ข่าว

พี่เลี้ยงรับโมโหโขกตู้2ขวบดับปวีณาจี้ตร.ขยายผล

พี่เลี้ยงรับโมโหโขกตู้2ขวบดับปวีณาจี้ตร.ขยายผล

04 มี.ค. 2553

ตำรวจหิ้วพี่เลี้ยง "น้องโฟกัส" ทำแผนฆ่า เจ้าตัวสารภาพอ้างโมโหเด็กเดินข้ามท้องแก่ จับตี -บีบคอ-หัวโขกตู้สลบก่อนเรียกพลเมืองดีส่ง รพ.ขณะที่ "ปวีณา" โร่แจ้งตำรวจขยายผล เชื่อมีคนร่วมมือทำร้ายก่อนเด็กตาย

กรณีนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ไปทำการอายัดศพ ด.ญ.รัตติกาล หรือ น้องโฟกัส หม่องสนธิ อายุ 2 ขวบ ขณะกำลังจะถูกนำขึ้นเมรุวัดคลองเตยในเพื่อฌาปนกิจ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าเด็กอาจจะเสียชีวิตเนื่องจากถูกฆาตกรรม จนภายหลังเจ้าหน้าที่พบหลักฐานผลชันสูตรว่า เด็กเสียชีวิตเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนเลือดออกในช่องท้อง เยื่อบุลำไส้ฉีกขาด เลือดคั่งในสมองซีกซ้าย และกระโหลกศีรษะร้าว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมน.ส.ศิริพร หรือเตย ศรีกระสินธุ์ อายุ 21 ปี พี่เลี้ยงน้องโฟกัส ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาสะใภ้ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน  มาสอบปากคำจนยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กจนเสียชีวิตตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

  วันที่ 4 มีนาคม  เมื่อเวลา 12.00 น.พ.ต.ท.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี ,พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ สว.สส.สน.ลุมพินี, ร.ต.ท.ประมวล บัวหลวง พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ลุมพินี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนควบคุมตัวน.ส.ศิริพร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 114/2553 ลงวันที่ 2 มี.ค. ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ด.ญ.รัตติกาล หรือ น้องโฟกัส หม่องสนธิ อายุ 2 ขวบ จนเสียชีวิต ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องเลขที่ 4426 ชั้น 4 แฟลตเทพประธานอาคาร 4  ถนนพระราม 4 แขวงและเขตคลองเตย
 
 เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องนอนเป็นจุดแรกโดยใช้ตุ๊กตาหมีแทนน้องโฟกัส โดยเป็นจุดที่น.ส.ศิริพร ผู้ต้องหาให้การว่า น้องโฟกัสนอนร้องไห้งอแงจึงลงมือทุบตีด้วยมือ จากนั้นได้จับน้องโฟกัสขึ้นมายืนแล้วบีบคอจนสลบไป เมื่อตั้งสติได้ก็ไปเรียกป้าเค็ง คนข้างห้องมาช่วยกันอุ้มลงมาจากห้องจึงถึงชั้นล่าง ก่อนจะวานให้พลเมืองดีซึ่งพักอาศัยอยู่ในแฟลตพาตัวน้องโฟกัสไปส่งที่โรงพยาบาลยาสูบ ก่อนนำตัวกลับมาควบคุมไว้ที่สน.ลุมพินี
 
 ด้านพลเมืองดี (ขอสงวนชื่อ) ซึ่งขับรถจยย.พาน้องโฟกัสไปส่งโรงพยาบาล เปิดเผยว่า ระหว่างที่พาน้องโฟกัสไปส่งโรงพยาบาล ตนสังเกตุเห็นว่ายังมีลมหายใจ แต่มีอาการเกร็ง ปากก็กัดมือป้าเค็งอยู่ตลอดเวลา เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์ถามว่าเด็กไปโดนอะไรมาถึงมีร้อยปกช้ำที่หัวกับบริเวณแผ่นหลัง ก่อนจะให้ตนติดต่อญาติที่แท้จริงเพื่อมาเป็นเจ้าของไข้ ตนจึงโทรศัพท์ไปบอกพ่อเลี้ยงน้องโฟกัสที่พักอยู่ในชุมชนตรอกไผ่

  พลเมืองดีกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา เห็น น.ส.ศิริพร เป็นคนรักเด็ก ไม่ได้มีจิตใจโหดร้าย จะไปเที่ยวไหนก็พาน้องโฟกัสไปด้วยตลอด โดยก่อนที่น้องโฟกัสจะมาอยู่กับ น.ส.ศิริพรนั้น ก็เห็นว่าพ่อเลี้ยงเอาเด็กไปเลี้ยงอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงนำเด็กมาฝากให้ น.ส.ศิริพร เลี้ยง

