
ขยายจับยาบ้านครปฐมพบแหล่งซุกอาวุธสงครามอื้อ
ตร.ภาค 7 กวาดล้างยาบ้าจ.สมุทรสาครร่วม 4,500 เม็ด ก่อนขยายผลนำกำลังบุกค้นเครือข่ายที่ร้านลาบเป็ด จ.นครปฐม พบซุกอาวุธสงครามอื้อ เบื้องต้นเชื่อไม่เกี่ยวเสื้อแดง
การจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด พร้อมขยายผลเข้ายึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมากครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร นางนฤมล ช่วงรังสี ผอ.ปปส.ภ. 7 พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ สกุลวิวรรธน์ ผกก.สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 4,450 เม็ด และอาวุธปืนสงครามจำนวน 10 กระบอก ระเบิดสังหาร 2 ลูก เสื้อเกราะ 1 ตัว กระสุนปืน 390 นัด ลำกล้องเก็บเสียง 1 อัน แม็กกาซีน 5 อัน และกล้องเล็งอาวุธปืน 1 อัน โดยยึดได้ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้คนงานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านแพ้ว และพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมาก โดยมีแหล่งจำหน่ายอยู่ภายในหมู่บ้านพลอยไพลิน หมู่ 8 ต.สวนป่าน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น และสามารถจับกุมนายศานิตย์ อนันต์ หรือพริก อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และนางรัตน์ชาวดี รัศมีโชติ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/12 หมู่ 1 ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 180 เม็ด
ทั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 211/12 หมู่บ้านพลอยไพลิน จ.สมุทรสาคร ก่อนนำตัวมาสอบสวน และขยายผลจนสามารถจับกุมตัวนายวัฒนา พึ่งสามัคคี หรือฝ้าย อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126/1 หมู่15 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และนายนัท (นามสมมติ) อายุ 16 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 300 เม็ด และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า 1 คัน
จากการสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก คือนายสราวุธ โรจนบุญชู หรือเอ้ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 4 ต.กกแก้ว อ.บางไทร จ.อยุธยา และนายณัฐพล จงอุษากุล อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/2 หมู่ 6 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลาง ยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์นิสสัน 3,970 เม็ด, ยาไอซ์ น้ำหนัก 100.8 กรัม นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนเล็กยาว เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. 36 นัด ซองบรรจุกระสุน 3 อัน รถยนต์นิสสัน รุ่นเซฟีโร่ สีเทาเงิน ทะเบียน 5 ธ 1459 กรุงเทพมหานคร 1 คัน ซึ่งทั้งหมดค้นพบในบ้านของนายสราวุธ
จากนั้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อกล่าวหานายสราวุธ ว่า มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายด้วย
จากการสอบสวน นายสราวุธ ให้การว่า ยาบ้าดังกล่าวรับมาจากนายวิเชียร พิมศร หรือตั้ม ซึ่งเป็นผู้ต้องขังเคยทำความผิดคดีฆ่าคนตายหลายท้องที่ ปัจจุบันถูกขังอยู่ในแดน 1 เรือนจำกลางคลองเปรม
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของนายสราวุธ ยังปรากฏภาพถ่ายอาวุธสงครามชนิดต่างๆ จึงสอบสวนจนทราบว่า ยังมีอาวุธสงครามหลายชนิดซ่อนอยู่ที่ร้านอาหารลาบเป็ดบ้านนา เลขที่ 51 หมู่ 2 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมตัวนางทองเงิน ลีลาโคตร อายุ 45 ปี เจ้าของร้าน พร้อมของกลางอาวุธปืนสงครามชนิดต่างๆ ที่อยู่ใต้เตียงภายในห้องนอน ประกอบด้วย อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืน เอเค 47 จำนวน 4 กระบอก อาวุธปืนปลย. 88 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนเอ็มเค ขนาด 45 มม. จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาวมาริน ขนาด 44 มม. จำนวน 1 กระบอก ระเบิดมือสังหาร เค 75 จำนวน 2 ลูก
นอกจากนี้ยังมีเสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว กระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 360 นัด กระสุนขนาด ปลย.88 จำนวน 8 นัด กระสุนปืนขนาด .44 จำนวน 15 นัด กล้องเล็งอาวุธปืน จำนวน 1 ชุด อุปกรณ์ลำกล้องเก็บเสียง จำนวน 1 ชุด ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 5 ซอง ซองกระสุนปืนเอเค 47 จำนวน 4 ซอง ซองกระสุนปืนเอ็ม 3 จำนวน 1 ซอง
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้น นางทองเงิน ให้การว่าอาวุธปืนทั้งหมดเป็นของหลานชายที่ชื่อ เหรียญ นำมาฝากไว้ ซึ่งนางทองเงินนั้นมีหลานชาย 3 คน คือนายตั้ม ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายเหรียญและนายหนึ่ง ซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังออกหมายจับ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนนางทองเงิน ทราบว่าปัจจุบันนางทองเงิน มีการติดต่อกับนายตั้มหลานชายที่อยู่ในเรือนจำเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน แต่ที่ผ่านมาทางเรือนจำได้ออกมาปฏิเสธ และชี้แจงว่าผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้ แต่ในขณะนี้นางทองเงิน ยันยันว่าสามารถติดต่อกับหลานชายที่อยู่ในเรือนจำได้แน่นอน
ส่วนอาวุธสงครามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดได้นั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยัง สตช.เพื่อตรวจสอบว่า มีการนำอาวุธดังกล่าวไปใช้ในการก่อเหตุที่ใดบ้าง ซึ่งพบว่าปืนดังกล่าวมีมาก่อนเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และเอาไว้ใช้แลกกับยาเสพติดเป็นหลัก ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของเสื้อแดง แต่ยังไม่ฟันธง ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งว่าจะเกี่ยวกับการชุมนุมเสื้อแดง ที่จะมีขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้านี้หรือไม่



