
ฆาตรกรสุดเหี้ยมฆ่าสาวลาวยัดบ่อส้วม
ฆาตรกรฆ่าโหดสาวยัดบ่อส้วม ท้ายบ่อเลี้ยงกุ้งร้าง เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้งที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ยันผู้ตายเป็นคนงานชาวลาวที่หายตัวไปพร้อมกับสามี เมื่อ 3 วันก่อน
เหตุฆ่ายัดบ่อส้วมครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มีนาคม พ.ต.ท.ประเสริฐศักดิ์ บุญศรี สว.เวรสอบสวน สภ.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลิ่นโชยเหม็นเหมือนซากศพมาจากบ่อส้วมร้าง บริเวณบ่อเลี้ยงกุ้ง ริมถนนชากมะกรูด-ถนนกระเพรา หมู่ 3 ต.กร่ำ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.มนต์ชัย สีใส รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง พ.ต.ท.อำนาจ ศิริบุญบันดาล สวญ.สภ.กร่ำ พ.ต.ท.สุภาพ นาททอง รอง ผกก.(สบ 3) พญ.ศิริรุ่ง ธีระวงศ์เสรี แพทย์เวร รพ.แกลง และหน่วยกู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์ ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบบ่อเลี้ยงกุ้งร้าง ท้ายบ่อเป็นป่าละเมาะ พบบ่อส้วมมีผ้ามุ้งสีเขียวปิดทับอีกชั้น มีกลิ่นเหม็นโชยออกมา เมื่อเปิดออกดูพบศพหญิงสาวอายุ 25-30 ปี ในลักษณะเอาศีรษะลง สวมกางเกงวอร์มขายาว สีน้ำเงิน เสื้อยืดแขนยาวสีดำ เจ้าหน้าที่นำศพขึ้นมาตรวจพิสูจน์ ในเบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลถูกของแข็งตีที่กกหูซ้าย กรามหัก และคอหัก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน
นายมณีพันธุ์ ศักดิ์ศรีไพรจิตร เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้งที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ให้การต่อตำรวจว่า ที่บ่อเลี้ยงกุ้งของตน มีคนงาน 2 คนผัวเมียหายไปเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าหายไปไหน และไม่มีใครพบเห็น จึงออกตามหาและสอบถามเพื่อนๆ ที่มาทำงานด้วยกัน ก็ไม่มีใครทราบ สองผัวเมียที่หายไปชื่อนายสาย และนางมัย ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนงานชาวลาว ที่มาทำงานที่บ่อเลี้ยงกุ้งได้เกือบ 2 ปีแล้ว และทั้งสองเป็นคนดี
นายมณีพันธุ์กล่าวว่า คาดว่าศพที่พบน่าจะเป็นนางมัย คนงานของตน โดยจำเสื้อที่ใส่ได้ แต่จำใบหน้าไม่ได้ เพราะใบหน้าบวมเละจนมองไม่ออก และไม่ทราบว่านายสายหายไปไหน ส่วนตนไม่ค่อยได้อยู่ นานๆ จะเข้ามาดูสักครั้ง ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีเหตุทะเลาะกันหรือเปล่า หรือว่ามีเรื่องกับใคร
จากนั้น พ.ต.อ.มนต์ชัย ได้เชิญนายมณีพันธุ์ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.กร่ำ และส่งศพพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ ต่อไป



