ข่าว

อภิสิทธิ์ชี้สภาล่มบ่อยวันพฤหัสมีแต่เรื่องรายงาน

อภิสิทธิ์ชี้สภาล่มบ่อยวันพฤหัสมีแต่เรื่องรายงาน

04 มี.ค. 2553

ประชุมสภาฯล่มอีกหน ติดต่อ 4 ครั้งรวด หลังประลองกำลังรับ-ไม่รับญัตติต้านรัฐประหาร วิปรัฐบาล ยันเหตุสภาล่มไม่เกี่ยวพรรคร่วมเล่นเกม เตรียมหารือปธ.สภา จัดระบบการนับคะแนนใหม่ ส่วน ปชป.ให้ ปธ.ส.ส.จัดการ ส.ส.แตกแถว ส่วนตัวเห็นว่าถ้าขาดประชุมบ่อย พรรคก็ไม่ควรส่

 เมื่อเวลา 13.00 น. การประชุมสภาฯได้เข้าสู่วาระโดยเป็นการพิจารณาญัตติหามาตรการในการป้องกันปฏิวัติรัฐประหารซึ่งค้างจากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่าได้พิจารณาแล้วว่าญัตตินี้มีแต่จะสร้างความไม่เข้าใจ มีแต่จะตกเป็นเครื่องมือในฐานะประธานวิปรัฐบาลจึงขอยืนยันว่าเราไม่พร้อมที่จะให้พิจารณาญัตตินี้

 ขณะที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย พยายามโน้มน้าวใจว่า หากรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติก็ควรจะให้โอกาสฝ่ายค้านได้อภิปรายต่อ อย่างไรก็ตามในที่สุดนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมได้ตัดบทเพื่ขอให้นับองค์ประชุมก่อนจะลงมติว่าจะให้ปิดอภิปรายเรื่องนี้หรือไม่ซึ่งนายสามารถได้ใช้อำนาจตามข้อบังคับที่ 25ให้มีการนับองค์ประชุมโดยใช้เจ้าหน้าที่ ทำให้ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเดินวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมทันที

 อย่างไรก็ตามผลการตรวจสอบนายสามารถได้แจ้งต่อที่ประชุมว่ามีผู้อยู่ในห้องประชุมจำนวน232 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 238 คน ทำให้ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนต่างรีบลุกขึ้นเสนอให้มีการนับองค์ประชุมใหม่ด้วยวิธีการขานชื่อซึ่งนายสามารถได้แจ้งว่าตนได้ทำตามหน้าที่แล้วเมื่อไม่ครบองค์ประชุมจึงจำเป็นต้องปิดการประชุมและสั่งปิดการประชุมทันทีเมื่อเวลา 13.40น.ถือเป็นล่มซ้ำซากอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 4 แล้วท่ามกลางเสียงเฮลั่นของส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ยืนลุ้นผลคะแนนอยู่นอกห้องประชุมสภาฯ

วิปรัฐบาลยันเหตุสภาล่มไม่เกี่ยวพรรคร่วมเล่นเกม

 นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล แถลงภายหลังการหารือกับนาย ชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน เกี่ยวกับเหตุการณ์การประชุมสภาฯล่ม ว่า ก่อนการประชุมสภาในวันนี้ ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบผู้เข้าร่วมประชุมที่ยังอยู่ในสภาแล้ว เนื่องจากเห็นว่าทุกวันพฤหัสบดีจะเกิดเหตุสภาฯล่มเป็นประจำ ซึ่งทุกพรรคได้ตรวจสอบและแจ้งตัวเลขกับตนว่ามีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอยู่ในที่ประชุม 257 คน ซึ่งถือว่าเกินองค์ประชุมพอสมควร จึงได้ประชุมต่อ ส่วนที่ฝ่ายค้านพยายามเสนอญัตติเรื่องข่าวลือการปฏิวัติ ตนได้ยืนยันกับสภาฯ และฝ่ายค้านมาตลอดว่าข่าวลือเรื่องการปฏิวัติเป็นการปล่อยข่าวของคนกลุ่มเดียว ซึ่งสภาฯ ไม่พร้อมที่จะเป็นเครื่องมือในการกระพือข่าวที่เป็นข่าวลือของคนกลุ่มเดียว โดยเฉพาะจากกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ดีขึ้น ดังนั้น มติของวิปรัฐบาลจะไม่รับพิจารณาเรื่องนี้ โดยได้เตรียมในการทำให้ครบองค์ประชุม โดยการซักซ้อมกันมาตลอด

