ข่าว

จากน้ำท่วม...ถึง...ไฟบรรลัยกัลป์

จากน้ำท่วม...ถึง...ไฟบรรลัยกัลป์

06 มี.ค. 2553

ก่อนที่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าจะดับขันธ์ปรินิพพาน พระพุทธองค์ได้ให้ปัจฉิมโอวาทว่า

 "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด” หากเอาปัจฉิมโอวาทนี้มามองประเทศไทย ประเทศไทยก็เสมือน “คน” ที่กำลัง “ยังกิจด้วยความประมาท”

 วัฏจักรแห่งความชั่วร้ายที่ครอบงำประเทศไทยอยู่ทางด้านกายภาพ จากภัยแล้ง มาน้ำท่วม มาไฟป่า หมอกควันพิษ ล้วนเป็นบทสะท้อนแห่งการยังกิจด้วยความประมาททั้งสิ้นของผู้คนในประเทศนี้ตั้งแต่ผู้บริหารไปถึงชาวบ้าน ขณะนี้เรามีภัยพิบัติทุกประเภทเกิดขึ้นพร้อมๆ กันทั้งน้ำท่วมภาคใต้ ภัยแล้งภาคอีสาน ไฟป่า หมอกควันในภาคเหนือ

 ถ้าใครยังมั่นใจว่าประเทศไทยยังแข็งแรงมั่นคงไม่มีวันเสื่อมสลายก็ “อดใจรอ” อีกสักนิด สองสามวันมานี้อาจารย์ยักษ์ได้รับเชิญให้มาเป็นวิทยากรในงานปิดทองหลังพระที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งตามการคาดคะเนจะมีนายก อบต.และตัวแทน อบต.จากทั่วประเทศเข้าร่วมงานประมาณ 2 หมื่นคน แต่พอถึงวันงานจริง ก็มีคนมาลงทะเบียน เซ็นชื่อ รับค่าเดินทาง แล้วออกจากงานไปเที่ยว พร้อมกับเงินงบประมาณที่หมดไปเกือบ 50 ล้านบาท มีคนที่สนใจอยากมารับความรู้และฟังด้วยความตั้งใจเพียง 40 คน

 นี่ก็เป็นบทสะท้อนอีกอย่างหนึ่งของ “ความประมาท” ซึ่งกำลังพาเมืองไทยเข้าสู่ “ความยากจน” และ “ความวิบัติ” อย่างช่วยไม่ได้ ระหว่างทางจากเชียงใหม่ไปเมืองน่าน ภูเขาที่เคยสวยสดงดงาม กลายเป็น “ภูเขานิล” ดำเป็นตอตะโกจากการ “เผา” คนไทยกลายเป็นคน “มักง่าย” ไปเสียแล้ว

 เนื่องจากเพราะเผามันเร็วกว่า เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ไม่ต้องดายหญ้า ไม่ต้องถางหญ้าให้เสียเวลา จุดไฟนิดเดียว ทุกอย่างก็ราบเป็นหน้ากลอง โดยไม่สนใจว่าหมอกควันที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอันตรายต่อผู้คนรอบข้าง ลูกเล็กเด็กแดง ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างไร และไม่เคยสนใจบทเรียนที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นว่า ไฟแช็ก เพียงคลิกเดียวได้คร่าชีวิตผู้คนมากถึง 700 คน ในประเทศออสเตรเลียมาแล้ว มิพักต้องพูดถึงบ้านเรือนที่วอดวายไปหลายพันหลัง

 ในฐานะที่เป็นประเทศเกษตรกรรม เมื่อมองไปรอบๆ ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสภาพ “หมดเนื้อหมดตัว” เพราะป่าหมด น้ำกำลังแห้งขอด พอน้ำหมด อาหารธัญญพืชที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็จะหมดไปด้วย อาหารจะเป็นของแพง เป็นของหายาก เมืองน่านที่เคยอุดมสมบูรณ์ตอนนี้ก็ต้องไปซื้ออาหารจากถิ่นอื่นแล้ว ประเทศไทยก็กำลังจะเป็นเหมือนเมืองน่าน ต้องนำเข้าอาหาร แปรสภาพเป็นประเทศที่ “ยากจน” สมบูรณ์แบบ จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ 

 “ความยากจน” นี่แหละที่เป็นสาเหตุให้เฮติต้องสังเวยชีวิตประชากรไปร่วมแสน ในขณะที่แผ่นดินไหวที่ชิลีซึ่งมีระดับความรุนแรงกว่าแต่การสูญเสียชีวิตกลับน้อยกว่า อาคารบ้านเรือนของประเทศยากจนอย่างเฮติ ไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะรับสภาพแผ่นดินไหว แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกันคือ ในยามคับขัน ผู้คนจะปล้นสะดม แย่งชิงอาหารกันเพื่อความอยู่รอด!!!

 หลายคนตั้งคำถาม คนไทยจะแย่งชิงกันเช่นนี้หรือไม่?
 แม้เราจะพบกับน้ำใจที่หลั่งไหลไปยังผู้ประสบภัยในเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ ไม่มีการแย่งชิงอาหารกัน แต่ไม่แน่ว่าเมื่อประเทศไทย “หมดเนื้อหมดตัว” เพราะทรัพยากรหมด ผู้คนอดอยากยากแค้น

 ในภาวะคับขัน เราจะไม่เป็นแบบเฮติหรือชิลีที่แย่งชิง ปล้นสะดมกัน
 ถึงตอนนั้นก็คงจะสายไปเสียแล้วที่จะระลึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ที่ทรงฝากไว้
         
"อาจารย์ยักษ์ ณ มหาลัยคอกหมู"