
นักวิชาการชี้ยึดทรัพย์แม้วคือทวงคืนทรัพย์แผ่นดิน
อาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ชี้คนวิจารณ์โจมตีรัฐประหารทำลายศาล ระบบยุติธรรม เข้าใจผิด แจงกระบวนการยุติธรรมมีอิสระในตัวเอง ตัดสินใช้เหตุผล คานอำนาจทุกการปกครอง ปชต. เผด็จการ ระบุ ศาลไทยเป็นที่ยอมรับในภูมิภาคการคุ้มครองสิทธิ์เอกชน ยันยึดทรัพย์ทักษิณ-คร
ที่ห้องประชุมสมาคมนักขาวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ 7 มี.ค.53 เวลา 10.30 น. สมาคมนักข่าว ฯ จัดราชดำเนินเสวนาหัวข้อ “ สังคมไทยเรียนรู้อะไรจากคดียึดทรัพย์ ?” ซึ่งมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นตัวแทนฝ่ายการเมือง นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธ์ นายกสมาคมนักข่าว ฯ ร่วมเสวนา
นายกิตติศักดิ์ อาจารย์นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการออกพูดกันว่า เมื่อต้นเป็นพิษ ผลก็เป็นพิษด้วย เพราะเห็นว่าคดีเริ่มต้นเริ่มจากการใช้อำนาจรัฐประหารยึดอำนาจ และที่มีผู้วิจารณ์ว่าการตัดสินคดีเป็นการตีไปที่ใจกลางทุนนิยม และเป็นการยึดทรัพย์เอกชน ตนเห็นว่าเป็นความเข้าใจที่คาลดเคลื่อน ที่จะมองว่าศาลเป็นผลของการรัฐประหารแล้วการตัดสินคดีไม่เป็นไปตามกฎหมายแต่ทำตามความรู้สึก ซึ่งการมองเช่นนี้เป็นอันตรายทำให้เกิดปัญหาในสังคมที่ถือกฎหมายเป็นใหญ่
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า การมองว่าการรัฐประหารทำลายกระบวนการยุติธรรมนั้นผิดอย่างมาก เพราะกระบวนการยุติธรรมมีอำนาจอิสระในตัวเอง ใช้เหตุและผลในการตัดสิน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือของการถ่วงดุลการใช้อำนาจการปกครองไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ถ้าพบว่ามีการใช้อำนาจเสียงข้างมากไปลุกล้ำเสียงข้างน้อยก็คานอำนาจ ตัวอย่างในอดีตเมื่อมีการรัฐประหารแล้วมีการออกกฎเรื่องการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินที่จะมีการชำระค่าที่ดินตามกฎหมายเก่าก่อนที่จะมีการรัฐประหาร แต่ศาลพิจารณาว่าทำไม่ได้สุดท้ายการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินต้องเป็นไปตามราคาตลาด หรือแม้ตัวอย่างยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อการยึดอำนาจแล้วเมื่อลูกน้องถูกดำเนินคดีเรื่องการรับเงิน 500,000 บาทบุกรุกป่า ก็มีความพยายามที่ช่วยเหลือคดีแต่ก็ทำไม่ได้จนศาลมีคำพิพากษา
นายกิตตศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการมองว่าการยึดอำนาจในยุค รสช. ก็มีการตั้ง คตส. แต่ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ เหตุใด คตส. ยุค คมช. ศาลฎีกาเหมือนกับกลับมีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ ต้องดูให้ดีว่าการแต่งตั้ง คตส. ยุค คมช. มีการรับรองไว้โดยประกาศคณะรัฐประหารและ รธน. และเมื่อมีการใช้กฎหมายก็ต้องดูว่าใช้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันหรือไม่ ซึ่งการตั้ง คตส. ไม่ได้พุ่งเป้าใช้กับเฉพาะคนใดคนหนึ่ง และการใช้อำนาจ คตส. ไม่ได้ตัดสินเองแต่ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาพิพากษา ซึ่งการตั้ง คตส. แม้จะไม่ได้ออกกฎหมายโดยรัฐสภาแต่มีการรับรองโดยถูกต้อง ซึ่งกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาจะมีคุณค่าเหนือกว่าเท่านั้น ขณะที่การยึดทรัพย์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องการยึดทรัพย์เอกชน แต่เป็นการวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำอำนาจที่มีอยู่ไปใช้อย่างไร เมื่อพบว่าใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ทำให้รัฐเสียหาย การยึดทรัพย์จึงเกิดขึ้นเป็นการเรียกคืนทรัพย์ที่ควรตกเป็นของแผ่นดินกลับคืนมา
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า หลักการที่ห้ามนักกรเมือง เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจที่มีอยู่ไปแสวงหาประโยชน์เป็นหัวใจสำคัญการปกครองทุกระบบ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องทำการเพื่อแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินแต่ถ้าไม่ยึดหลักการดังกล่าวก็จะทำให้เข้าสู้ยุคอำนาจอนาธิปไตยลักษณะมีใครยาวสาวได้สาวเอา ดังนั้นเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำนาจดำเนินการต้องกระทำการเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่ถ้ามีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยผิดปกติ ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะมีการใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์และถ้าไม่สามารถชี้แจงได้ว่าไม่ได้มีการใช้อำนาจโดยไม่ชอบอย่างไร ก็ต้องถูกดำเนินคดี
นายกิตติศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นที่นายจาตุรนต์ ตั้งข้อสังเกตการคุ้มครองกรรมสิทธิ์เอกชนเมื่อถูกดำเนินคดียึดทรัพย์ว่า การที่ศาลได้วินิจฉัยถึงนโยบาย 5 มาตรการนั้น โดยเฉพาะการตรา พ.ร.ก.ภาษีสรรสามิต ไม่ได้วินิจฉัยว่ากฎหมายผิดเพราะกฎหมายมีความถูกต้องโดยตัวเองอยู่แล้ว แต่เมื่อมีกฎหมายแล้วการใช้อำนาจตามกฎหมายนั้นเอื้อประโยชน์อย่างไร โดยตนเห็นว่าการคุ้มครองกรรมสิทธิ์เอกชนในภูมิภาคนี้ถือว่าศาลไทยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับที่สุด แม้การตรวจสอบทางการเมืองยังไม่กว้างขวางอย่างที่ประเทศตะวันตกก็ตาม
ขณะที่เรื่องของการติดตามยึดอายัดทรัพย์นั้นประเทศไทยก็เป็นหนึ่งภาคี 140 ประเทศที่ทำข้อตกลงสัญญาระหว่างประเทศเรื่องนี้ไว้ แต่ยังไม่ได้ลงสัตยาบรรณ ก็แสดงให้เห็นว่านานาประเทศให้ความสนใจเรื่องการฝ่าฝืนกฎหมายแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ควรได้ ตัวอย่างที่พบว่านักการเมืองประเทศเฮติ นำเงินไปฝากธนาคารประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อพบและมีการติดตามแม้คดีจะหมดอายุความ แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะหารือกันเพื่อส่งเงินคืน และหลายฝ่ายกำลังพิจารณาว่าจะไม่ให้คดีการติดตามทรัพย์สินต้องมีอายุความด้วย