 นายวิทยา กล่าวอีกว่า ผลการนับองค์ประชุมที่ให้เจ้าหน้าที่เดินนับคนที่นั่งในที่ประชุมมี 232 คน ซึ่งขาดองค์ประชุมไป 6 คน แต่ประธานในที่ประชุมได้สั่งปิดประชุม ขณะที่มาสมาชิกทักท้วงให้นับใหม่อีกครั้งด้วยวิธีการขาดชื่อหรือการเดินนับใหม่อีกครั้ง แต่ประธานฯก็สั่งปิดประชุมไปก่อน ทั้งนี้ เมื่อดูวิธีการนับองค์ประชุมโดยการเดินนับ เราไม่ได้ใช้วิธีนี้มานานแล้ว ซึ่งการนับครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาที่เจ้าหน้าที่เดินนับทีละแถวและนำคะแนนมารวมกันก่อนส่งผลให้ประธาน แต่ครั้งนี้การนับกระจัดกระจาย และยังรอส่งผลต่อประธานฯ นานกว่า 10 นาที ซึ่งจังหวะนั้นมีคนเดินเข้าออกมา ซึ่งอาจจะมีผลต่อความคาดเคลื่อนได้

 นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับผลการหารือกับประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ มีความเห็นร่วมกันว่า สภาฯล่มหมายถึงหน้าตาคนที่เป็นส.ส. ซึ่งประธานเห็นว่าการที่สภาฯ ล่มอาจเป็นเพราะประธานในที่ประชุมตัดสินใจเร็วเกินไป เนื่องจากผู้ที่เป็นประธานในที่ประชุมได้รับความกดดันจากคนในพรรค ดังนั้น ประธานและรองประธานสภาฯ จึงได้ตกลงกันเบื้องต้นว่า การนับองค์ประชุมครั้งแรกจะใช้การเสียบบัตร หากสมาชิกขาดไม่เกิน 25 คน จะใช้มาตรการตรวจสอบองค์ประชุมครั้งที่ 2 โดยใช้วิธีการให้เจ้าหน้าที่เดินนับ และหากจำนวนแตกต่างไม่มากนัก ก็ให้เป็นอำนาจประธานในที่ประชุมว่าจะตรวจสอบองค์ประชุมครั้งที่ 3 โดยการขานชื่อ ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำให้ประธานฯ รีบสั่งปิดประชุม ทั้งนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงว่าถ้านับใหม่ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร และเกรงว่าจะถูกตำหนิจากฝ่ายค้าน

 นายวิทยา กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ เมื่อปิดสมัยประชุมประธานสภาฯ จะประกาศชื่อส.ส.ที่ขาดประชุมในรอบ 1 สมัยประชุม โดยจะระบุรายละเอียดด้วย เพื่อเป็นผลให้ประชาชนใช้ในการพิจารณาในการเลือกตั้งต่อไป ในส่วนของวิปรัฐบาล ภายหลังสภาฯ ล่มตนได้ให้ส.ส.ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมเซ็นชื่อ เพื่อยืนยันว่าอยู่จริง พร้อมทั้งขอวีดีโอเทปจากสภา เพื่อตรวจสอบว่ามีกี่คนที่มาแสดงตนหลังจากประชุมอยู่ในขณะลงคะแนนหรือไม่ เมื่อตรวจสอบจะส่งให้ทุกพรรคร่วมรับบาลรับไปดำเนินการตามมาตรการของตนเอง

 นายวิทยา กล่าวต่อไปอีกว่า ทั้งนี้ วิปรับบาลจะเสนอต่อนาย จุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมส.ส.พรรควันที่ 9 มี.ค.นี้ ว่าจะต้องดำเนินการแจ้งว่าส.ส.ที่ไม่มาประชุมสภาฯ จะต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุผลประธานส.ส. และถ้ายังทำผิดซ้ำซาก ที่ประชุมส.ส.คงได้กำหนดมาตรการต่อไป แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าคนขาดบ่อยก็ไม่ควรเป็นส.ส. พรรคไม่ควรส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่าที่สภาฯล่มครั้งนี้ไม่ได้เล่นเกมเพื่อไม่รับญัตติฝ่ายค้าน ถึงแม้องค์ประชุมจะครบเราก็ไม่รับ แต่วิปรัฐบาลได้ตกลงแล้วว่าจะรับญัตติด่วนของฝ่ายค้านเรื่องภัยพิบัติความแห้งแล้งของลุ่มแม่น้ำโขง

 เมื่อถามว่า ตั้งแต่นายวิทยาเป็นประธานวิปรัฐบาล สภาล่มตลอด นายวิทยากล่าวว่า ตนเข้าประชุมทุกครั้ง ตนกำลังจะเอาความผิดกับคนที่ขาดประชุม คนที่นั่งประชุม และวิปที่ทำหน้าที่เข้มแข็งก็ไม่ควรรับผิดชอบคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ

