ข่าว

 "ค้ายา" ธุรกิจคู่ขนาน "บ่อน" เขมร

"ค้ายา" ธุรกิจคู่ขนาน "บ่อน" เขมร

05 มี.ค. 2553

บ่อยครั้งที่พาดหัวข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์หัวสีของไทยกล่าวถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารจับกุมยาเสพติดได้จากนักพนัน นักเที่ยว ยันสาวโคโยตี้ ที่เดินทางกลับจากบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เลยมีคำถามตามมาว่าฝั่งนู้นยาเสพติดมันหาได้ง่ายมากนักหรือไง ?!!

"ไม่ยากถ้าหากรู้แหล่ง" เฮียด้วง วัย 48 ปี นักธุรกิจค้าเหล็กที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคฝั่งปอยเปตเป็นชีวิตจิตใจให้ข้อมูล

 เรื่องที่เฮียด้วงพูดน่าจะมีเค้าความจริง เพราะแม้แต่ "นก เชิญยิ้ม" อดีตดาวตลกหญิงก็ยังรู้ถึงกับหาซื้อยาไอซ์และกัญชามาเสพได้ แถมยังพกติดตัวข้ามมาฝั่งไทย กระทั่งถูกทหารกองกำลังบูรพาจับกุมไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา

 ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของ นก เชิญยิ้ม หรือชื่อจริง "วนิดา แสงสุข" ในวัย 41 ปี เคยถูก พ.ต.ท.ศุภกฤช เดือนแจ้งรัมย์ รอง ผกก.สส.น.3 ช่วยราชการ กก.สส.น.1 จับกุมไปเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 ในพื้นที่ สน.หัวหมาก เธอร้องไห้คร่ำครวญอ้างว่ามีไว้เสพแก้เครียด เนื่องจากงานบันเทิงหดหาย ไม่ค่อยมีรายได้ เธอได้รับความเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนฝูง ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ ตำรวจ แม้แต่ผู้พิพากษาก็ยังมีเมตตา ให้โอกาสกลับตัวกลับใจเป็นคนดี โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ก่อน 2 ปี

 จากเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านไปยังไม่ทันถึง 8 เดือนดี ยังไม่ทันพ้นทัณฑ์บนเลยด้วยซ้ำ นก เชิญยิ้ม ก็เดินไปตามเส้นทางที่เคยผิดพลาดมาแล้วอย่างไม่น่าให้อภัย กับข้อแก้ตัวที่ว่า..."เสียพนันเลยเสพแก้เครียด"

 ถึงแม้ว่ายาเสพติดของกลางที่ยึดได้จะไม่มากมายอะไรนัก แค่ยาไอซ์ 0.56 กรัม และกัญชา 0.58 กรัม ทว่ายาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจก็ต้องดำเนินการไปตามหน้าที่ และสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือมันทั้งทำร้ายและทำลายคนที่เป็นทาสของมันอย่างเลวร้าย แม้ครั้งหลังสุดศาลจังหวัดสระแก้วจะปรานีให้ประกันตัวออกไปชั่วคราว แต่ก็ไม่มีอะไรมาการันตีว่าเมื่อถึงเวลาตัดสินคดีแล้ว นก เชิญยิ้ม จะตกอยู่ในสภาพไหน

 ในเมื่อมีคดีค้างเก่าอยู่แล้วเช่นนี้ ?!!

 ตามคำให้การของอดีตดาวตลกหญิงที่ว่า เล่นพนันเสียเลยซื้อเสพแก้เครียด ดูจะสอดคล้องกับข้อมูลที่เหลือของ "เฮียด้วง" ซึ่งบอกว่าเวลามีนักพนันเข้าไปในกาสิโนฝั่งปอยเปต พวกเขาก็เป็นที่จับตาในหมู่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง คนขับสามล้อ หรือพนักงานในกาสิโนบางคนไปเสียแล้ว

 ยิ่งเมื่อเห็นว่าเล่นเสีย หรือมีเค้าหน้าว่าเป็นคนอัพยาสักหน่อย พวกเขาจะไม่รีรอที่จะเข้ามาสอบถามความต้องการในทันทีทันดในั้น !

 "พี่ต้องการของไหม"

 "พี่ต้องการขนมหรือเปล่า"

 ฯลฯ

 ของ กับ ขนม ในที่นี้ไม่ต้องบอกก็พอเข้าใจได้ตรงกันว่าหมายถึงยาเสพติด ประเภทยาไอซ์ ยาเค และกัญชา โดยคนขายส่วนใหญ่เป็นเพียงหน้าม้าที่เป็นคนเดินของคอยแบ่งกินเปอร์เซ็นต์จากยอดขายยาเสพติดเท่านั้น ส่วนผู้ค้าตัวจริงจะไม่มาเสนอขายด้วยตัวเองประเจิดประเจ้อเช่นนี้ แค่รอรับส่วนแบ่งจากการลงแรงและเสี่ยงต่อการถูกจับกุมเท่านั้น

 "ถ้าอยากจะได้ของก็หาเอาจากคนเหล่านี้แหละ มีอยู่ทั่วไป"  

 สำหรับสนนราคาค่ายาเสพติดฝั่งปอยเปตนั้น เฮียด้วง สาธยายคร่าวๆ ว่าค่อนข้างถูก ยาไอซ์ตกกรัมละ 1,500-2,000 บาท ส่วนยาเคขวดละ 600-800 บาท กัญชาพันลำซองละประมาณ 200 บาท แต่บรรดาคนหน้าใหม่ต้องระวัง อาจถูกย้อมแมวได้ง่ายๆ ยาเสพติดเหล่านี้อาจจะด้อยคุณภาพลงกว่าที่ควรจะเป็น และในเมื่อเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย การจะเอาผิดคนขายจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกเลี่ยง ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย

 ก่อนหน้านี้มีผับชื่อดังแห่งหนึ่งในฝั่งปอยเปต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักพนันคนไทยและกัมพูชา ชอบเข้าไปมั่วสุมเสพยาเสพติด จนระยะหลังทางการกัมพูชาเข้ากวาดล้าง จนต้องเลิกกิจการไป ทว่าเมื่อที่เก่าปิดลงที่ใหม่ก็ได้โอกาสเปิดตัวขึ้น ชื่อชั้นโด่งดังไม่แพ้แห่งแรกที่ปิดตัวลงไป มีคนไทยเป็นเจ้าของฉายา "ตุ๋ย พระประแดง" เฮียด้วง บอกว่า ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสถานที่อัพยาแหล่งใหม่ไปแล้ว

 แม้แต่นกเองก็มีคนคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเคยเห็นเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ ?!!

 "ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนก็มีกลุ่มคนไทยร่วมกับคนเขมรกลุ่มหนึ่งไปเช่าบ้านเดือนละ 3,000 บาทอัพยากัน ตอนนี้ทางการกัมพูชากำลังกวาดล้างอยู่ แต่ก็มีบ้างที่เจ้าหน้าที่บางคนแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น" เฮียด้วง กล่าวสรุป

 ไม่เฉพาะยาเสพติดเท่านั้น ฝั่งปอยเปตยังเต็มไปด้วยการค้าประเวณี แม้จะไม่เปิดเผย แต่ก็ไม่เป็นที่ปกปิด เพียงแค่เดินข้ามไปฝั่งปอยเปตเท่านั้น บรรดาวินจักรยานยนต์จะตรงเข้ามาถามหาความต้องการทันที

 "เด็กมั้ยพี่ 16 ก็มีนะ 17 ก็มี สาวญวนด้วย" ?!!