
ชวลิตเตือนรัฐอย่าออกมามาตรการมากเกินไป
พล.อ.ชวลิต" เตือนรัฐอย่าออกมามาตรการมากเกินไป ระวังโดนคนด่า แนะไม่ควรรีบประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง หวั่นกระทบคนส่วนใหญ่ เชื่อชุมนุมใหญ่แดงไม่รุนแรง เปรยซักฟอกจ่อเชือดหลายคน ปัดข่าว ส.ส.พท.ทุ่มเงินหนุนม็อบแดง
(5 มี.ค.) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย ถึงสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้นในวันที่ 12-14 มีนาคมนี้ว่ามาตรการการดูแลการชุมนุม เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลความปลอดภัย และความมั่นคง ซึ่งมีข่าวออกมารัฐบาลจะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล แต่ถ้ามีมาตรการมากเกินไป ประชาชนจะออกมาต่อว่า ดังนั้น ต้องทำแบบเงียบๆไป ในส่วนของ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ไม่ควรทำอย่างรวดเร็ว ถ้ารัฐบาลจะประกาศใช้ อาจจะกระทบกับประชาชนกลุ่มอื่นๆขอให้ค่อยๆคิดค่อยทำตามสถานการณ์
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ระบุเตรียมใช้รถยกมายรถที่ชุมนุมจอดขวางการจราจรนั้น พล.อ.ชวลิต ตอบว่า จะทำอะไรก็ทำไป แต่ไม่ควรออกมาพูดอะไรมาก ยิ่งพูด ก็ยิ่งดังไปทั่วโลกเมื่อถามว่าในฐานะผู้ใหญ่จะรับช่วยประสานดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.ชวลิต ตอบว่า ก็มีคนดูแลอยู่แล้ว แม้ตนเองยังโดนหมายหัว รู้สึกน่ากลัว
เมื่อถามว่าการชุมนุม ของคนเสื้อแดงวันที่ 12-14 มีนาคมนี้จะรุนแรงหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวเชื่อว่า ในการชุมนุมใหญ่คนเสื้อ คงไม่มีอะไรรุนแรง ถ้ามีอะไร คงไม่ออกมาพูดกันหรอก ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ยึดแนวทางสันติมาตลอด ทุกครั้งประกาศอะไรก็ทำไปตามนั้น
นอกจากนี้ พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าเท่าที่ทราบทุกกลุ่มในพรรคไม่มีปัญหาขัดแย้งอะไรแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยเพื่อจะได้เตรียมความพร้อมตรวจสอบการบริหารราชการรัฐบาลในสภา ทุกคนร่วมมือกัน ซึ่งฝ่ายค้านตั้งใจทำหน้าที่เท่าที่ดูข้อมูลชัดเจนหลายกระทรวง ดังนั้น คงจะมีการอภิปรายหลายคน ไม่ใช่เฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่วนรายชื่อนายกรัฐมนตรีเงาแนบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย
ปัดข่าว ส.ส.พท.ทุ่มเงินหนุนม็อบแดง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าพรรคเพื่อไทยทุ่มเงินวันละ 70-80 ล้าน สนับสนุนการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงว่า เป็นการพูดโดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง ซึ่งขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญกำหนด การใช้ตำแหน่งหน้าที่มากล่าวอ้างแบบนั้นทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย พรรคจะหารือกับทีมกฎหมายเพื่อเอาผิดนายสุเทพในฐานะนักการเมือง มีตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาใส่ร้ายป้ายสี ในความผิดมาตรา 104 ของ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โทษจำคุกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และนำไปสู่การยุบพรรคได้
"เทพไท”เรียกร้องคนกทม.ต่อต้านเสื้อแดง
