
หลายจังหวัดเหนือยังเผชิญปัญหามลพิษ-หมอกควัน
หลายจังหวัดภาคเหนือ ยังเผชิญปัญหามลพิษ หมอกควันปกคลุมภาคเหนือทั่วฟ้า ค่าฝุ่นขนาดเล็กยังพุ่งสูงเกินมาตรฐานหลายจังหวัด ผู้นำองค์ความรู้ด้านทรัพยากร ชี้ สาเหตุหลักไฟป่ายังเกิดไม่หยุด ส่วนหอการค้าเชียงราย วอนเร่งทำฝนหลวงช่วยลดปัญหาหมอกควัน หวั่นท่องเที่ยวกระท
สถานการณ์หมอกควันและมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคเหนือยังมีแนวโน้มรุนแรง เนื่องจากค่าฝุ่นขนาดเล็ก หรือ PM10 (Particulate Matter) ที่มีอนุภาคเล็กกว่า 10 ไมครอน กำหนดค่ามาตรฐานไม่ควรเกิน 120 ไมโครกรัม/ลบ.ม. และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI : Air Quality Index) ไม่ควรเกิน 100 ได้เกินค่ามาตรฐานในหลายจังหวัดต่อเนื่องนานนับสัปดาห์ ล่าสุดวันนี้ ( 7 มี.ค.) กรมควบคุมมลพิษรายงาน ว่าปัญหาหมอกควันที่จ.เชียงราย เกินค่ามาตรฐานทั้งค่า PM 10 และ AQI โดยที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณสาธารณสุขแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย PM 10 สูงกว่า 272.5 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ส่วน AQI วัดได้ 116 ขณะที่สถานีวัดในอ.เมือง จ.เชียงราย PM10 สูงกว่า 184.1 ไมโครกรัม/ลบ.ม. และ AQI วัดได้ 128
ส่วน จ.ลำปาง PM10 สูงกว่า 141.3 ไมโครกรัม/ลบ.ม. และ AQI วัดได้ 109.0 จ.ลำพูน PM10 สูงกว่า 137.9 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 109.0 จ.แม่ฮ่องสอน PM10 สูงกว่า 160.5 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 118.0 จ. น่าน PM10 สูงกว่า 145.3 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 111.0 จ.พะเยา PM10 สูงกว่า 148.0 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 113.0 และล่าสุดที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณ โรงเรียนยุพราช จ.เชียงใหม่ ค่า PM10 สูง 123.9 ไมโครกรัม/ลบ.ม. AQI วัดได้ 102
นายจอนิ โอโดเชา อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม. 4 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ในฐานะผู้นำองค์ความรู้ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศที่เกิดจากไฟป่าต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น ประชาชน รวมทั้งต้องเร่งสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงจะประสบผลสำเร็จ
นอกจากนี้ต้องมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อแก้ปัญหาต่อเนื่องไม่ใช่เน้นแต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเวลาที่เกิดปัญหาขึ้นมาเท่านั้น ปัญหาไฟป่าที่เป็นสาเหตุของหมอกควันต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 - 4 ปี จึงจะได้ผลเพราะไฟป่านั้นเกิดขึ้นมานับ 100 ปีแล้ว ส่วนการเผาพืชไร่ของเกษตรกรบนพื้นที่สูงไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศในช่วงนี้ เพราะเกษตรกรจะเริ่มเผากันในช่วงเดือน เม.ย.
"ไทยเป็นประเทศเขตร้อนจึงต้องประสบปัญหาความแห้งแล้งและมีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นทุกปี แม้ขณะนี้สถานการณ์หมอกควันของจ.เชียงใหม่ จะไม่รุนแรงเหมือนจังหวัดอื่นๆในภาคเหนือที่ค่ามลพิษพุ่งสูงขึ้นเกินมาตรฐานแต่ก็รับประกันไม่ได้ เพราะพบว่ายังมีไฟป่าเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เช่น ในอ.แม่วาง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาไฟได้เผาผลาญพื้นที่ป่าไปมากกว่า 100 ไร่ ไฟป่าที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์แสดงให้เห็นว่ายังมีคนที่ไม่เข้าใจและมีเจตนาไม่ดีอยู่"นายจอนิกล่าว
นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้าจ.เชียงราย กล่าวว่า ปัญหามลพิษทางอากาศจากหมอกควันที่มาจากไฟป่าที่ปกคลุมจ.เชียงราย ปีนี้ค่อนข้างรุนแรงและเกิดขึ้นเร็วกว่าทุกปีตั้งแต่ปลาย ก.พ.จนถึงต้น มี.ค. ปัจจัยของปัญหานอกจากความแห้งแล้งที่มาเร็วกว่าปกติ ภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศที่แปรปรวนมีส่วนทำให้สถานการณ์หมอกควันรุนแรงขึ้น ส่วนไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงทุกปี
"หลังเกิดมลพิษหมอกควันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในส่วนการท่องเที่ยวของจ.เชียงรายอย่างเห็นได้ชัดหากไม่เร่งแก้ปัญหาและปล่อยให้เกิดขึ้นทุกปี จ.เชียงรายอาจสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7 -8 % ของรายได้รวมทั้งหมดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ปัญหาโดยทำฝนหลวงในพื้นที่จ.เชียงราย เพราะสภาพอากาศยังมีความชื้นสูงอยู่ หากฝนตกลงมาเชื่อว่าปัญหาหมอกควันและทุเลาและหายไปได้"นายวิรุณกล่าว



