
จะสดหรือจะผ่อนไม่ว่าแต่อย่ารีบ
ได้รับเมลจาก คุณเล็ก ซึ่งเป็นผู้อ่านหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" และติดตามอ่าน วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน (ซึ่งจริงๆ คิดได้ทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะอาทิตย์ หรือถ้าอยากสบายใจมากขึ้น ก็อย่าคิดมันซะทุกวันเลย ยิ่งจะโล่งเบา) คุณเล็กมีปัญหาในเรื่องที่เป็นความน่าอิจฉาขอ
ปัญหาที่เป็น “แฮปปี้ พร็อพเบลม” ที่ว่าก็คือ คุณเล็กเก็บหอมรอมริบจนมีเงินก้อนโต 3 ล้านบาท และอยากจะซื้อบ้านที่ไปแอบมองไว้แล้วว่าถูกตาถูกใจ
แต่คิดไม่ตกว่าจะซื้อสด คือ จ่าย 3 ล้านบาทเพื่อบ้านในฝัน แต่เงินเก็บเกลี้ยงลิ้นชัก หรือจะผ่อนกับธนาคาร ยอมเสียดอกเบี้ย แบบไหนจะดีกว่ากัน
ข้อมูลที่คุณเล็กให้มาเพิ่มเติมก็คือ ทุกวันนี้มีงานประจำมั่นคงและมีเงินเดือนที่แน่นอน และปกติไม่เคยนำเงินไปลงทุนแสวงหาผลตอบแทนเพิ่มเติม นอกจากฝากแบงก์กินดอกเบี้ย พอนำปัญหาของคุณเล็กไปถามความเห็นจากคุณวีระ ธีรภัทร ผ่านรายการเงินทองต้องรู้ เท่าที่ข้อมูลปรากฏ คุณวีระประเมินว่า การมีหน้าที่การงานที่มั่นคงของคุณเล็ก คงจะทำให้สามารถเก็บเงินออมรอบใหม่ได้ไม่ยาก ขณะที่รูปแบบการแสวงหาผลตอบแทนที่ผ่านมา ก็เป็นเพียงแค่ฝากแบงก์กินดอกเบี้ย แสดงให้เห็นว่า คุณเล็กคงไม่ชอบอะไรเสี่ยงๆ และขอ “ชัวร์” ไว้ก่อนดีกว่า
ถ้าอยากสบายใจ ไม่อยากเป็นหนี้แบงก์หรือเสียดอกเบี้ยให้แบงก์ หรือไม่อยากเตรียมเอกสารขอกู้ (ซึ่งเป็นอะไรที่ยุ่งไม่น้อย) และมั่นใจว่าจะสามารถมีเงินออมรอบใหม่ได้โดยไม่ยากเย็นเกินไป การเลือกวิธี “ซื้อสด” ก็หมดปัญหาค่ะ
คิดเสียว่า “ไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ”
ส่วนที่ถามว่า จะบริหารเงินแบบไหนอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเน้นแต่ฝากแบงก์อย่างเดียวนั้น ถ้าสไตล์ส่วนตัวของคุณเป็นแบบมั่นคงตรงไปตรงมา ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเสี่ยงให้แก่ชีวิตของตัวเองมากจนกลายเป็นทุกข์ เคยทำแบบไหนก็แบบนั้น แต่อาจจะหาช่องทางที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยับไปหาพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังที่กำลังจะเสนอขาย และให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ส่วนตราสารอื่นๆ ที่ความเสี่ยงไม่มาก ผลตอบแทนก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเงินฝากที่คุณเล็กใช้เป็นแหล่งพักพิง จะโยกไปโยกมาทำไมให้เสียเวลา
ดิฉันมีความเชื่อว่า แต่ละคนมี “วิถี” ของตัวเอง ถ้าเราสุขอยู่กับ “วิถี” ที่ไม่ดิ้นรนซัดส่าย หรือสนุกกับการแสวงหาผลตอบแทนที่หวือหวา วิ่งจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย เราก็ยึดโยงกับวิถีที่เราเป็นต่อไป ไม่เห็นต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตให้มันวุ่นวาย
สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาที่น่าอิจฉาอย่างคุณเล็ก เพราะยังต้องทำงานหาเงินดาวน์บ้าน ก่อนจะเข้าสู่วงการด้วยการเป็น “ลูกหนี้แบงก์” ต่อเนื่องยาวนานเป็นสิบปี ต้องรู้เพิ่มอีกนิดค่ะว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหมายรวมถึงการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% สำหรับรายรับก่อนหักรายจ่ายจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และการลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์และค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% และ 1% เหลือ 0.01% ของราคาประเมินสำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 มีนาคมนี้
