ข่าว

มาร์คพร้อมดูเเลบุคคล-สื่อในบัญชีดำเสื้อเเดง

มาร์คพร้อมดูเเลบุคคล-สื่อในบัญชีดำเสื้อเเดง

04 มี.ค. 2553

"นายกฯ"ระบุพร้อมดูเเลบุคคลเเละสื่อในบัญชีดำคนเสื้อเเดง งอนสังคมอย่าเชื่ออะไรง่ายๆเเละอย่าตกเป็นเครื่องมือของบางฝ่าย มั่นใจตปท.เชื่อมั่นมาตรการรปภ.ของรัฐ ไม่สนเเม้วฟ้องนานาชาติระบุพฤติกรรมเม.ย.52ระบุตัวตนของเเม้วเเล้ว ปธ.กกต.ไม่หวั่นติดแบล็กลิสต์

 (4มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คนเสื้อแดงจัดทำบัญชีดำสื่อที่สนับสนุนรัฐบาล รวมถึงบุคคลในรัฐบาล ว่า ตนไม่ทราบว่ามีไว้ทำอะไร แต่ในส่วนของรัฐบาลที่มีการมากล่าวหาว่ามีการขึ้นบัญชีดำ ได้มีการตั้งกระทู้ถามเลยเถิดไปถึงจนถึงพระสงฆ์ซึ่งไม่จริง และขอย้ำว่าต้องช่วยกันระมัดระวังว่าข่าวที่เสนอขึ้นมา ที่จะให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มคนต่างๆนั้นไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะทำอะไรเลย ยกเว้นกลุ่มซึ่งทำผิดกฎหมาย และต้องมีการจับตามีการติดตามที่เป็นการทำงานตามปกติ ต้องตั้งคำถามว่าฝ่ายอื่นที่มาขึ้นบัญชีดำขึ้นทำอะไร เพราะขณะนี้ที่เราเรียกร้องกัน คนส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาประหัตประหารดำเนินการอะไรทุกอย่างดำเนินการตามปกติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามบัญชีของคนเสื้อแดงมีการระบุถึงรายชื่อของสื่อหลายแขนง รัฐบาลจะให้การคุ้มครองดูแลอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การข่าวเวลาที่มีการเสนอขึ้นมาว่ามีเป้าหมายของการที่จะมีความเสี่ยงต่อการคุกคามจะมีการประสานงาน และพยายามดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามว่า บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆรัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถดูรักษาไม่ให้รุนแรงมากขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราอย่าไปวัดบรรยากาศ หรือความตึงเครียดจากการเสนอข่าวฝ่ายเดียวทีทำให้เกิดความเข้าใจว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตนไม่ปฏิเสธว่าสถานการณ์จะต้องมีความระมัดระวังไม่ประมาท และดำเนินการจริงจังแต่ต้องอย่าไปสรุปให้เป็นไปตามที่บางฝ่ายต้องการคือ เขาพยายามจะสร้างบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกว่าบ้านเมืองวุ่นวายจนกระทั่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มาจากการใช้กำลัง การปฏิวัติรัฐประหาร การปฏิวัติประชาชน ซึ่งไม่มีเงื่อนไขนั้น เราอย่าเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น การที่มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามต้องการความรุนแรง ตรงนี้เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะไม่ให้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จ

 เมื่อถามว่า การทำงานของฝ่ายความมั่นคงยังดำเนินการเท่าทันของการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าทำงานใกล้ชิดกับสถานการณ์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค.ได้มีโอกาสได้หารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เพื่อซักซ้อมในหลายเรื่องพอสมควร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีการติดตามโดยละเอียด เมื่อถามต่อว่า แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุขึ้นก็บอกว่าการข่าวรู้ล่วงหน้าไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่ไม่เคยป้องปรามได้สักที นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องระเบิดที่เกิดขึ้นถามว่า เราพอทราบไหมว่าธนาคารกรุงเทพอาจจะเป็นเป้าหมายหรือไม่ เราก็ทราบแต่เราไม่สามารถดูแลได้ทุกสาขา คือ ข้อเท็จจริงที่ตนได้ย้ำว่าถ้าจะบอกให้เราดูแลทุกพื้นที่ละเอียดขนาดนั้นคงไม่ง่ายนัก เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะที่เข้ามาแล้วขว้างระเบิด แต่ขณะนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากในเรื่องการติดตามตัวผู้กระทำความผิด

 เมื่อถามว่า นายกฯคิดว่ากำลังพลไม่พอกับการไร้ประสิทธิภาพมีความแตกต่างกันอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ว่ามีกำลังพลพอที่จะดูแลทุกจุดขนาดที่ไม่ให้เกิดอะไรเลยนั้นมันคงเป็นไปได้ยากแต่พอที่จะดูแลให้เกิดความเรียบร้อยในภาพรวม และประสิทธิภาพต้องมีการดูและปรับปรุงตลอดเวลา

 เมื่อถามว่า กรณีนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ"เคทอง"ที่โพสต์คลิปป่วนขู่วางระเบิดที่มีการติดตามจับตาตลอดแต่ก็ปล่อยให้หนีไปได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินการในการที่จะติดตาม เมื่อถามว่า เป็นการหละหลวมเกินไปหรือไม่กับมาตรการดูแลความมั่นคงในขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "คือหลายเรื่องจะเห็นว่าเราต้องดำเนินการไปโดยต้องเคารพกับระบบ เช่น บางรายก็มีการให้ประกันตัวไปตามดุลยพินิจ เราคงต้องระมัดระวังกันมากยิ่งขึ้น"

