
เอกซเรย์เรือเหาะ350 ล."ต้นไม้-เมฆ-ฝน"อุปสรรคในพื้นที่จริง!
วิบากกรรมของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงกระหน่ำซ้ำเติมอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียงมาตั้งแต่จีที 200 เรื่อยมาจนถึงรถหุ้มเกราะยูเครน
ล่าสุด หวยมาออกที่เรือเหาะ 350 ล้านบาทที่มีข้อครหาถึงขั้นว่า ลำเรือรั่วซึมจนบินไม่ได้ กล้องก็เจ๊ง แถมกรรมการที่ตรวจรับก็ลาออกไปถึง 2 คน เพราะกลัวติดร่างแหไปด้วย!!
ข่าวยังโจมตีถึงขั้นว่า พล.อ.อนุพงษ์พยายามสั่งการให้เร่งตรวจรับเรือเหาะให้ทันวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม ให้ได้ เพราะกลัวว่ายิ่งทอดเวลาออกไปก็ยิ่งจะถูกโจมตีว่า ซื้อของแพง แต่ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนจีที 200 อีก
ทว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือเหาะ กลับปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ว่า การลงมาตรวจรับเรือเหาะเป็นไปตามกำหนดการเดิม ขณะที่กรรมการตรวจรับ 2 คนที่เป็นข่าวก็ยังลงพื้นที่ด้วย ไม่ได้ลาออก
โดยกรรมการได้ลงมาตรวจสอบประสิทธิภาพของ ฮ.ตรวจการณ์ 3 ลำ และเรือเหาะ ว่าสามารถทำการบินได้หรือไม่ โดยเน้นทดสอบการบินของเรือเหาะ และทดสอบประสิทธิภาพของกล้องเป็นหลัก
หลักเกณฑ์ในการตรวจรับมีข้อแม้ว่า เรือเหาะจะต้องบินในเพดานบินตั้งแต่ 3,000 ฟุตขึ้นไป กล้องที่ติดบนเรือเหาะจะต้องสามารถซูมเห็นภาพเบื้องล่างได้ชัดเจน
นอกจากนี้ ยังจะต้องทดสอบการเชื่อมต่อสัญญาณไปยังกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) 3 จุด รวมทั้ง 26 หน่วยเฉพาะกิจ เพื่อดูว่า ภาพชัดเจนแค่ไหน สัญญาณขาดๆ หายๆ หรือไม่
ส่วนข้อกล่าวหาเริ่มตั้งแต่ลำเรือที่มีการรั่วซึมจนไม่สามารถขึ้นบินได้นั้น เรือเหาะยังขึ้นบินได้ตามปกติ โดยได้ขึ้นบินไปแล้ว 5 เที่ยวบิน ส่วนเรื่องการรั่วซึมก็เป็นเรื่องปกติของเรือเหาะ แต่ไม่กระทบต่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ข้อกังขาว่าเรือเหาะไม่สามาถบินขึ้นสูงถึง 1 หมื่นฟุต ซึ่งอาจถูกซุ่มยิงได้นั้น เขาก็ยอมรับว่า เรือเหาะมีเพดานบิน 3,000-5,000 ฟุตเท่านั้น แต่ก็ยืนยืนว่าจะปลอดภัยแน่นอน
"ตามปกติระยะหวังผลของอาวุธปืนเล็กยาว เช่น เอ็ม 16 หรืออาก้า จะมีระยะหวังผลที่ 1,800 ฟุต หรือ 500 เมตร ซึ่งเพดานบินของเรือเหาะจะพ้นรัศมีปืนเล็กแน่นอน ยกเว้นปืนขนาดใหญ่ เช่น ปืนต่อสู้อากาศยาน" ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมกล่าว
ส่วนผลการตรวจรับเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ว่าได้ทดสอบการบินของ ฮ.ตรวจการณ์ 3 ลำ และเรือเหาะ พร้อมทดสอบการทำงานของกล้อง รวมทั้งการเชื่อมต่อไปยังจุดอื่นๆ
แต่ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ การเชื่อมต่อสัญญาณจากจานรับสัญญาณภาพที่เขาปกโยะมายังค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี ซึ่งสัญญาณภาพที่ยิงขึ้นดาวเทียม และส่งไปยังจุดอื่นยังขาดๆ หายๆ เป็นบางช่วง แต่ก็กำลังปรับแก้อยู่
