ข่าว

ภัยแล้ง

ภัยแล้ง

08 มี.ค. 2553

ถึงวันนี้ได้ยินว่าน้ำในเขื่อนทั้งหมดของประเทศมีปริมาณน้ำเหลืออยู่เพียง 31 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่สามารถกักเก็บได้โดยมีข้อมูลอีกว่าเรื่องน้ำกินน้ำใช้ไม่ต้องห่วงเพราะในระบบการจัดสรรน้ำได้กำหนดให้น้ำกินน้ำใช้มีความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่ที่เป็นปัญหาในขณะนี้แล

 การจัดการทรัพยากรน้ำในบ้านเรายังไม่ได้รับความสนใจมากนัก จะพูดให้ตรงประเด็นคือสังคมไทยยังใส่ใจเรื่องนี้น้อยเกินไป เรื่องเทคนิคการชลประทานผมไม่ถนัดแต่ถ้าเป็นเรื่องการจัดสรรน้ำให้เป็นธรรมกับชาวบ้าน รวมทั้งการกระตุ้นให้สังคมร่วมรับผิดชอบเรื่องนี้ร่วมกัน ผมเห็นว่าหลีกเลี่ยงทำเฉยเมยไม่ได้

 เรื่องนี้ต้องตั้งต้นกันตรงที่ว่าทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพราะโดยหลักการแล้วต้องถือว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นของทุกคนร่วมกัน แต่การร่วมกันจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นน้ำ ป่าไม้ แร่ หรือแม้กระทั่งอากาศที่จับต้องไม่ได้ หลักคิดของการร่วมกันรับผิดชอบในเรื่องการใช้ การดูแลรักษา ทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่เราเรียกกันว่าการใช้และการจัดการอย่างยั่งยืนนั้นเป็นทั้งสิทธิและหน้าที่ของทุกคนในสังคม

 เมื่อเข้าใจกันอย่างถ่องแท้ถึงเรื่องสิทธิและหน้าที่ในการใช้น้ำแล้ว ต่อไปก็ต้องพูดกันถึงเรื่องความเป็นธรรมและความชอบธรรมในการจัดสรรน้ำเพื่อคนทุกกลุ่ม และถ้าเราใช้หลักวิถียุติธรรมในเรื่องนี้เห็นทีจะต้องนำเอาเรื่องราวของกฎหมายและวิถีชีวิตบวกรวมกับเทคนิควิชาการและการบริหารจัดการมาผสมผสานกันเพื่อให้การใช้น้ำมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

 เท่าที่ได้ยินมาสำหรับหน้าแล้งปีนี้คงเป็นเพียงคำขอร้องจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้ชาวบ้านงดเว้นการปลูกข้าวนาปรังครั้งที่สองเพื่อให้การจัดสรรน้ำทำได้คล่องตัวขึ้น แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลและชาวบ้านเริ่มมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องแย่งน้ำในการทำนา มองในแง่ของชาวบ้านแม้จะได้ยินเสียงเตือนและขอร้องจากรัฐเรื่องการใช้น้ำแต่อีกประเด็นที่สำคัญคือ ถ้าไม่ทำนาแล้วจะทำอะไรกินล่ะ จะให้นั่งหายใจทิ้งมองดูน้ำในแม่น้ำลำคลองไหลผ่านหน้าไปเฉยๆ ทุกวันได้อย่างไร มีคำแนะนำหรือการช่วยเหลือจากรัฐในเรื่องนี้อย่างไร และชาวบ้านเองได้มีการร่วมกันคิดร่วมกันทำอย่างไรในเรื่องนี้บ้าง

 ภัยแล้งซ้ำซากในบ้านเรามักจะคู่กับน้ำท่วมซ้ำซาก (ความจริงแล้วไม่ว่าปัญหาอะไรในบ้านเรามักจะได้ชื่อว่าปัญหาซ้ำซากอยู่เสมอ) การเตรียมตัวในแต่ละปีมักจะไม่ค่อยมีอะไรใหม่ๆ ผลกระทบแต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับว่าธรรมชาติจะกรุณาเราแค่ไหน การพัฒนาแนวทางของสังคมไทยในเรื่องนี้ต้องเริ่มต้นที่การสร้างความตระหนักให้เห็นว่าเป็นปัญหาของทุกคนร่วมกัน ไม่ใช่คนในเมืองใหญ่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเพราะอย่างที่บอกไว้ตอนต้นการจัดสรรจะถือน้ำกินน้ำใช้เป็นลำดับความสำคัญต้นๆ เรียกว่าคนส่วนใหญ่ในเมืองไม่เดือดร้อนแน่ น้ำประปายังไหลแรงสม่ำเสมอ ผิดกับชาวบ้านในระดับรากหญ้าที่จะสัมผัสปัญหานี้ใกล้ชิดกว่า
 
 ความชอบธรรมในเรื่องนี้เมื่อเกิดความตระหนักในปัญหาแล้ว เราทุกคนต้องคิดถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรมการใช้น้ำของชาวบ้านเป็นตัวตั้งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ควรลงน้ำหนักไปที่วิถีคนเมืองและสังคมอุตสาหกรรมเท่านั้น เพราะจะทำให้การบริหารจัดการบิดเบี้ยวไม่ยั่งยืนและไม่อาจเกิดความชอบธรรมได้

 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือที่จะสร้างขึ้นเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาต้องยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงไม่อิงเทคนิควิชาการมากเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีมาตรการอะไรเสียเลยนอกจากคำขอร้องวิงวอน แต่ที่สำคัญต้องถือว่าเป็นปัญหาของทุกคน

 ภัยแล้งเป็นภัยเกี่ยวกับปากท้องและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ต้องรู้ทั้งสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง  เหมือนกับปัญหาทางการเมืองนั่นแหละ ถ้าไม่รู้ตัวคงพังกันไปทั้งหมด
ื