
ผบ.ทบ.ลั่นเรือเหาะไม่ได้ตรงสเปคไม่รับเด็ดขาด
ผบ.ทบ.ลั่นเรือเหาะบินไม่ได้ตามสเปคที่กำหนดจะไม่รับเด็ดขาด โยนคกก.ตรวจรับรับผิดชอบ หากบินไม่ได้ คณะกรรมการกองทัพบก ลงพื้นที่ปัตตานี ตรวจความพร้อมเรือเหาะตรวจการณ์อีกครั้ง แต่ยังมีปัญหา ทหารไม่ให้นักข่าวทำข่าว
(5มี.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกระแสข่าวว่า การจัดซื้อเรือเหาะ “Sky Dragon” ไม่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ว่า ไม่เข้าใจว่า ไม่ได้มาตรฐานอย่างไร เรื่องนี้คณะกรรมการตรวจรับต้องรับผิดชอบ หากรับไม่ได้ต้องดำเนินการไป แต่จากการทดสอบ และเท่าที่ตนติดตามในส่วนของเครื่องเฮลิคอปเตอร์สามารถส่งภาพได้ชัดเจนหมด ส่วนเรือเหาะอาจยังไม่เรียบร้อย คณะกรรมการจึงยังไม่ได้มีการรับ แต่เมื่อไรที่เรียบร้อย คงจะมีการรับ แต่ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่รับ และไม่ต้องจ่ายเงินงวดสุดท้าย
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า เรือเหาะบินสูงไม่ได้ตามาตรฐาน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า บินได้ ถ้าบินไม่ได้ คณะกรรมการตรวจรับจะต้องรับผิดชอบ ดังนั้นจะต้องบินสูงตามสเปคที่ได้กำหนดไว้ หากสื่อไม่เข้าใจจะให้คณะกรรมการมาอธิบาย ซึ่งขณะนี้กำลังประสานงานขอเครื่องบิน เพื่อนำสื่อมวลชนลงไปดู
เมื่อถามถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า การจัดซื้อรถเกราะยูเครนมีปัญหาอาจถูกย้อมแมวขาย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เมื่อเราจัดซื้อ และต้องการคุณสมบัติอย่างไรจะต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งคุณสมบัติไม่ใช่ของเก่า แต่เป็นของใหม่ตรงตามสเปคที่ต้องการ ถ้าผิดจากนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ โดยมีกฎหมายที่ดำเนินการได้ ไม่ต้องกังวล และทุกหน่วยงานที่จัดซื้อจัดจ้างต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีสิทธิ์ตรวจสอบ และทุกหน่วยงานสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะสื่อสื่อมวลชนติดตาม คิดว่าไม่มีปัญหา
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชามีการซ้อมรบ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของแต่ละประเทศ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ แต่จะมีเจตนาอะไรตนไม่ทราบ
ทหารทดสอบเรือเหาะที่ปัตตานีห้ามสื่อมวลชนทำข่าว
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มีนาคม 2553 คณะกรรมการของกองทัพบก ประมาณ 8 คน ได้เดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่ท่าอาก่าศยานจังหวัดปัตตานี เพื่อเดินทางมายัง หน้าหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดปัตตานี ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานีซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงจอดเรือเหาะ เพื่อมาตรวจและรับงานอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องความพร้อมของเรือเหาะตรวจการณ์ โดยได้ขนย้ายเรือเหาะตรวจการจากโรงจอดเรือเหาะ ที่หน้าหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดปัตตานี นำมาตั้งไว้ที่ลานกว้างโดยมีเจ้าหน้าที่ทางบริษัทแอร์เรียอินเตอร์เนชันแนล ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังติดตั้งอยู่ เพื่อให้คณะกรรมการได้ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง เรือเหาะตรวจการณ์มีขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 47 เมตร น้ำหนักกว่า 2 ตัน รับผิดชอบปฎิบัติการใน 12 ภารกิจ ทั้งด้านความมั่นคงและกิจการพลเรือน อาทิเช่น การปิดล้อมตรวจค้น