ส่วนสัญญาณที่ถ่ายทอดโดยตรงจากเรือเหาะมายังรถบังคับการไม่มีปัญหา สามารถซูมภาพบุคคล และรถบนพื้นดินได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการไปหลบใต้ต้นไม้จะไม่สามารถจับภาพได้ หรือกรณีที่ฝนตกก็จะไม่สามารถจับภาพได้เช่นกัน
ส่วนข้อกังวลที่ว่า เรือเหาะเคลื่อนตัวได้ช้า และยังมีขนาดใหญ่ คนร้ายสามารถพบเห็น และหนีไปซ่อนตัวได้ง่ายนั้น เขายอมรับว่า แม้จะเดินทางได้ช้าก็จริง แต่ข้อดีของเรือเหาะ คือ เสียงเครื่องยนต์ที่เงียบ แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามพบเห็น และหนีไปหลบซ่อนตัวอีกก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยก็ถือว่า บรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างหนึ่ง คือ การ "ข่มขวัญ" เพื่อป้องปรามไม่ให้ก่อเหตุ
กระนั้น แม้จะชี้ถึงข้อดีของเรือเหาะมากมาย แต่จุดอ่อนที่ต้องยอมรับคือ คนร้ายสามารถหนีไปซ่อนตามที่กำบังเพื่อหลบกล้องได้ง่าย และหากฝนตกลงมา จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเรือเหาะได้เลย
คำถามก็คือ ด้วยภูมิประเทศจริงที่เต็มไปด้วยสวนยางและป่าเขา ยังมีฝนตกชุกแทบจะทั้งปี การใช้งบประมาณกว่า 350 ล้านจะคุ้มค่าจริงหรือ
ขณะที่ผลการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ พล.อ.อนุพงษ์ แต่งตั้งให้ พ.ท.รัช สุกิจ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุคนใหม่ลงไปตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง โดยเฉพาะกล้องที่ยังไม่สามารถถ่ายทอดสัญญาณมายังสถานีรับสัญญาณได้
มีรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลงไปตรวจรับเครื่องแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการทดสอบทางเทคนิคเท่านั้น
คณะกรรมการชุดนี้จะรายงานผลการทดสอบต่อ พล.ต.ศุภกร สงวนชาติศรไกร เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการกําหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.) เพื่อพิจารณารับมอบเรือเหาะจากบริษัทแอเรียร์ ของสหรัฐอเมริกา
ขณะที่ประเด็นการส่งมอบที่เลื่อนจากวันที่ 25 สิงหาคม 2552 เป็น 5 มีนาคม 2553 กองทัพก็ระบุว่า สาเหตุที่ไม่ได้ปรับบริษัทเนื่องจากการส่งมอบไม่ได้ล่าช้า แต่เป็นเพราะกองทัพต้องการเพิ่มประสิทธิภาพเข้าไปอีก
จากที่สเปกเดิมจะถ่ายภาพลงมาที่รถบังคับการก็ปรับปรุงให้มีการลิงก์สัญญาณไปยัง บก.ทบ. และ 26 ฉก.ด้วย จึงไม่ถือว่าบริษัททำผิดสัญญาแต่อย่างใด
แม้กองทัพจะย้ำว่า เรือเหาะมีประสิทธิภาพจริง แต่ก็เกิดคำถามขึ้นอีกว่า ในการบินทดสอบเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่สนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานี เหตุใดจึงไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปถ่ายภาพด้วย
นำมาสู่ข้อกังขาว่า ถ้ามั่นใจว่าของดีมีคุณภาพจริง ทำไมถึงไม่กล้าพอให้สื่อเข้าไปพิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงไปเลย
ทีมข่าวความมั่นคง



