ข่าว

ลูกหนังการเมือง

ลูกหนังการเมือง

05 มี.ค. 2553

เหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงชัยภูมิ ยกขบวนไปปิดล้อมสนามกีฬาเมืองพญาแล เพราะไม่พอใจที่ทราบข่าวว่า เนวิน ชิดชอบ จะนำทีม "บุรีรัมย์ เอฟซี" มาแข่งกับ "ชัยภูมิ เอฟซี" เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว

 จนทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันต้องยกเลิกแมทช์นี้ไป ทั้งสองทีมอยู่ใน "ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2" โซนภาคอีสาน โดยทีมบุรีรัมย์ เอฟซี มีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง

 มันไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เพียงแต่มันมาเร็วกว่าที่คิด ตอนแรกคิดว่า น่าจะเกิดขึ้นในศึก "ไทยพรีเมียร์ลีก"

 เมื่อ "เนวิน" นำทีม "ปราสาทสายฟ้า" หรือ "บุรีรัมย์ การไฟฟ้าฯ" ไปเยือน "ศรีสะเกษ เอฟซี" ซึ่งในอีกด้านหนึ่ง จะเป็นการเผชิญหน้าระหว่าง "พรรคภูมิใจไทย" กับ "พรรคเพื่อไทย" โดยตรง

 เพราะประมุขทีม "กูปรีอันตราย"  คือ ธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย 

 แต่ได้ฟัง ส.ส.ธเนศให้สัมภาษณ์สื่อกีฬาฉบับหนึ่ง ก็วางใจว่าจะไม่มีรายการคนเสื้อแดงปิดล้อม "เนวิน" และกองเชียร์บุรีรัมย์อย่างแน่นอน

 กล่าวสำหรับ "โมเดลลูกหนังนำการเมือง" ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นสมัยนี้ ย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ภิญโญ นิโรจน์ อดีตนักการเมืองปากน้ำโพ ก็เคยสร้างทีมนครสวรรค์ ยิ่งใหญ่เกรียงไกรมาแล้ว

 ในยุคเดียวกัน นิกร จำนง อดีต ส.ส.สงขลา ได้สร้างทีมสงขลา ให้ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าลูกหนังไทย

 ทำไมต้องเป็นนักการเมือง? คำตอบคือ โครงสร้างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยังเป็น "ระบบอุปถัมภ์" ที่ผูกขาดอยู่ในกลุ่มข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ องค์กรกีฬาระดับชาติ และนักธุรกิจบางกลุ่มมายาวนาน

 โดยคนพวกนี้ จะอาศัย "บารมีนักการเมือง" เป็นเครื่องมือในการแสวงหาการสนับสนุนจากภาคเอกชน

 เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีนักการเมืองคนแล้วคนเล่า เดินเข้ามาสู่แวดวงลูกหนังไทยแล้วก็จากไป ในยามที่ตัวเองสิ้นวาสนาบารมี

 จำได้ว่า ยุคก่อตั้งพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังมอบหมายให้ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ดำเนินกิจกรรมไทยซอกเกอร์ลีก คู่ขนานการไปหาเสียง

 อีกตัวอย่างหนึ่งที่มีคนพูดถึงบ่อยๆ คือความสำเร็จของทีมชลบุรี เอฟซี ที่มิอาจปฏิเสธได้ว่า มันเป็นผลงานอันโดดเด่นของ วิทยา คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี ผู้หันมาเล่นการเมืองท้องถิ่น

 การเกิดขึ้นของทีมพัทยา ยูไนเต็ด และทีมศรีราชา เอฟซี ภายใต้ร่มเงาของตระกูล "คุณปลื้ม" ยิ่งตอกย้ำคำว่าลูกหนังการเมือง

 ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ในศึกไทยลีก 2010 นอกจากนักการเมืองเจ้าเก่า ก็มีนักการเมืองใหญ่เข้ามาเล่นเพิ่มอีกหลายคน อาทิ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ (ทีทีเอ็ม พิจิตร), ไพโรจน์ สุวรรณฉวี (ทีโอที) ,อภิรักษ์ โกษะโยธิน (บางกอก ยูไนเต็ด) และตระกูลการเมือง "ปิตุเตชะ" (ราชนาวี ระยอง)

 มีบางคนบอกว่า ไทยลีกคือ "ลูกหนังฟองสบู่" ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

 เพราะการเติบโตด้วยแรงอัดฉีดของ "สื่อขาใหญ่" และการตลาดของภาคเอกชนบางราย ทำให้มีผู้ชมเรือนพันเรือนหมื่นในแต่ละแมทช์ ผลคือไทยลีกบูม!

 สปอนเซอร์จึงวิ่งเข้าหาทีมต่างๆ นักการเมืองก็เข้าร่วมขบวนแห่ลูกหนังฟองสบู่ โดยมิมีใครตระหนักถึงโครงสร้างอันไม่แข็งแรงขององค์กรลูกหนังไทย

 การตีกันของกองเชียร์ในสนามศุภชลาศัย สะท้อนถึงการบริหารที่ล้มเหลวขององค์กรลูกหนัง ซึ่งในวันนี้ พวกเขากำลังหอมหวานอยู่กับ "เม็ดเงิน" ที่สปอนเซอร์ทุ่มเทให้

 สรุปว่าสังคมการเมืองไทยเป็นฉันใด สังคมการเมืองลูกหนังไทย ก็เป็นเช่นนั้น!

 แคน สาริกา