  ต่อมา  เวลา 13.15 น.นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินเข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.ลุมพินี เพื่อแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีผู้อื่นร่วมกันทำร้ายร่างกายน้องโฟกัสจนเสียชีวิตด้วยหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.น้องหนู เชยอรุณ อายุ 23 ปี แม่แท้ ๆ ของน้องโฟกัส เคยมีประวัติถูกจับกุมคดีทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยงของตัวเองที่เกิดกับสามีใหม่มาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง
 
 ต่อม ร.ต.ท.เทอดศักดิ์ มนัสชน พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ลุมพินี ได้ทำการสอบปากคำ น.ส.ศิริพร เพิ่มเติม โดยมี พ.ต.อ.สราวุธ และนางปวีณา ร่วมทำการสอบปากคำด้วย ซึ่ง น.ส.ศิริพร ให้การเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ทำลงไปเป็นเพราะความโมโหเพียงอย่างเดียว โดยตั้งแต่ย่าของน้องโฟกัส มาจ้างตนเลี้ยงได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ก็ชอบปัสสาวะกับอุจจาระราดโดยที่ไม่ยอมบอกตนก่อน ซึ่งตนก็โมโหลงมือตีอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ได้ตีทุกวัน

  "ตอนนี้ดิฉันตั้งท้องอยู่ แล้วเวลาน้องเขาจะเดินผ่านก็จะเดินข้ามท้องไป แต่วันเกิดเหตุน้องเขาเดินเหยียบท้อง ก็เลยโมโหเป็นอย่างมาก เลยจับเขาตีอยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมง จนน้องเข้าสลบไป ตอนแรกก็นึกว่าหลับไปเพราะอ่อนเพลียหมดแรง พอปลุกไม่ตื่นก็เลยรีบพาส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนเรื่องที่น้องเขากระโหลกแตกนั้นน่าจะเป็นเพราะ ถูกฉันจับหัวโขกกับตู้ไป 3-4 ครั้ง และยืนยันว่าใช้เพียงมือทุบตีท้องเท่านั้น ไม่ได้ใช้อย่างอื่นหรือมีใครช่วยทุบตี" น.ส.ศิริพรให้การ

  ด้านนางปวีณา กล่าวว่า หลังจากเดินทางได้อายัดศพน้องโฟกัสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) แล้ว ก็ได้พูดคุยกับแพทย์ผู้ทำการผ่าชันสูตรศพน้องโฟกัสอีกครั้ง ก็ได้รับคำยืนยันเช่นเดิมว่า เด็กน่าจะถูกทำร้ายร่างกาย และเป็นการกระทำที่โหดร้ายมากเกินไป อวัยวะภายในแตก หรือฉีกขาดไปหมด ตนจึงสงสัยว่าอาจจะไม่ใช้ฝีมือของ น.ส.ศิริพร ทำเพียงคนเดียว อีกทั้งหลังจากได้ตรวจสอบประวัติของ "ตอนนี้ดิฉันตั้งท้องอยู่ แล้วเวลาน้องเขาจะเดินผ่านก็จะเดินข้ามท้องไป แต่วันเกิดเหตุน้องเขาเดินเหยียบท้อง ก็เลยโมโหเป็นอย่างมาก เลยจับเขาตีอยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมง จนน้องเข้าสลบไป ตอนแรกก็นึกว่าหลับไปเพราะอ่อนเพลียหมดแรง พอปลุกไม่ตื่นก็เลยรีบพาส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนเรื่องที่น้องเขากระโหลกแตกนั้นน่าจะเป็นเพราะ ถูกฉันจับหัวโขกกับตู้ไป 3-4 ครั้ง และยืนยันว่าใช้เพียงมือทุบตีท้องเท่านั้น ไม่ได้ใช้อย่างอื่นหรือมีใครช่วยทุบตี" น.ส.ศิริพรให้การ

 "ตอนนี้ดิฉันตั้งท้องอยู่ แล้วเวลาน้องเขาจะเดินผ่านก็จะเดินข้ามท้องไป แต่วันเกิดเหตุน้องเขาเดินเหยียบท้อง ก็เลยโมโหเป็นอย่างมาก เลยจับเขาตีอยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมง จนน้องเข้าสลบไป ตอนแรกก็นึกว่าหลับไปเพราะอ่อนเพลียหมดแรง พอปลุกไม่ตื่นก็เลยรีบพาส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนเรื่องที่น้องเขากระโหลกแตกนั้นน่าจะเป็นเพราะ ถูกฉันจับหัวโขกกับตู้ไป 3-4 ครั้ง และยืนยันว่าใช้เพียงมือทุบตีท้องเท่านั้น ไม่ได้ใช้อย่างอื่นหรือมีใครช่วยทุบตี" น.ส.ศิริพรให้การ