คาดกันว่า จะมีคนแห่โอนอสังหาริมทรัพย์กันกระจายก่อนมาตรการสิ้นสุด เพราะมาตรการนี้ช่วยประหยัดต้นทุนไปได้ไม่น้อย
หากราคาบ้านอยู่ที่ 1 ล้านบาท สามารถประหยัดค่าจดจำนองจากปกติ 2 หมื่นบาท เหลือแค่ 100 บาท ประหยัดไป 19,900 บาท ส่วนค่าธรรมเนียมการโอน จากปกติ 1 หมื่นบาท เหลือแค่ 100 บาท ประหยัดไป 9,900 บาท รวมสองรายการประหยัดไป 29,800 บาท
ถ้าบ้านราคา 2 ล้านก็ประหยัดไปถึง 59,600 บาท แต่ถ้าบ้านราคา 3 ล้านบาท เหมือนกรณีที่คุณเล็กเล็งๆ ไว้ ก็ประหยัดได้ถึง 89,400 บาท…เป็นใครก็รีบโอน
รีบไม่รีบก็คิดดูว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ถึงกับเปิดแคมเปญพิเศษให้บริการสินเชื่อบ้านอนุมัติด่วนภายใน 7 วันทำการ แถมด้วยการทำนิติกรรมให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการกันเลยทีเดียว
คุณขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธอส.บอกว่า เชื่อว่าปริมาณสินเชื่ออาจจะเพิ่มสูงขึ้นมากในเดือนมีนาคม เนื่องจากผลของมาตรการภาษี โดยธนาคารได้ออกโครงการสินเชื่อบ้านอนุมัติด่วนภายใน 7 วันทำการ (นับจากเอกสารประกอบการยื่นกู้ครบถ้วน) พร้อมเร่งทำนิติกรรมให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ นับจากวันอนุมัติสินเชื่อ เพื่อให้ลูกค้าสามารถโอนที่อยู่อาศัยได้ทันภายในวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2553 ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม
แบงก์อำนวยความสะดวกขนาดนี้ ก็นับเป็นโชค แต่ทั้งหลายทั้งปวงผู้บริโภคต้องไม่ลืมว่า ก่อนจะรับโอนบ้านจากทางโครงการหรือผู้ขาย ต้องตรวจดูความเรียบร้อยอย่างละเอียด ทั้งโครงสร้างบ้าน การเก็บงานปูน งานไม้ ระบบน้ำไฟ รวมทั้งทุกสิ่งอย่าง ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า ทันทีที่โอน การจะให้โครงการหรือผู้ขายแก้ไขอะไรให้ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก
ดิฉันมีประสบการณ์ทั้งซื้อทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม เรียกว่าก่อนโอนต้องเปิดน้ำทิ้งตามก๊อกต่างๆ เพื่อดูแลระบบท่อ แม้กระทั่งพื้นห้องน้ำที่ต้องทดสอบว่าความลาดชันเพียงพอที่น้ำจะไหลลงท่อได้อย่างสะดวกหรือไม่ งานนี้ถึงกับรื้อกระเบื้องห้องน้ำแล้วลงมือปูกันใหม่ ก็ต้องยอมค่ะ
บ้าน 3 ล้าน ประหยัดค่าจดจำนองและค่าธรรมเนียมการโอนไปได้เกือบ 9 หมื่นบาทก็จริง แต่ถ้ารีบร้อนรับโอนแบบไม่รอบคอบ ไม่ดูให้ดี จะกลายเป็นเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย แล้วปัญหาเรื้อรังจะอยู่กับเราไปอีกนาน เพราะคงไม่มีใครซื้อบ้าน เพื่อจะอยู่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว คนส่วนมากก็ซื้อเพื่อจะอยู่ไปทั้งชีวิตอยู่แล้ว
ดังนั้น จะซื้อสด (แบบคุณเล็ก) หรือซื้อผ่อน ก็ไม่สำคัญเท่า “อย่ารีบซื้อ” ค่ะ
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน
บายไลน์, ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]



