ข่าว

"เทพไท"ปูดเงิน50ล้านไหลเข้าแกนนำนปช.

"เทพไท"ปูดเงิน50ล้านไหลเข้าแกนนำนปช.

06 มี.ค. 2553

“เด็กมาร์ค” ปูด ขอ 100 ล้าน ได้แค่ครึ่ง ยังขอเพิ่ม 20 ล้าน ด้าน “ส.ส.ปชป." เชิญชวน “ขรก.-ปชช.” ร่วมเดินขบวนต่อต้านใช้ความรุนแรง แสดงความรักชาติ ย้อนถาม ต้องรอให้ “ปท.ล่มจม-ศก.โงหัวไม่ขึ้น” ก่อน หรือไง ถึงจะเลิกทะเลาะกัน แนะ ทุกจว. ให้ “ผู้สูงอายุ” ที่ชุมช

(6มี.ค.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงว่า มีเงินไหลมาแล้ว 50 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย ทั้งที่ตอนแรกมีการขอไปก้อนแรกเพื่อจัดการบริหารงานในม็อบให้เข้ากทม. 100 ล้านบาท แต่ได้มาจริงครึ่งหนึ่ง บรรดาแกนนำนปช.ต่างก็ขอต่อรองเพิ่มเป็น 70 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมบรรดาแกนนำสายฮาร์ตคอร์ที่เดินทางไปรับแผนที่ดูไบโดยตรง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีจำนวนเท่าไหร่ และบางส่วนก็เบิกจ่ายจากเครือญาติซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมายถึงใคร ทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ตนได้จากระดับแกนนำคนเสื้อแดง

 ด้านนายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 14 มี.ค.ว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่นัดชุมนุมใหญ่ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะเกิดเหตุรุนแรง และมีการสร้างสถานการณ์ใน กทม. ตามที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศไว้ ขอให้เรียกร้องให้กระทรวงต่างๆ หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ และประชาชนคนไทยทั่วทุกภาคและองค์กรพลังมวลชนต่างๆ ที่รักชาติ รักแผ่นดิน ได้ร่วมแสดงออกด้วยการรณรงค์เดินติดริ้วธงชาติ ย้ำให้คนไทยตระหนักในความเป็นชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมถือแผ่นป้าย ข้อความต่อต้านการใช้ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเราในทุกจังหวัด

 นายโกวิทย์ กล่าวว่า เพราะการชุมนุมครั้งนี้เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา อย่าเอาปัญหาส่วนตัวมาผูกโยงอ้างว่าเป็นปัญหาของระบบโดยการบิดเบือน บ่อนทำลายองค์การบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ โดยยึดหลักตัวบุคคลแทนระบบ โดยขาดสำนึกว่า คนเราต่างมาแล้วก็ไป แต่ชาติบ้านเมือง ระบบและกฎหมายต้องอยู่ต่อ เพราะขณะนี้บ้านเมืองกำลังจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า หลังจากที่ฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐขยายการลงทุน การประกันราคาพืชผล การลงทุน การท่องเที่ยวและผลผลิตมวลรวมของชาติ หรือจีดีพีของไทยที่มีแน้วโน้มตัวเลขดีขึ้น ซึ่งยังไม่สายที่จะรณรงค์ให้สติคนไทยทั้งชาติ

 นายโกวิทย์ กล่าวว่า หากการชุมนุมประท้วงเกิดความรุนแรง หรือมีการสร้างสถานการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น มีคนเจ็บและตาย มีการบิดเบือนเอามาขยายผลทางการเมือง เศรษฐกิจของชาติพังย่อยยับทั้งระบบ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการสูญเสียโอกาสของชาติบ้านเมืองที่จะพัฒนาให้เจริญก้าวหน้า ส่วนที่หลายคนออกมาพูดว่า สงครามยังไม่จบ มันไม่ใช่ เราทำสงครามกับใคร ฆ่าฟันกันเองหรือ ทั้งที่เราต่างก็เป็นคนไทยด้วยกันต้องตระหนักในข้อนี้ เพราะภาพลักษณ์ของชาติ ความเชื่อมั่น ยังไม่รวมปัญหาภัยแล้งและการตกงานของนักศึกษาจบใหม่ที่จะตามมา หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงนักลงทุนไม่เชื่อมั่น นักท่องเที่ยวหดหาย ทุกปัญหาก็จะถูกเครือข่ายคนเสื้อแดงรวมเหมาว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ทั้งที่มีปัญหาเร่งด่วนคือ การแก้ไขปัญหาภัยแล้งรออยู่ แต่คนเสื้อแดงกลับฉวยโอกาสจ้องล้มรัฐบาล ดังนั้น แต่ละจังหวัดจึงควรให้ปูชนียบุคคลหรือผู้สูงอายุ คนที่ชุมชนนับหน้าถือตาออกมาให้สติคนไทย ยับยั้งชั่งใจ ชี้ถึงความเป็นชาติและเอกราชที่คนไทยมีความสามัคคี หรือเราจะกลับไปเป็นเหมือนปี 2540 ที่ล้มฟุบเศรษฐกิจโงหัวไม่ขึ้น หรือต้องรอให้ถึงวันนั้นแล้วคนไทยจะเลิกทะเลาะกัน