 เมื่อถามว่า การประชุมครั้งกังวลว่าจะล่มอีกหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า เกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดความไม่รับผิดชอบเช่นนี้ ซึ่งมาตรการก็ต้องจัดการกับคนที่ไม่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลก็จะฝากให้นายกฯ ไปแจ้งให้แกนนำรัฐบาลทราบ

“วิทยา”ระบุสภาล่ม“รัฐบาล”ต้องรับผิดชอบ

 นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีการประชุมสภาล่ม ว่าเรื่องสภาล่มไม่ใช่ฝ่ายค้านไม่ทำหน้าที่ ตนขอยกกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.ที่เคยพูดไว้ว่าหน้าที่นับองค์ประชุมเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบ ฉะนั้นรัฐบาลต้องดูแลในส่วนนี้

 ส่วนกรณีที่การประชุมต้องมาล่มในช่วงการพิจารณากฎหมายต่อต้านการรัฐประหาร ตนมองว่ารัฐบาลควรให้เวลาฝ่ายค้านในการอภิปราย หรือเป็นเพราะรัฐบาลมาจากทหาร จึงไม่อยากให้ฝ่ายค้านพูดเรื่องนี้

"อภิสิทธิ์" ชี้เพราะส.ส.ชะล่าใจทำสภาล่ม

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เเละหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์กรณีการประชุมสภาผู้เเทนราษฎรล่มในวันนี้ ว่าขณะนี้ที่นับองค์ประชุมตนเข้าใจว่าคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้ตรวจสอบซึ่งคิดว่าจำนวน ส.ส.ครบองค์ประชุม อย่างไรก็ตามตนไม่สามารถแก้ตัวแทนคนที่ขาดประชุมได้ เพราะได้กำชับกันหลายรอบ บางครั้ง ส.ส.ชะล่าใจว่าการประชุมสภาในวันพฤหัสบดีไม่ได้เป็นประเด็นด้านกฎหมาย จึงคิดว่าเมื่อวาระกระทู้ถามจบแล้วจะเป็นเรื่องรายงาน เรื่องรับทราบ จึงไม่อยู่ในที่ประชุม ซึ่งเราได้ย้ำไปแล้วว่าไม่ใช่มันเป็นหน้าที่ที่ต้องอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคจะแก้ปัญหาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการบันทึกเก็บไว้หมดแล้ว รวมถึงในส่วนของรัฐมนตรีด้วย

 เมื่อถามว่าส.ส. ขาดประชุมกี่ครั้งถึงมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลคงจะเสนอแต่ละพรรคมาว่าจะทำอย่างไร เมื่อถามว่า ได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าเป็นการเล่นเกมกันเองในพรรคร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ เท่าที่เคยฟังสถิติมาตัวเลขจะกระจายไปทุกพรรค

 เมื่อถามว่า การประชุมสภาติดขัดมาตลอด หากกฎหมายการเงินเข้าสู่การพิจารณาจะเกิดปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องกฎหมายจะพิจารณาในวันพุธ ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีเป็นประจำ เพราะ ส.ส.มักจะรีบกลับไปในพื้นที่ อีกทั้ง ส.ส.บางคนไม่คาดคิดว่าจะมีมตินับองค์ประชุม ซึ่ง ได้เตือนแล้ว เตือนอีกเเละในที่ประชุมพรรคก็ได้เตือนไปแล้ว

 เมื่อถามว่า จะดีหรือไม่ที่ส.ส.รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนแล้วทำงานเต็มที่แค่วันพุธวันเดียว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถแก้ตัวให้ใครได้ และได้กำชับไปแล้ว

 เมื่อถามว่า การที่สภามีปัญหาจะมีการนำไปเป็นเงื่อนไขให้ยุบสภา เพราะไม่สามารถทำงานได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “จริงๆแล้วจะไปโยงอย่างนั้นไม่ได้ เรื่องการนับองค์ประชุม ผมเห็นชอบไปเขียนกันว่าสมัยที่พรรคเป็นฝ่ายค้านจะมีการนับแบบเดียวกัน ผมขอยืนยันว่าไม่ใช่จะมีการนับก็ต่อเมื่อมีประเด็นที่เป็นปัญหา เช่น มีบางเรื่อง ซึ่งเราได้แสดงออกอย่างชัดเจน ครั้งนี้ก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน เพียงแต่เขาทำถี่มาก เขาทำทุกเรื่อง แม้กระทั่งการลงคะแนนว่าจะเปิดหรือปิดการอภิปรายเขาก็นับ ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ เพียงแต่ว่า ส.ส.รัฐบาลต้องทราบว่าเงื่อนไขในวันนี้มันเป็นอย่างนี้เสียแล้ว ฉะนั้นยิ่งต้องมีความรับผิดชอบที่จะต้องอยู่”