
ถูกหลอกซ้ำซาก !!!
สถานการณ์วันนี้ ต้องบอกว่า "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นคนที่น่าสงสารที่สุด
ไม่ใช่เพราะจากคำพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท แล้วยังต้องรออายัดค่าภาษีอีกราว 1.2 ล้านบาท
เพราะนั่นเป็นผลแห่งการกระทำผิดที่ศาลท่านได้พิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลและด้วยตัวบทกฎหมาย ซึ่งได้ปรากฏชัดแล้วว่าคนส่วนใหญ่เคารพการตัดสินใจของศาล และยอมรับในกระบวนการยุติธรรมของไทย
หากแต่ "ทักษิณ" น่าสงสารตรงที่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา 3 ปีเศษ ดูเหมือนมีแต่คนที่หวังจะหลอกเอาเงิน "ทักษิณ" ทั้งนั้น จนเป็นที่มาของคำติฉินนินทาว่า "สู้แล้วรวย" กันเป็นแถว
วันนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณชัดว่าคนที่ "สู้แล้วรวย" บางคนก็เริ่มฝ่อและทำท่าจะถอดใจกันไปอีกหลายคน
ขณะที่เกมการต่อสู้ก็ดูเหมือนสะเปะสะปะ จับต้นชนปลายไม่ถูก และระบบการประสานงานภายในก็มีปัญหามากขึ้นๆ
ที่สำคัญ การต่อสู้ของ "ทักษิณ" นับจากรู้คำตัดสินของศาลเป็นต้นมา มีลักษณะการใช้ความรุนแรงนำชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นเหตุให้มวลชนเริ่มถอยห่างหนักขึ้น
ก่อนหน้านี้ "ทักษิณ" ฟังคนโน้นทีคนนี้ที แล้วก็เชื่อว่าคนที่เสนอตัวขึ้นมาสู้เพื่อ "ทักษิณ" นั้น จะมีศักยภาพมากพอที่จะพาตัวเองกลับบ้านได้อย่างมีศักดิ์ศรี ปราศจากมลทินทางคดี
"ทักษิณ" ถึงได้พยายามเร่งเกมในทุกทางเพื่อให้สถานการณ์ในประเทศวุ่นวาย ด้วยเชื่อว่าจะเป็นช่องทางบีบให้เกิดการเจรจา "เลิกแล้วต่อกัน" อย่างที่ต้องการ
แต่ปรากฏว่า แม้ "ทักษิณ" จะสามารถทำให้พรรคการเมืองนอมินีของเขาเป็นบันไดปั้นนายกฯ ขึ้นมาได้ถึง 2 คน ไม่ว่าจะเป็น สมัคร สุนทรเวช และต่อด้วย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่ทั้งสองรัฐบาลก็ยังไม่สามารถฝ่ากระแสสังคมผลักดันให้เกิดการนิรโทษกรรมทักษิณได้สำเร็จ
"ทักษิณ" ต้องรอแล้วรอเล่ากระทั่งล่วงเลยมากว่า 3 ปี และที่สุดการตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ก็ทำให้โอกาสของ "ทักษิณ" ยิ่งเหลือน้อยลงมากขึ้น พอๆกับจำนวนแนวร่วมที่ลดลงทุกวัน
หากวิเคราะห์เกมต่อสู้ของ "ทักษิณ" ที่ทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพอย่างที่เป็นอยู่ จะเห็นว่ามีจุดอ่อนใหญ่ๆคือ
...กระบวนการกดดันจากนอกประเทศ
เกมที่ "ทักษิณ" คิดว่าฉลาดอย่างยิ่งในการยืมมือประเทศเพื่อนบ้านสร้างความบาดหมางระหว่างประเทศ ไม่ได้ทำให้ภาพของ "ทักษิณ" ดูดีขึ้นมาในสายตาของคนส่วนใหญ่
"ทักษิณ" จึงถูกมองด้วยสายตำหนิว่าเป็นคนที่ "เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน" เหนือผลประโยชน์ประเทศชาติ
...กระบวนการกดดันภายใน
"ทักษิณ" พล่านทุกวิถีทางเพื่อต้องการเอาชนะ ทั้งจากความพยายามทำตัวเป็นหัวหน้าม็อบเสื้อแดงด้วยตัวเอง รวมถึงเกมมวลชนที่ "ทักษิณ" เดินพลาดเมื่อครั้งเหตุการณ์ "สงกรานต์เลือด" ทำให้ขบวนการทักษิณและเสื้อแดงล้มไม่เป็นท่า
.
ส่งผลให้การดำเนินการใดๆ หลังจากนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ที่สำคัญความพลาดอย่างมหันต์ของ "ทักษิณ" ยังหมายถึงการวิจารณ์ศาลอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อผลออกมาแล้วไม่ค้านสายตาคนดู "ทักษิณ" จึงเป็นฝ่ายที่ต้องวิ่งพล่านด้วยความแค้นอยู่คนเดียว
แค้นเพราะ...บัดนี้คนส่วนใหญ่ต่างรู้และเข้าใจกันหมดแล้วว่า "ทักษิณ" ผิดจริงๆ ขณะเดียวกันก็รับได้ว่า "ทักษิณ" รวยมาก่อนจริง แต่ไม่ได้รวยมากจนผิดปกติอย่างที่เห็นกันอยู่ ยิ่งส่งผลให้คนที่เห็นด้วยกับ "ทักษิณ" มีน้อยลง
และแค้นที่สอง ... ก็คือการเจรจาโดย "คนกลาง" ก่อนหน้านี้ไม่เป็นผล หลังจากลงทุนลงแรงไปไม่เบา
เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นใจหลังจาก "ถูกหลอก" มานับครั้งไม่ถ้วน "ทักษิณ" จึงตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งด้วยการเปิดเกมแรง เพื่อต้องการเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ด้วยการเรียกใช้ปฏิบัติการกองโจร ควบคู่ไปกับการเดินเกมในแบบ 3 เกลอ
แต่ "ดูเหมือน" ทักษิณ" อาจจะถูกหลอกซ้ำอีกครั้ง เพราะเกมที่มือปืนรับจ้างทั้งสองส่วนรับงานมางวดนี้ ไม่ได้ทำให้ "ทักษิณ" ดูดี หรือมีโอกาสชนะขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นการยกพลปิดถนน สร้างความเดือดร้อนรำคาญในวันที่ 12 มีนาคม ต่อเนื่องชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง 14 มีนาคม หรือการข่มขู่สื่อมวลชน กระทั่งขึ้นบัญชีดำบุคคลสำคัญกว่า 50 ราย
ขณะที่สหายหรือกระทั่งลูกน้องเก่าทั้งในและนอกพรรค ก็เริ่มตีจาก หลังจากเห็นว่า "ทักษิณ" หมดสภาพ และไม่มีวันได้กลับมาใหญ่ได้จริง
เผลอๆ งานนี้ ... ดีไม่ดี "ทักษิณ" อาจจะจบเห่เร็วกว่าที่คิด !!!
ฐ. ธนพิศุทธิ์.