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์นักลงทุนยังเชื่อมั่นอยู่รัฐบาลจะเชื่อมั่นว่าจะรักษาไปได้นานแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นปกติ แสดงว่ายังมีความเชื่อว่าสถานการณ์เราควบคุมได้ ตนก็ยืนยันว่าเราทำให้ดีที่สุดและควบคุมได้ แต่ว่าเราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของคนที่พยายามสร้างให้เกิดความตื่นตระหนกให้เกิดความรู้สึกความรุนแรง หรือยั่วยุให้เกิดการใช้มาตรการที่นำไปสู่เงื่อนไขที่จะปลุกระดมที่จะนำไปปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงได้

 เมื่อถามต่อว่า แล้วรัฐบาลได้ทำอะไรให้ประชาชนรู้สึกอบอุ่นใจว่าได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมก็ขอยืนยันว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่าตื่นตระหนกเพียงแต่ว่าในท่ามกลางบรรยากาศที่สืบเนื่องมาจากคดียึดทรัพย์ หรือเรื่องต่างๆเพียงแต่ว่าเราอย่าประมาท ให้ความร่วมมือช่วยกันเป็นหูเป็นตาเราจะช่วยกันผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้"

 ต่อข้อถามถึงกรณที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการทำหนังสือถึงผู้นำประเทศต่างๆทั่วโลกจะมีปัญหาส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีผลกระทบ เพราะเชื่อว่าขณะนี้ทั่วโลกมีความเข้าใจดีขึ้น โดยเฉพาะระยะหลังจะเห็นได้ว่าผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ แสดงออกถึงการใช้ความรุนแรง มันเป็นตัวทำให้ต่างประเทศเข้าใจหมดแล้วว่าที่เคยอ้างว่าเรื่องความเป็นประชาธิปไตย เมื่อเกิดเหตุการณ์เดือนเม.ย.2552 มันฟ้องตัวเองถึงบทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณไปหมดแล้ว ดังนั้นขณะนี้ตนไม่กังวล

 เมื่อถามว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ดูไบเป็นฐานการเคลื่อนไหวโดยวิดีโอลิ้งก์จากที่นั่นจะดำเนินการอะไรได้มากกว่าที่ทำมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการดำเนินการโดยกระทรวงการต่างประเทศ และได้มีการทำเพิ่มเติมไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ช่วยรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแล้ว เมื่อถามต่อว่า มีโอกาสที่จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณหยุดใช้ดูไบเป็นฐานการเคลื่อนไหวได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของดูไบ แต่ทางเราก็รวบรวมข้อเท็จจริงไป โดยเฉพาะการที่มีภาพชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณดำเนินการมาจากไหนอย่างไร เมื่อถามว่า รัฐบาลจะทำอะไรอย่างอื่นได้หรือไม่กดดันทางดูไบหรือตอบโต้อะไรหรือไม่เช่นไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้ นายอภิสิทธิ์ ตอบแบบอึกอักว่า กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการอยู่ ต้องฟังคำตอบจากเขาก่อน

ปธ.กกต.ไม่หวั่นติดแบล็กลิสต์เสื้อแดง

 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึง กรณีที่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. มีชื่ออยู่ในบัญชีดำของคนเสื้อแดงว่าขณะนี้นายอภิชาตทราบเรื่องแล้ว แต่ก็ไม่ตื่นเต้นหรือตกใจอะไร ซึ่งประธาน กกต. ก็คงไม่ไปฟ้องร้อง อย่างไรก็ตามในส่วนของสำนักงานเองก็จะดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประธาน กกต.

 นาย สุทธิพล กล่าวถึง มาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งของสำนักงาน กกต. และ คณะ กรรมการ ว่าขณะนี้ได้มีการตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัย ซึ่งมี ตนเป็นประธานศูนย์ และมี นาย สมชาติ เจศรีชัย รองเลขาธิการ กกต. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และมี ฝ่ายต่างๆร่วมทำงานอาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร บริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ (ธพส.) ซึ่งเป็นฝ่ายจัดการอาคารศูนย์ราชการ ฯลฯ ซึ่งจะมีหน้าที่วางแผนเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยจากเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะก็ยอมรับว่า กกต. เป็นหนึ่งในเป้าของกลุ่มคนเสื้อแดง

 นายสุทธิพล กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานนั้นก็ได้มีการเตรียมการโดยติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบสำนักงาน และได้กำชับให้ ธพส. ติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดบริเวณทางเข้าออกอาคาร และให้กวดขันเรื่องบัตรผ่านเข้าออกของยานพาหนะ และจะมีเจ้าหน้าทีตำรวจมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย อย่างไรก็ตามในกรณีเกิดเหตุการณ์ชุมนุมหน้า สำนักงานและมีเหตุการณ์รุนแรงเราก็สามารถประสานขอกำลังเพิ่มเติมจากหน่วยอรินทราช ได้ทันที

 เลขาธิการ กกต. ระบุต่อว่า ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งขณะนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ซึ่ง บ้าน กกต. แต่ละคนตั้งอยู่ไปดูแลที่หน้าบ้าน และหากเกิดเหตุการณ์อันตรายหรือถูกขู่  ก็จะประสานหน่วยอรินทราชเพื่อให้มาเป็นบอดี้การ์ดดูแลรักษาความปลอดภัยด้วย