การลาดตระเวน การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นเป็นยุทโธปกรณ์ในการปฎิบัติการ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กองทัพภาพที่ 4 และผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ได้นำขึ้นบินในวันนี้ เพื่อทดสอบระบบเครื่องยนต์และการใช้กล้องตรวจการณ์ระยะไกลอีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกันได้นำเฮลิคอปเตอร์จำนวน 3 ลำ พร้อมด้วยรถยานยนต์หุ้มเกราะหรือรถบังคับการ ซึ่งเป็นรถลาดตระเวณภาคพื้นดิน พร้อมติดตั้งกล้อง ซึ่งเป็น การควบคุมจะแยกเป็นตัวเรือเหาะ โดยรถบังคับการคอยสนับสนุนการควบคุมอยู่ในภาคพื้น นอกจากนั้นยังเฮลิคอปเตอร์ติดกล้องตรวจการณ์บินสนับสนุนการทำงานของเรือเหาะ โดยศูนย์บัญชาการประจำสถานีกระจายอยู่ทั่วพื้นที่สามจังหวัด 26 สถานี
ในความคืบหน้าของเรือเหาะตรวจการณ์ ในส่วนของเรือเหาะและอุปกรณ์อยู่ระหว่างติดตั้งอุปกรณ์ ส่วนด้านบุคคลากรในส่วนของชุดปฏิบัติการเฝ้าตรวจการทางอากาศที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานเรือเหาะ มีกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 55 นาย แยกเป็น ส่วนบังคับการ 4 นาย ส่วนปฏิบัติการทางอากาศ 20 นาย ส่วนปฏิบัติการภาคพื้นดิน 17 นาย และส่วนสนับสนุน 14 นาย ซึ่งบุคลากรทั้งหมดได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีในการควบคุมและบังคับการเรือเหาะ
ภารกิจของเรือเหาะ จะทำการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ประจำเรือเหาะ 4 นาย นักบิน 2 นาย ช่างกล้อง 1 นาย และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ 1 นาย โดยจะใช้กล้องตรวจการเวลากลางวันและกลางคืน ที่สามารถถ่ายภาพและบันทึกภาพได้ด้วยความละเอียดสูง สามารถตรวจจับความร้อน รวมทั้งตรวจจับระยะและชี้เป้าหมายได้ โดยลอยตัวอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานานหรือทำการลาดตระเวนตามวงรอบ เพื่อปฏิบัติงานด้านการข่าวที่ต้องการ ด้วยเสียงที่เงียบกว่าอากาศยานประเภทอื่น มีมูลค่า 350 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวปัตตานี รายงานว่า หลังจากที่กลุ่มสื่อมวลชนที่จังหวัดปัตตานี กำลังถ่ายภาพอยู่ในบริเวณหน้าเรือเหาะดังกล่าวนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้เชิญนักข่าวทั้งหมดนั่งในห้องประชุมเพื่อจะชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดที่คณะกรรมการกองทัพบกที่มาในครั้งนื้ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร นั่งเป็นเพื่อนคุยอยู่ 1 คน ซึ่งเมื่อรออยู่ประมาณ 20 นาที ปรากฏว่ามีนายทหารแจ้งมาว่า ไม่อนุญาติให้ผู้สื่อข่าว และให้กลับบ้าน ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามจะขอรายละเอียด แต่ ทหารที่เฝ้านักข่าวบอกว่าเดี๋ยวให้นายมาแจ้งภายหลัง ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องกลับไป
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสได้พุดคุยกับเจ้าหน้าที่ของเรือเหาะ ทราบว่า ขณะนี้ คนที่จะทำงานร่วมกับเรือเหาะพร้อม แต่ปัญหากล้องยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทแอร์เรียอินเตอร์เนชันแนล ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังไม่ชำนาญพอ เพราะเป็นสิ่งใหม่ นอกจากนั้น เรือเหาะยังมีอุปสรรคในการบินสูง ขณะนี้อยู่ในการติดตั้งระบบให้สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตรวจรับแล้ว แต่การเดินทางมาครั้งนี้คงจะดูความสมบูรณ์ของระบบการทำงาน โดยเฉพาะกล้องต่างๆ ที่ติดตั้งประจำเรือเหาะ เอลิคอบเตอร์ รวมทั้งรถบังคับการภาคพื้นดิน



