ข่าว

กรณ์ขยายความที่เฟซบุ๊คอีกยันไม่หนุนรัฐประหาร

กรณ์ขยายความที่เฟซบุ๊คอีกยันไม่หนุนรัฐประหาร

05 มี.ค. 2553

“อภิสิทธิ์" ป้อง“กรณ์”หลังโพสข้อความในเฟสบุ๊ค บอกเปล่าหนุนปฏิวัติ แค่สงสัยกระบวนการสอบ“ทักษิณ" โกงชะงักก่อนรัฐประหาร

 (5มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนข้อความในเว็บไซต์เฟซบุ๊ค www.facebook.com แสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนได้พูดคุยกับนายกรณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าผลพวงจากคำพิพากษาในคดีดังกล่าวเป็นหน้าที่ของหน่วยงานฝ่ายประจำ

 ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่านายกรณ์ไปเขียนข้อความในเว็บไซต์เฟซบุ๊ค ซึ่งนายกรณ์ได้บอกกับตนถึงเรื่องนี้เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าเป็นเรื่องที่ทำส่วนตัว แต่ตนได้อ่านดูแล้วและต้องให้ความเป็นธรรมกับนายกรณ์ว่านายกรณ์ได้เขียนในเชิงแสดงความเข้าใจถึงคำพิพากษาที่เกิดขึ้น โดยอ้างอิงว่าตัวของนายกรณ์นั้นคิดอีกแบบก่อนฟังคำพิพากษา แต่เมื่อฟังคำพิพากษาแล้วก็เห็นว่ามีความยุติธรรม ซึ่งถ้าอ่านให้ดีจะเห็นว่านายกรณ์ไม่ได้เรียกร้องให้ยึดทรัพย์ทั้งหมด อีกทั้งการที่นายกรณ์พูดถึงการปฏิวัติรัฐประหารนั้น ก็พูดเพียงว่าก่อนที่จะมีการรัฐประหาร เคยมีความพยายามที่จะตรวจสอบประเด็นเหล่านี้แต่ไม่มีความคืบหน้า เพราะถูกสกัดกั้น นายกรณ์จึงเพียงตั้งคำถามว่าทำไมกระบวนการตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ถ้าไม่มีการรัฐประหาร แต่ไม่ได้เป็นการที่นายกรณ์สนับสนุนอะไรอย่างไรทั้งสิ้น

 เมื่อถามว่าเป็นการแก้ตัวให้กับนายกรณ์ใช่หรือไม่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนพูดตามที่ได้อ่านในเว็บไซต์ดังกล่าว  เมื่อ ถามต่อว่าดูเหมือนนายกรณ์จะนิยมเผด็จการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นี่เป็นความคิดเห็นของคนอื่น แต่ตนรู้จักนายกรณ์และช่วงที่เราเป็นนักการเมืองในขณะที่มีการรัฐประหาร ตนไม่เห็นนายกรณ์แสดงท่าทีออกมาสนับสนุนการทำรัฐประหาร และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยหรือนิยมกับการปฏิวัติรัฐประหาร อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2549 จะเห็นว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองคนแรกที่บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร 

 ถามว่ากรณีของนายกรณ์จะส่งผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะกระทบหรือไม่นั้นอยู่ที่ประชาชน

กรณ์ขยายความที่เฟซบุ๊คอีกยันไม่หนุนรัฐประหาร

 นายกรณ์ได้เขียนข้อความเพิ่มในเว็บไซต์เฟซบุ๊ควันที่ 5 มีนาคม ความว่า "ผมยอมรับว่าผมคาดไม่ถึงว่า บันทึกความรู้สึกของผมในเรื่องคดียึดทรัพย์ของอดีตนายกทักษิณ จะได้รับความสนใจมากถึงขนาดนี้ และแน่นอนที่สุดก็มีทั้งผู้ที่อ่านแล้วเข้าใจคลาดเคลื่อนและผู้ที่มีเจตนาพยายามบิดเบือนความหมาย

 อยากให้ทุกคนที่เข้าใจผิดว่าผมสนับสนุนการปฏิวัติ กรุณากลับไปอ่านบทความของผมอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะไม่มีตอนไหนในบทความที่เขียนว่าอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว

 ผมอยากเล่าเพิ่มเติมนะครับว่าคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 (ในคืนปฏิวัติ) ระหว่างที่ผมยังตรวจสอบรัฐบาลในฐานะสส.ฝ่ายค้านอยู่นั้น ผมรับทราบข่าวด้วยความเศร้าหมอง และผมจำได้ว่าภรรยาของผมพูดกับผมว่า “เขาปฏิวัติ เพราะเธอไม่สามารถเอาผิดคนขี้โกงได้”

 ผมจำได้ว่าผมนั่งไตร่ตรองในสิ่งที่ภรรยาของผมพูด และได้คิดว่าถึงแม้ว่าผมได้พยายามแล้วที่จะกระตุ้นกลต. สรรพากร ปปง. ฯลฯ แต่ก็ล้มเหลว จึงสมควรที่จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการปฏิวัติ ที่ได้อ้างเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นเงื่อนไขและสาเหตุ และนับแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ทุกอย่างที่ผมทำนั้นเป็นการแสดงความรับผิดชอบและพยายามป้องกันไม่ให้การปฏิวัติเกิดขึ้นอีก 

 ดังนั้นถ้าท่านใดยังคิดว่าผมนิยมการปฏิวัติ กรุณาช่วยกลับไปอ่านบทความเดิมของผมอีกครั้งนะครับ และผมขอยืนยันความคิดที่ผมต้องการสื่อมากที่สุดในบทความนี้ ไม่ใช่ว่าผมคิดว่าควรยึดเงินเท่าโน้นเท่านี้ แต่คือประโยคนี้ครับ “ถ้าทุกคนทำตามหน้าที่ ความยุติธรรมก็จะปรากฏเสมอ โดยไม่ต้องมีคนมายัดเยียดให้กับเรา ด้วยการปฏิวัติหรืออื่นๆ เราทำได้เองแต่เราทำไม่ได้ บทเรียนนี้ผมคิดว่าเป็นบทเรียนสำคัญจากคดีนี้ครับ” และตามด้วย “เพราะผมไม่แน่ใจว่า พวกเราชาวไทยได้เรียนรู้ในเชิงลึกจากเรื่องราวทั้งหมดนี้หรือไม่” ขอให้ท่านอ่านแล้วคิดกันเองแล้วกันครับ

 ท้ายนี้ผมอยากจะฝากไว้ว่า ภูมิต้านทานการปฏิวัติที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริงคือการมีรากฐานของนิติรัฐหรือการที่สังคมให้ความเคารพต่อความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ซึ่งคล้องจองกับที่ท่านนายกอภิสิทธิ์กล่าวไว้ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “หากว่าสังคมไม่เคารพกฎหมาย ก็ไม่มีจุดจบ” ตัวผมเองอยากจะพูดต่อว่า “หากว่าสังคมไม่เคารพกฎหมาย ประเทศไทยคงปกครองด้วยกฎหมู่”