  นางปวีณา กล่าวว่า หลังจากเดินทางได้อายัดศพน้องโฟกัสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) แล้ว ก็ได้พูดคุยกับแพทย์ผู้ทำการผ่าชันสูตรศพน้องโฟกัสอีกครั้ง ก็ได้รับคำยืนยันเช่นเดิมว่า เด็กน่าจะถูกทำร้ายร่างกาย และเป็นการกระทำที่โหดร้ายมากเกินไป อวัยวะภายในแตก หรือฉีกขาดไปหมด ตนจึงสงสัยว่าอาจจะไม่ใช้ฝีมือของ น.ส.ศิริพร ทำเพียงคนเดียว อีกทั้งหลังจากได้ตรวจสอบประวัติของ น.ส.น้องหนู ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของน้องโฟกัส ก็พบว่า เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น้องเอิร์ธ วัย 4 ขวบ ซึ่งเป็นลูกติดสามีใหม่ ด้วยการจับมัดแบบมัมมี่ แล้วใช้บุหรี่จี้ตามตัวหลายแห่ง อีกทั้งยังให้อดข้าวอีกด้วย ซึ่งทางมูลนิธิ ได้ประสานตำรวจ สน.บางพลัด เข้าจับกุมตัวดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.51 ที่ผ่านมา
 
 นางปวีณา กล่าวต่อว่า หลังจาก น.ส.น้องหนู ถูกจับกุมดำเนินคดี ทั้งน้องเอิร์ธ ลูกเลี้ยง และน้องโฟกัส ก็ถูกส่งตัวไปยังสถานสงเคราะห์ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนกระทั่ง น.ส.น้องหนู พ้นโทษออกมา ก็ไปรับน้องโฟกัส มาเลี้ยงเอง จนกระทั่งมาถูก น.ส.ศิริพร ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากทราบว่า ตำรวจสามารถจับกุม น.ส.ศิริพร ได้แล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็รีบเดินทางมาประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบปากคำเพิ่มเติมด้วยว่า ยังมีผู้อื่นร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่

   ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมว่ามีใครมีส่วนร่วมในการทำร้ายร่างกายเด็กจนเสียชีวิตหรือไม่ แต่จากหลักฐานและคำให้การที่พนักงานสอบสวนมีอยู่นั้นยังไม่มีการพาดพิงไปถึงผู้ใด ผู้ต้องหายังให้การว่า ก่อเหตุโดยลำพัง และเกิดจากความโมโหที่เด็กชอบปัสสาวะกับอุจจาระราดบ่อยๆโดยที่ไม่ยอมบอกก่อน ทั้งนี้ช่วงเวลาเกิดเหตุ พ่อเลี้ยงกับแม่ของเด็กก็ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในแฟลตที่เกิดเหตุด้วยแต่อย่างใด
 
 พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวต่อว่า จากากรสอบปากคำแม่แท้ๆ ของน้องโฟกัส ทราบเรื่องแล้วก็ไม่ติดใจเอาความ น.ส.ศิริพร เพราะเข้าใจว่า ทำลงไปเพราะอารมณ์โกรธ ส่วนเรื่องที่แม่ของน้องโฟกัสรีบนำศพลูกไปเผาทันทีนั้น เป็นเพราะเรื่องความเป็นอยู่ฐานะของครอบครัว เด็กไม่มีญาติ และความผูกพันก็มีด้วยไม่มาก เพราะขณะนี้แม่ของน้องโฟกัส อยู่กับสามีใหม่ และยังมีลูกด้วยกันอีกต่างหาก อย่างไรก็เจ้าหน้าที่ยังต้องสอบสวนต่อไป หากพบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

  พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวด้วยว่า ส่วนวันนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังเป็นผลัดแรกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะสอบปากคำเสร็จสิ้นหรือไม่ ทั้งนี้หากนำตัวไปฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาจะยื่นคำร้องขอประกันตัวเองต่อศาลเนื่องจากตัวเองอยู่ตั้งครรภ์หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีญาติมายื่นคำร้องขอประกันตัว แต่ก็เป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้