
ชาวอุบลฯโอดน้ำโขงแห้งผันชีวิตหาปลาเป็นกรรมกร
ชาวบ้านอุบลฯโอดน้ำโขงแล้งหาปลาไม่ได้ หันยึดอาชีพกรรมกรแบกสิ่งของ หาเงินเลี้ยงครอบครัว ขณะที่ระดับของแม่น้ำโขงยังลดลงอย่างน่าวิตก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความแห้งแล้งของแม่น้ำโขง พบว่ามีหลายครอบครัวริมฝั่งแม่น้ำโขง ต้องสู้ชีวิตกันแบบดิ้นรน พืชเศรษฐกิจ ที่เคยปลูกตามแนวตลิ่งไม่งอกงาม การประมงกระทบหนัก พ่อบ้านหาปลาไม่ได้ แม่บ้านเลยหันมารับจ้างแบกสำภาระของแม่ค้าลาวลงจากท่านน้ำส่งถึงเรือ สร้างรายได้ตั้งแต่ 50-100 บาทต่อวัน นำจุนเจือครอบครัว
ทั้งนี้ นางลำดวน จรรยา อายุ 62 ปี ราษฎรบ้านเลขที่ 132 หมู่ที่ 3 บ.ปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เล่าว่า ตามปกติของทุกปีที่ผ่านมา หลังจากที่น้ำโขงเริ่มจะลดลง คือในห้วงของปลายเดือนตุลาคม ในแต่ละครัวเรือนของหมู่บ้านแห่งนี้ จะพากันนำเมล็ดพันธุ์พืชหลายชนิด อาทิ หอม กระเทียม มันสะเภา มันเทศ ข้าวโพด ถั่วลิสง ตลอดทั้งเมล็ดพันธุ์ฝ้ายด้วย พากันลงปลูกไปตามแนวตลิ่งของฝั่งโขง แล้วก็จะเก็บกู้ในห้วงของเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เมษายน แล้วแต่อายุของพืชแต่ละชนิด ปรากฏว่า ปีนี้น้ำโขงได้ลดระดับลงเร็วมาก พร้อมกับฝนก็ได้ทิ้งช่วงไปตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน และอากาศก็ร้อนกว่าทุกปีที่ผ่านมา ความแห้งแล้งเข้ามาเยือนเร็วมาก จึงทำให้ความชุ่มชื้นของผิวดินไม่เพียงพอในด้านการเกษตร แล้วจึงทำให้ผลผลิตไม่มีความสมบูรณ์ อย่างฝ้ายนี้ เริ่มปลูกกันในเดือนพฤศจิกายน แล้วจะเก็บดอกในปลายเดือนมีนาคม
แต่ปีนี้ ฝ้ายกลับออกดอกเร็วกว่าปกติ ดอกฝ้ายมีขนาดเล็ก ไม่สมบูรณ์ เพราะความชุ่มชื้นของผิวดินไม่เพียงพอ ชาวบ้านจึงพากันขาดรายได้ จากการขายผลผลิตของพืชผักตามฤดูกาล พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ น้ำโขงลดลงจนเริ่มเข้าสู่แห่งการแห้งขอด สามี ซึ่งเคยออกหาปลาจากแม่น้ำโขง กลับหาปลาไม่ได้ ปลาใหญ่คงจะพากันหนีหมด ยังคงหลงเหลืออยู่ก็ปลาขนาดเล็กเท่านั้น แต่ก็หายากมาก ดังนั้นเมื่อครอบครัวขาดรายได้
"ตนซึ่งเป็นแม่บ้าน จึงจำเป็นต้องดิ้นรน หาเงินมาเลี้ยงครอบครัว เป็นการช่วยสามีอีกแรงหนึ่ง โดยการรับจ้างแบกกล่องสินค้าตลอดทั้งสำภาระต่างๆ ที่แม่ค้าทางฝั่งประเทศลาวข้ามมาซื้อ จากด่านตรวจคนเข้าเมืองของหมู่บ้าน ลงไปยังกลางแม่น้ำโขง เพื่อนำส่งขึ้นเรือ ระยะทางประมาณ 3-4 ร้อยเมตรเห็นจะได้"
ส่วนรายได้นั้นไม่แน่นอน แล้วแต่จะมีแม่ค้ามาซื้อของ บางวันก็ไม่มีกันเลย และวันที่ได้ คิดเฉลี่ยแล้ว จะตกอยู่วันละ 50 บาท ไปจนถึง 100 บาท และหากตรงกับวันหยุดราชการแล้วมักจะไม่มีแม่ค้าข้ามมากันเลย จึงทำให้รายได้ไม่แน่นอน ตนอยากจะให้ฝนฟ้าตกลงมาโดยเร็ว เมื่อเกิดความชุ่มชื้นแล้ว ทุกชีวิตคงจะต้องหันกลับไปสู่สภาวะที่ปกติ
นายเลียน สีหาบุตร อายุ 77 ปี เจ้ากวนของหมู่บ้านปากแซง กล่าวว่า บรรพบุรุษ เคยเล่าให้ฟังว่า หากปีใด น้ำโขงลดมาก จนถึงขั้นแห้งขอดแล้ว เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนให้พากันระวังน้ำท่วมอย่างหนัก คือแล้งมาก น้ำก็ท่วมมาก คือท่วมสมกันกับที่ได้แล้งมากเช่นกัน ยิ่ง ถ้าความแห้งแล้งนี้ไปตรงกับปีที่มีเดือน 8 สองหนแล้ว ปีนั้นน้ำจะยิ่งมากเป็นทวีคูณ
"ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ตรงกับปีที่มี 8 สองหนด้วย ตนเชื่อว่า ปริมาณของน้ำโขงจะต้องมากและท่วมไร่นา เจนเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน เหมือนกันกับปี พ.ศ.2521 ปีนั้น แล้งมาก ระดับน้ำโขงแห้งลงเท่ากันกับทุกวันนี้ พอถึงเดือน 8 ที่ 2 ข้าวในท้องนากำลังจะตั้งท้อง น้ำได้ไหลเข้าไปตามลำห้วยสาขา แล้วเอ่อท่วมนาข้าว จนได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ตนคิดว่า ปีนี้ ปริมาณของน้ำก็คงจะไม่ต่างไปจากปี 2521 อย่างแน่นอน หากจะคลาดเคลื่อน ก็คงจะเป็นเพราะ จีนสร้างเขื่อนเท่านั้นเอง" เจ้ากวนของหมู่บ้านปากแซง กล่าวในที่สุด



