
กองปราบรวบ"เคทอง"เค้นสอบเหตุบึ้ม
ศาลอนุมัติหมายจับ "เคทอง" ในคดีนำเข้าสู่ระบบคอมพ์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตามที่ บก.ปอท.ยื่นขอ
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ “เค ทอง” คนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หลังเป็นผู้กล่าวผ่านคลิปวิดีโอ และเผยแพร่คลิปดังกล่าวในระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนว่า ล่าสุด พ.ต.ท.สุพจน์ คำวงค์ษา พนักงานสอบสวน บก.ปอท.ได้นำหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับนายพรวัฒน์จากศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วได้อนุมัติหมายจับ ที่ จ.124/2553 ลงวันที่ 5 มี.ค.2553 ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
สำหรับนายพรวัฒน์ หรือ เค ทอง นั้นถูกตำรวจ บช.น. นำหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหา ทำให้ปรากฎให้แก่ประชาชนด้วยวิธีอื่นใดโดยมิใช่การกระทำตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ข้อหาขู่เข็ญให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และข้อหาใช้สื่อยุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง ปลุกระดมการก่อเหตุป่วนเมือง ทำให้หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาแล้ว
ต่อมาได้มีการหารือระหว่าง บช.น. และ บช.ก. เกี่ยวกับคดีดังกล่าวโดยเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งโอนคดีทั้งหมดของนายพรวัฒน์มาให้ บช.ก.ดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นเพื่อรองรับนโยบายของคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง หรือ คตม. ในการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองของทุกกลุ่ม รวมทั้งดำเนินคดีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้โอนคดีของนายพรวัฒน์ทั้งหมดมาให้คณะพนักงานสอบสวนชุดนี้ดำเนินการ
ทั้งนี้ภายหลังศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับนายพรวัฒน์แล้วพนักงานสอบสวนได้ประสานคณะพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง บช.ก.ที่มี พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนทราบทันที โดย พ.ต.อ.สุพิศาล ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบก.ป. พร้อมทีมงานเข้าทำการสอบสวนรวบรวมหลักฐานคดีทั้งหมดของนายพรวัฒน์ รวมทั้งประสานหมายจับไปยังตำรวจทุกหน่วยให้ติดตามจับกุมแล้ว
ตร.ขออนุมัติหมายจับคนขี่จยย.ปาบึ้มแบงก์กรุงเทพ
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 19.20 น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยานนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ได้เรียกประชุมฝ่ายสืบสวนกรณีการเกิดเหตุปาระเบิดธนาคารกรุงเทพทั้ง 4 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เมื่อกลางดึกวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยภายหลังการประชุม ผบช.น.ได้นำภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดมาเผยแพร่ ซึ่งในภาพเป็นชายใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ รวมถึงภาพรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำ หัวรถสีขาว ที่เชื่อว่าเป็นรถของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมหมายจับชายคนดังกล่าว
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับคนร้ายที่ จ.123/2553 ในข้อหาร่วมกันมีและใช้กระสุนปืน(ระเบิด) ที่นายทะเบียนออกให้ไม่ได้และใช้วัตถุระเบิดเป็นเหตุให้อันตรายแก่ผู้อื่น ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดที่เดินกล้องหลายๆแห่ง ซึ่งพยานหลักฐานเชื่อว่าเป็นคนร้าย ส่วนรถจยย.ของคนร้ายเป็นลักษณะพิเศษโดยสังเกตได้จากบริเวณเบาะ โดยเป็นภาพของคนขับรถจักรยานยนต์ ส่วนภาพคนที่ซ้อนและเป็นผู้ขว้างระเบิดได้สเกตซ์ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ภาพที่แท้จริง ทั้งนี้ต้องดูกล้องให้หมดก่อน สำหรับภาพที่ได้มาในครั้งนี้นั้นได้มาจากที่ใดไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามหากใครทราบเบาะแสและแจ้งเจ้าหน้าที่จนนำไปสู่การจับกุมตัวได้จะได้รับรางวัล 200,000 บาท
พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวอีกว่า สำหรับคนร้ายในภาพอายุประมาณ 30-33ปี ลักษณะเป็นชายหน้าตาดี ใส่หมวกนิรภัยแบบเปิดหู ผมหยักศก ไม่เหยียดตรง สูงประมาณ 170 เซนติเมตรขึ้นไป ด้านหลังมีปอยคล้ายหางเต่า คนรู้จักน่าจะจำได้ ส่วนรถจยย.นั้นไม่ได้ปิดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งรถคันนี้ก่อเหตุ 2 ที่ คือที่ สีลม กับพระประแดง ส่วนที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 พื้นที่ สน.ท่าข้ามกับหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนศรีนครินทร์ สภ.สำโรงเหนือ ยังบอกไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายจับดังกล่าว ระบุว่า เป็นชายไทย ไม่ทราบชื่อ ตามภาพจากกล้องวงจรปิดได้ร่วมกันกระทำผิด โดยทำหน้าที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์พาชายไม่ทราบชื่อตามภาพสเกตซ์คนร้ายที่ 0296/2553 ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.107/2553 ไปขว้างระเบิดที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม และพากันหลบหนีไป แรงระเบิดเป็นเหตุให้ทรัพย์สินและรถยนต์ที่จอดและผ่านบริเวณที่เกิดเหตุได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ถนนสีลม แขวง-เขตสีลม กทม. เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 21.30 น. ซึ่งต้องหาว่ามีความผิดฐานร่วมกันมีและใช้กระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 15 (พ.ศ.2522) และร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น เพราะฉะนั้นให้ท่านจับตัวชายไทยไม่ทราบชื่อปรากฏตามภาพจากกล้องวงจรปิด นับแต่ 27 ก.พ.53 ถึง 27 ก.พ.73 ไปส่งที่ สน.ยานนาวา
นอกจากนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ได้ให้รายชื่อนายตำรวจ 4 นายแก่สื่อมวลชน พร้อมเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกรณีหากมีผู้พบเบาะแสคนร้าย ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.ศส.บช.น. หมายเลข 081-917-7000 พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 หมายเลข 081-374-5921 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 หมายเลข 081-843ข5861 และ พ.ต.อ.จำลอง สว่างวงศ์ ผกก.สส.บก.น.6 หมายเลข 081-613-2729