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ ว่า ไม่ว่าการชุมนุมจะมีคนมาร่วมมากหรือน้อย แต่คนที่เดือดร้อนก็คือ คน กทม. และตนเชื่อว่า คน กทม.จะร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพียงจำนวนน้อย ดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องให้คน กทม.ออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่ก่อความรุนแรงและสร้างความวุ่นวายใน กทม. โดยอาจทำได้ด้วยการต่อต้านอย่างสันติ ทั้งการสื่อสัญลักษณ์บางอย่าง เพื่อให้เห็นว่าคน กทม.ไม่สนับสนุน หรือการทำป้ายสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถ และประตูหน้าบ้าน เพื่อเรียกร้องให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ ให้ผู้ชุมนุมเคารพกฎหมายและคำตัดสินของศาล ต่อต้านการใช้กฎหมู่ หากคน กทม.แสดงออกอย่างนี้ อย่างน้อยก็ทำให้คนเสื้อแดงบางกลุ่มที่มาจากต่างจังหวัด ยับยั้งชั่งใจได้บ้าง
นายเทพไท กล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงคงพยายามที่จะปลุกกระแสทุกวิถีทาง เพื่อให้มีคนเข้าร่วมมากที่สุด จะเห็นได้ว่ามีการโหมโรงในลักษณะปลุกระดมในต่างจังหวัดตลอดเวลา ตั้งแต่วันนี้ถึง 12 มี.ค. โดยมีการกระจายแกนนำไปจัดม็อบในจังหวัดต่างๆ ไม่เว้นกระทั่งการปลุกพระที่จะระดมพระสงฆ์ถึง 2 หมื่นรูป ให้มาร่วมชุมนุม ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล ทั้งนี้ตนคิดว่าพระสงฆ์อาจได้รับข้อมูลที่บิดเบือนจึงเข้าใจผิดได้ เช่นกรณีที่มีการระบุว่ารัฐบาลขึ้นบัญชีดำพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งรัฐบาล ยับยั้งใช้กฏหมู่เห็นว่าคน กทม.ไม่สนับสนุน หรือการทำป้ายสติ๊กเกอร์ติดท้า ได้ออกมาปฏิเสธแล้ว ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้กรรมการเถรสมาคมออกมาสร้างความเข้าใจและดูแลการเคลื่อนไหวของพระสงฆ์ด้วย ไม่เช่นนั้นหากเห็นภาพพระสงฆ์จำนวนมากออกมาเคลื่อนไหว ประเทศไทยก็ไม่ต่างจากประเทศพม่า และอาจได้รับคำตำหนิจากชาวโลกได้ ตามคำพระที่ว่า “ โลกวัชชะ ” โลกติเตียนต่อวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ นอกจากนั้นขอเรียกร้องให้ กทช.ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงด้านสื่อ เข้ามาดูแลการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่ใช้สื่อในการปลุกระดมทั้งทีวีท้องถิ่น และวิทยุชุมชน เพราะขณะนี้มีการปรับผังรายการใหม่เพื่อให้สอดรับกับการเคลื่อนไหวของการชุมนุมอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคมได้ เพราะการถ่ายทอดสดการชุมนุม การปราศรัยบนเวที ถือว่าอยู่เหนือการควบคุมและมีการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งถือว่าสุ่มเสี่ยงที่จะสร้างความแตกแยกในสังคมอย่างมาก
นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงขึ้นบัญชีดำ 54 คนโดยมีชื่อของตนอยู่ด้วยนั้น ก็ถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูง เพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนกัน แต่ก็ต้องเคารพการทำหน้าที่ของกันและกัน ตนไม่อยากให้วิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงบางแห่งเอารายชื่อของทั้ง 54 คนไปเผยแพร่ และปลุกระดมให้คนเสื้อแดงตามล่า ซึ่งไม่อยากให้ 1 ใน 54 คน หรือคนในครอบครัวต้องเดือดร้อน หากไม่พอใจและเห็นว่าพวกตนทำอะไรละเมิด คนเสื้อแดงก็ควรใช้กฎหมายมาฟ้องร้องดำเนินคดี ไม่ควรใช้อำนาจมืด ตนไม่ได้กลัว แต่ก็ไม่ประมาท



