
'เกิดเหตุร้าย..แจ้งร้านสะดวกซื้อ'โปรเจกท์ ศดส...
ศูนย์สวัสดิภาพเด็กและเยาวชน (ศดส.) กับบทบาทภารกิจคุ้มครองดูแลและให้ความเป็นธรรมต่อเด็ก เยาวชน สตรี คนเร่รอน เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งกระทำการละเมิดในทุกๆ มิติของชีวิตของพวกเขาเหล่านี้ ศสด.จะคอยดำเนินการจับกุมและประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระท
ด้วยภารกิจข้างต้นกลับมีกำลังพลเพียง 100 กว่าคน แต่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ทั้งหมดของกรุงเทพฯ บางครั้งขอบข่ายงานยังขยายไปยังปริมณฑลและต่างจังหวัด จึงต้องหาแนวร่วมมาสร้างแนวรบเพื่อพิทักษ์เด็กและเยาวชนเต็มรูปแบบ
พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.ศดส.คนใหม่หมาด เปิดเผยถึงแนวคิดบูรณาการการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ประชาชน และตำรวจ ด้วยแนวคิดให้ร้านสะดวกซื้อรับแจ้งเหตุ การถูกละเมิด ล่อลวง ปัญหายาเสพติดในหมู่เยาวชน และยังมีมุมมองต่อปัญหาเรื้อรังของเยาวชน "เด็กตีกัน" ด้วยการกั้นกรอบทำลายแหล่งซ่องสุมหัวโจก และมาตรการดูแเลเยาวชนช่วงปิดเทอมใหญ่ไม่ให้ว้าวุ่น
ถาม : ปิดเทอมใหญ่มีมาตรการดูแลคุ้มครองดูแลเด็กและเยาวชนอย่างไร
พ.ต.อ.ชุมพล : ปกติจะมีตำรวจสายตรวจคอยสำรวจดูตามร้านเกม แหล่งมั่วสุมต่างๆ ช่วงปิดเทอมจะเข้มงวดขึ้น สถานประกอบการทั้งร้านเกม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ จะมีกฎหมายต่างๆ กำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งในช่วงนี้ปัญหาจะเกิดกับกลุ่มเด็กและเยาวชนน้อยกว่าช่วงเปิดเทอม เนื่องจากพ่อแม่จะรู้ว่าลูกหลานไปไหน แต่หากเปิดเทอมจะไปไหนอย่างไรพ่อแม่ไม่รู้ รู้แต่ว่าไปโรงเรียน
ถาม : ปิดเทอม ศดส.จัดกิจกรรมพิเศษกับกลุ่มเยาวชนไหม
พ.ต.อ.ชุมพล : ศดส.มีกลุ่มเยาวชนสัมพันธ์ทำงานร่วมกับโรงเรียนตลอดทั้งปี ในฐานะวิทยากรให้ความรู้เรื่องต่างๆ เช่น การป้องกันการถูกละเมิด และยาเสพติด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นวิทยากรให้กับภาคเอกชน เช่น ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งมาเชิญเป็นวิทยากร สอนเรื่องการจดจำใบหน้า ลักษณะ รูปพรรณสัณฐานของคนร้าย ศดส.ไม่ต้องรับทำคดีเอง จึงมีเวลาเป็นวิทยากรสอนตามโรงเรียน หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน ที่ร้องขอมา แต่ช่วงปิดเทอมจะเว้นการจัดกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ เพราะเด็กๆ คงไม่อยากมา (ฮา)
ถาม : ศึก 2 สถาบันปัญหาเด็กตีกันใจกลางเมือง ต้องเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ด้วยไหม
พ.ต.อ.ชุมพล : ศดส.มีแผนกกิจกรรมเด็กและเยาวชน จึงรับหน้าที่เข้าไปช่วยดูในสถานศึกษาทั้ง 2 สถาบัน ทำให้พบปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ มีการถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กรเป็น 3 ส่วน คือ สีดำ สีเทา และสีขาว โดยสีขาวเป็นตัวแทนของเด็กใหม่ ไม่มีความคิดจะไปยิงใคร ฆ่าใคร แต่พอไปเจอรุ่นพี่ หรือกลุ่มสีเทา เป็นรุ่นพี่มีประสบการณ์ถูกกระทำหรือเป็นผู้กระทำ ยกพวกตีกันกับต่างสถาบัน แต่ที่น่ากลัวคือสีดำ เป็นอดีตนักศึกษาที่ถูกไล่ออก จะเข้าไปในสถาบันในฐานะ "ฮีโร่" พอรุ่นน้องๆ เรียนจบมาก็จะเป็นผู้ถ่ายทอดความคิด สุดท้ายก็ชักนำไปสู่การทำร้ายนักศึกษาสถาบันคู่อริ
ถาม : กลุ่มสีดำไม่ได้ทำงาน ไม่มีงานทำ จึงต้องเข้าไปในสถาบัน ?
