ข่าว

คนเสื้อแดงในสังคมวิตกจริต

คนเสื้อแดงในสังคมวิตกจริต

08 มี.ค. 2553

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และจากต้นสัปดาห์นี้เป็นต้นไป กำลังทำให้คนไทยทั้งแผ่นดิน ตกอยู่ในหล่มโคลนแห่งความเท็จ จนไม่คิดถึงเหตุและผล และแยกแยะอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะหลังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ

ระเบิดที่ไม่ได้หวังผลในการทำลายล้างและในสภาพความเป็นจริงผู้ลงมือกระทำมิได้มีศักยภาพในการก่อการใหญ่อย่างเป็นขบวนการ ไม่รู้แม้กระทั่งจุดที่ก่อเหตุเป็นจุดล่อแหลมที่ต้องมีกล้องวงจรปิดจับภาพอยู่แล้ว กระนั้นยังถูกโยงไปยังนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือเคทอง ลูกน้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล คนที่สังคมกำลังให้ค่าเขาเกินความเป็นจริง

มีคนจำนวนหนึ่งที่มีจุดประสงค์ทางการเมืองที่อาจเหมือนหรือแตกต่างกับคนเสื้อแดง แม้กระทั่งคนเสื้อแดงเองก็ไม่ได้เป็นผู้ที่นิยมชมชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งหมด ความเป็นเสื้อแดงจึงมิใช่สัญลักษณ์ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงแต่ประการเดียว และแม้กลุ่มคนเสื้อแดงที่มีวาระชัดเจน เช่น กลุ่ม นปช.ภายใต้การนำของนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็เคยนำคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนใหญ่ยึดทำเนียบรัฐบาล มี พ.ต.ท.ทักษิณวิดีโอลิงก์ เป็นผู้นำม็อบตัวจริงมาปลุกระดมคนเสื้อแดงทุกคืน บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงประกาศจะขับไล่รัฐบาลให้สำเร็จโดยพลัน แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยสภาพที่คนเสื้อแดงแตกกระจายไปคนละทิศคนละทาง

 ความรุนแรงมิใช่คำตอบของสังคมไทย และคนไทยไร้สีส่วนใหญ่ของประเทศนี้ก็คงไม่ปรารถนาความรุนแรง น่ายินดีที่คนไทยจำนวนไม่น้อยได้แสดงเจตนาที่จะรวมตัวกันปกป้องชุมชน และป้องกันการรบกวนการอยู่อย่างสงบสุขของพวกเขา คนไทยกลุ่มอื่นๆ ที่อาจถูกกระทบจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ก็ต้องรวมตัวกันเพื่อยืนยันสิทธิของชุมชนที่จะอยู่อย่างสงบสุขด้วย ในขณะเดียวกันก็อย่าได้ตื่นตระหนกตกใจจนเกินเหตุ เพราะไม่มีใครที่จะอยู่เหนือกฎหมาย ที่จะละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นได้ และสุดท้ายทุกคนต้องเชื่อมั่นในสถาบันที่จะอำนวยความยุติธรรม

 แน่นอนว่าเราไม่ควรตั้งตนอยู่ในความประมาท ไม่เพียงวาทกรรมของคนเสื้อแดงที่กำลังประกอบสร้างภาพลวงให้สังคมไทยวุ่นวายสับสนเท่านั้น หากแต่ทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์ คนไทยก็ไม่ควรประมาท อย่างน้อยเรื่องราวและคำโตรายวันของแกนนำเสื้อแดง สาย นปช.ก็ส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาให้แก่สังคมไทยพอสมควร คนไทยทุกคนจะต้องตั้งจิตให้มั่น ทำมาหากินและดำรงชีวิตไปตามปกติ การตื่นตระหนกจนเกินเหตุก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้คนไร้ราคาอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และบรรดาผู้สนับสนุนของเขาฮึกเหิมสำคัญผิดโดยไม่จำเป็น