
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่8มี.ค.
** เบื้องหลังบุกตรวจค้นเรือตรวจการณ์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กลางหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งแทงหาย 7 ลำจากสึนามิปี 47 แต่ความจริงกลับตาลปัตร เพราะถูกถอดชิ้นส่วนแยกขายเอาเงินเข้ากระเป๋า งานนี้เจ้ากระทรวงตาชั่ง "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" ขอมีบทบาทร่วม นั่งเครื่องบินไปลง
** "พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์" รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ง.เจอธุรกรรมการเงินต้องสงสัยไหลเข้าประเทศปีละไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท แต่ทำได้แค่วิเคราะห์ส่งให้หน่วยงานอื่นดำเนินการไปพลางก่อน นั่งมองบ้าน คอนโดฯ และทรัพย์สินที่งอกเงยจากการฟอกเงิน แต่ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากจดบันทึกก็เพราะ ป.ป.ง.กลวงโบ๋ ไม่มีคณะกรรมการมานานกว่า 2 ปี ขนาดตั้งแท่นรอเป็นวาระประชุมในสภาหินอ่อนอยู่นาน แต่ก็ยังไม่ได้ฤกษ์ เมื่อไม่มีบอร์ดใหญ่ก็สรรหาคณะกรรมการธุรกรรมมาเดินงานไม่ได้
** เรื่องที่ควรเร่งทำกลับไม่เร่ง ต้องยกให้กับบิ๊กตาชั่งอีกตามเคย บอร์ด ป.ป.ท.ที่ว่างมานาน กระทั่งเปลี่ยนเลขาธิการมาแล้วถึง 3 คน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่คืบหน้า เล่นเอาคนทำงานถึงกับเซ็ง มีงานแต่ทำไม่เสร็จ ต้องส่งไม้ต่อให้หน่วยอื่น ไม่นับความไม่ลงตัวในตำแหน่งบริหารอื่นๆ อีกบานตะเกียง ตั้งแต่ ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม ระดับ 10 รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ 2 ตำแหน่ง และผบ.เรือนจำใหญ่อีกเป็นแผง ว่างเว้นหมด ต้องจัดผู้ตรวจราชการกรมออกไปรักษาการแทนตั้งแต่ตุลาคม 52 จนใกล้ฤดูโยกย้ายกลางปีเมษายน 53 ยังไม่รู้จะเสร็จทันหรือเปล่า ไม่น่าเชื่อว่าการแต่งตั้งโยกย้ายจะเป็นงานยากเย็นแสนเข็ญสำหรับรัฐบาลชุดนี้ ตัดสินใจไม่ลงตัวอย่างนี้จะสอดรับกับข่าวโผเด็กฝากเกินโควตาที่รับได้จริง 2-3 เท่าหรือเปล่า
** ฝากถึง "กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ปลัดยุติธรรม ถึงเรื่องร้อนๆ ของสำนักงานตรวจสอบ ผู้บริหารมาใหม่ไฟแรงทำงานไม่ถึงเดือนจ้องจะย้ายข้าราชการคนโน้นคนนี้ กรุยทางให้คนของตัวเองเข้ามาเสียบ ทำเอาผู้ใต้บังคับบัญชามึนตึ้บ ร้อนถึงหัวหน้าหน่วยต้องออกโรงเบรกไอเดีย แหมช่างไม่เข็ดจริงๆ สั่งย้ายสับสนของเก่ายังเคลียร์ไม่จบ จะสร้างปัญหาใหม่อีกแล้ว **



