาครัฐ มีการสร้างนวัตกรรมและปรับแต่งรูปแบบของสินค้าให้เหมาะสมกับตลาดภายนอก โดยมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับความเปลี่ยนแปลงและความแปลกใหม่ง่ายกว่าคนรุ่นเก่า ขณะเดียวกันก็สร้างอัตลักษณ์ของความเป็นเกาหลี ทั้งด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับวัฒนธรรมใหม่ๆ และสร้างวัฒนธรรมที่ใหม่ถอดด้าม
เป็นที่ยอมรับว่ากระแสเกาหลีประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั่วโลก ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ นักร้อง นักแสดงเกาหลีใต้ เป็นที่คลั่งไคล้อย่างขนานใหญ่ และสินค้าวัฒนธรรมเหล่านี้ก็ยังสร้างกระแสนิยมเกาหลีต่อเนื่องไปถึงสินค้าต่างๆ ของเกาหลี เกม อาหาร แฟชั่น ฯ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี นอกจากนี้เกาหลีใต้ยังกลายเป็นดินแดนในฝันที่นักท่องเที่ยวปรารถนาจะไปเยือน เฉพาะนักท่องเที่ยวจากเมืองไทยเองก็เพิ่มขึ้นจาก 7.8 หมื่นคน ในปี 2546 เป็น 1.9 แสนคน ในปี 2552
ผมคิดว่าแทนที่จะมัวปริวิตกกับการที่วัยรุ่นไทยนิยมวัฒนธรรมเกาหลี จนผู้ใหญ่บางท่านออกมาแสดงความเป็นกังวลว่าเด็กไทยจะลืมวัฒนธรรมไทย หรือประพฤติตัวตามแบบดาราเกาหลีและออกไปไล่จับเด็กๆ ตามร้านเกม เราน่าจะหาทางทำให้วัฒนธรรมไทยมีความน่าสนใจโดยนำวัฒนธรรมเก่าของไทยที่มีต้นทุนอยู่มากมาย มาผสมผสานกับแนวคิดใหม่ๆ ที่เด็กชื่นชอบ ให้เหมาะกับยุคกับสมัย และสร้างนวัตกรรมทางวัฒนธรรมขึ้น ซึ่งจะเป็นทั้งภูมิคุ้มกันแก่วัฒนธรรมไทย และเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่วัฒนธรรมไทยด้วยครับ