พ.ต.อ.ชุมพล : อดีตนักศึกษาพวกนี้เรียนไม่จบ ไม่มีงานทำ ไม่รู้จะไหน อยู่บ้านคงโดนพ่อแม่ด่า ไปทำงานคงไม่มีใครยอมรับ หากมองในแง่จิตวิทยา การที่อดีตนักศึกษาเข้ามาฝังตัวในสถาบัน เพื่ออยากได้รับการยอมรับ จึงเข้ามาเป็นพี่ใหญ่ ในสายตาน้องๆ จะมองเป็นฮีโร่ เหมือนไปรบในสงครามกลับมา แต่น่าสนใจระบบการปลูกฝังวัฒนธรรม ที่สามารถปลูกฝังให้คนไปฆ่าคนได้โดยเริ่มจากศูนย์ ทั้งที่ไม่มีความแค้น ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน รู้แต่เพียงว่าหากอยู่สถาบันนี้ต้องเป็นศัตรูกับอีกสถาบัน
ถาม : แล้วจะเข้าไปหย่าศึก 2 สถาบันอย่างไร
พ.ต.อ.ชุมพล : จัดกำลังเข้าไปดูแล ตัดกำลังศิษย์เก่าที่จะเข้าไป และดูแลไม่ให้มีการมั่วสุมกันในสถาบัน ร่วมมือกับนักศึกษาที่ทำกิจกรรม อาจารย์ กันให้เฉพาะนักศึกษาเข้าสถาบันได้เท่านั้น และมีเวลาปิดชัดเจน 2 ทุ่ม แต่เดิมไม่กลับออกมาเลยก็มี บางคนก็นอนในนั้นเลย ตอนแรกที่เข้าไปกวาดล้างก็ยึดอุปกรณ์หลับนอนออกมาหมดแล้ว แต่ก่อนคนที่โดนไล่ออกจะเข้าไปในสถาบัน รวมตัวกันที่ห้องกิจกรรม มีการกินเหล้า กินอะไรกัน กว่าจะกลับก็ 3-4 ทุ่ม บางคืนก็ไม่กลับ พอเมาได้ที่ก็อาจจะมอบหมายภารกิจอะไรกัน ให้ไปดักตีที่โน่นที่นี่ จึงต้องเริ่มจากการตัดวงจรไม่ให้มีการถ่ายทอดความคิดอุดมการณ์เก่าๆ ต่อไปสถาบันก็จะมีแต่เด็กที่มาเรียนเท่านั้น
ถาม : จะตรึงกำลังไว้ที่ทั้ง 2 สถาบันนานเท่าใด
พ.ต.อ.ชุมพล : ต้องมี 6 เดือนเป็นอย่างต่ำ อาจเป็นปีด้วยซ้ำ เพราะวงจรเดิมๆ พร้อมกลับมาได้ตลอดเวลา เพียงแต่ลดกำลังตำรวจ ศดส.ลง เนื่องจากมีกำลังจากหลายส่วนเข้าไปดูแล
ถาม : ควรปิด 2 สถาบันนี้หรือไม่
พ.ต.อ.ชุมพล : ปิดสถาบันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เป็นการทำร้ายคนที่ไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่นักเรียนทุกคนต้องตีกัน แต่เป็นเพียงส่วนน้อย และคนดีๆ ที่ทำชื่อเสียงให้ทั้ง 2 สถาบันก็มี เป็นรัฐมนตรีก็มี ต้องค่อยๆ แก้ และค่อยๆ ขัดเกลาไปดีกว่า ตอนนี้ สน.ปทุมวัน ก็ติดตามจับกุมคนกระทำผิดได้เยอะแล้ว
ถาม : ปัญหาเด็กและสตรีที่ถูกล่วงละเมิดสิทธิมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือลดลง
พ.ต.อ.ชุมพล : เมื่อคนมีการศึกษามากขึ้น มีหน่วยงานด้านนี้เยอะ ทำให้เด็ก เยาวชน สตรี และคนเร่รอน รู้ว่าพวกเขามีสิทธิแค่ไหน และมีการคุ้มครองสิทธิที่ดีขึ้น แต่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องยาเสพติด เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือแหล่งกำเนิดยาเสพติด โดยเฉพาะสถานศึกษา สถานประกอบการ นโยบายกระทรวงศึกษาธิการบอกว่า ผู้ติดยาเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัด แต่ผู้จำหน่ายก็แฝงตัวมาในรูปของผู้ป่วย ที่ต้องได้รับการบำบัด บทบาท ศดส.จึงต้องเข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับสถานศึกษาบ่อยๆ เพื่อสืบสวนหาต้นตอ พร้อมทั้งเก็บข้อมูลเป็นความลับ เพื่อภาพลักษณ์ของสถานศึกษาและความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง บางครั้งสืบจากเด็กคนเดียวสามารถโยงใยเส้นทางยาเสพติดไปเป็น 10 โรงเรียนก็มี
ถาม : นโยบายใหม่ๆ ที่คิดว่าจะดำเนินการในปีนี้
พ.ต.อ.ชุมพล : จะเน้นทำงานในเชิงรุกมากขึ้น แต่เดิมทำงานประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่โดยตรง แต่ปีนี้จะแสวงหาความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชน ให้เข้ามามาส่วนร่วม เช่น กำลังประสานกับร้านสะดวกซื้อ เพื่อใช้เป็นศูนย์รับแจ้งเหตุเบื้องต้น เช่น เด็กเยาวชนถูกละเมิดสิทธิในเรื่องต่างๆ สามารถเข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อ ที่มีสติกเกอร์เข้าร่วมโครงการ พนักงานจะโทรศัพท์แจ้งมายัง ศดส.ทั้งนี้ เคยอบรมพนักงานร้านสะดวกซื้อในการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายไปหลายรุ่นแล้ว และร้านสะดวกซื้อเหล่านี้เป็นจุดล่อแหลมกระจายอยู่ทุกพื้นที่ โอกาสเห็นคนร้ายและติดตามคนร้ายได้สูงมาก แถมยังได้เครือข่ายที่กระจายอยู่ทั่วทุกซอกซอย จะใช้วิธีหยอดตู้ร้องทุกข์มันโบราณไป ยุคนี้เครือข่ายไร้สายต้องแจ้งเหตุแบบเจอตัวดีกว่า
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
ชุติมา มั่นอ่วม : ภาพ



