
นครบาลพร้อมส่งกำลังรปภ.สื่อถูกแดงหมายคุกคาม
"นครบาล" พร้อมจัดกำลังดูแลความปลอดภัยสื่อเครือเนชั่น หลังเสื้อแดงหมายหัวคุกคามสื่อ ด้านนสพ.แนวหน้า- เอเอสทีวีผู้จัดการติดตั้งระบบอุปกรณ์เสริมรักษาความปลอดภัยแน่นหนา อดุลย์ฝึกซ้อมตำรวจควบคุมฝูงชนป้องกันเสื้อแดงบุก บุญจงขู่ม็อบแดงขวางรมต.งบประมาณก็ไ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 มี.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยที่ทำการสำนักพิมพ์ต่างๆ ภายหลังหน่วยข่าวกรองออกมาระบุ มีการหมายหัวสื่อมวลชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มอำนาจเก่าประกอบด้วยบริษัทในเครือเนชั่น นสพ.แนวหน้า และเอเอสทีวีผู้จัดการ ว่า ยังไม่มีรายงานด้านการข่าวในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องนี้ว่าจะไปปิดล้อมที่ทำการสื่อทั้ง 3 แห่ง โดยฝ่ายสืบสวนนครบาลได้ติดตามด้านการการข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ก่อความสร้างความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ หากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยก็สามารถร้องขอกำลังตำรวจไปคอยตรวจตราดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมงได้ โดยประสานไปยังท้องที่ที่รับผิดชอบซึ่งเรื่องนี้ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
" ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ได้กำชับเน้นย้ำเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ กทม.มาตลอดโดยเฉพาะสถานที่ราชการ บ้านพักบุคคลสำคัญต่างๆ และในส่วนของเอเอสทีวีผู้จัดการนั้น ผบช.น. มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1.และ พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม จัดกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและสายตรวจผลัดเปลี่ยนกันไปคอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้วและทำมาอย่างต่อเนื่อง " โฆษกนครบาลกล่าวในที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงาน การดูแลความปลอดภัย "บ้านเจ้าพระยา" ซึ่งเป็นที่ตั้งของ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และบ้านพระอาทิตย์ ที่ตั้งบริษัทเอเอสทีวี ผู้จัดการ จำกัด ถนนพระอาทิตย์ นั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด นอกจากมีกำลังตำรวจสายตรวจผลัดเปลี่ยนวนเวียนกันไปดูแลแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (การ์ดพันธมิตรฯ " ดูแลอย่างแน่นหนา มีการขึงตาข่ายรอบรั้วสองฝั่งปกคลุมเหนือต้นไม้ใหญ่ทั้งหมด ป้องกันการปาระเบิดเข้ามา พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มบริเวณประตูทางเข้าด้านหน้าและหลังอาคารอีกหลายจุด และตรวจตราบุคคลเข้าออกเข้มงวดเป็นพิเศษ พร้อมนำแผงเหล็กมากั้นขอบรั้วถนนพระอาทิตย์แน่นหนาหลายชั้น ป้องกันคนร้ายขว้างปาระเบิดหรือยิงระเบิดเข้าไป เพราะที่ผ่านมาเคยมีเหตุลอบวางระเบิดและยิงเอ็ม 79 ใส่ เอเอสทีวีผู้จัดการมาแล้วหลายครั้ง
ขณะที่การดูแลความปลอดภัยที่ทำการหนังสือพิมพ์แนวหน้าก็เป็นไปอย่างเข้มงวดเช่นกัน เพราะกำลังตำรวจที่ร้องขอไม่เพียงพอ เนื่องจากท้องที่ส่งตำรวจมาดูแลผลัดละ 2 นายเท่านั้น ล่าสุดผู้บริหาร นสพ.แนวหน้าได้ขอกำลังตำรวจคอมมานโด กองปราบปรามมาดูแล พร้อมจ้างเจ้าหน้าที่ รปภ.เพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง และสั่งซื้อแผงเหล็ก รั้วลวดหนามจำนวนมาก มาติดตั้งด้านหน้าทางเข้าป้องกันการบุกรุก
“อดุลย์”ฝึกซ้อมตำรวจควบคุมฝูงชนป้องกัน“เสื้อแดง”บุก
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ.10) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)ได้เรียกกำลังข้าราชการตำรวจจาก 20 หน่วยที่ตั้งภายในตร จำนวน 1,511 นายจะแบ่งกำลังออกไปเป็น 10 กองร้อย เพื่อฝึกซ้อมการจัดกำลังข้าราชการตำรวจเป็นกองร้อยควบคุมฝูงชน บริเวณลานด้านทิศตะวันออกพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 โดยได้มอบหมายให้ บก.ส.และบก.ป.ร่วมกันรับผิดชอบการฝึกซ้อม การจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ยุทธวิธีการฝึกและครูฝึก
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า สถานการณ์การทางการเมืองขณะนี้ต้องมีการติดตามกันตลอด ตนเองก็ได้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ด้านการเมืองทุกวัน ซึ่งสถานการณ์ต่างๆอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้หรืออาจจะมีความรุนแรง ทางพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.จึงได้สั่งการให้ดูแลบ้านของเราเองคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีการเตรียมแผน เตรียมการทุกวัน จึงได้เรียกกำลังที่มีอยู่ในตร.มาฝึกซ้อม ซึ่งเรามีกำลังพลใน ตร.อยู่ประมาณ 1,500 นาย มาฝึกเป็นกองร้อยควบคุมฝูงชน โดยแบ่งได้เป็น 10 กองร้อย โดยให้มี ผบ.ร้อย ผบ.หมวดที่ชัดเจน ให้สามารถช่วยตรึงสถานการณ์ได้
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า การฝึกเพื่อเป็นการฝึกระเบียบเพราะที่ผ่านมาเราขาดการจัดระเบียบภายใน ตั้งเป้าว่าหากเกิดเหตุขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบุกของกลุ่มผู้ชุมนุม การเข้ามาเผาสถานที่ จะได้ไม่เกิดความสับสนวุ่นวาย จะได้มีความคุ้นเคยในการทำงาน ทุกคนสามารถรับผิดชอบหน้าที่ตามที่แบ่งไว้ได้ให้เกิดความพร้อมเพรียงในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และที่ต้องฝึกซ้อมเพราะการข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เป็นเป้าหนึ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการมาชุมนุมและโจมตี สำหรับการข่าวการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงตอนนี้ตัวเลขของผู้มีร่วมชุมนุมยังไม่นิ่ง แกนนำก็ยังสงวนท่าทีระดมทุนกันอยู่ เราก็ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด ก็ยังเน้นดูแลสถานที่ราชการเน้นตั้งจุดตรวจ จุดสกัด
ด้านพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวภายหลังการประชุมศปก.ตร. เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้อง ว่า พล.ต.อ.ปทีป ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการดูแลสถานที่ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ โดยให้มีการประสานการปฏิบัติกับทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด ทั้งการติดตามด้านการข่าว การเตรียมกำลัง อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และมาตรการในการป้องกันดูแลเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า จากการรายงานของหน่วยต่างๆ ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งตำรวจทุกหน่วยไม่ได้ประมาท ได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติของกำลังพลที่จะต้องเข้ารับผิดชอบพื้นที่และเหตุการณ์ต่างๆ ทุกระยะ โดยเฉพาะการดำเนินการตามแผนกรกฎ 52 ตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก และจะไม่ใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด ส่วนโล่ห์และอุปกรณ์ประจำตัวของตำรวจใช้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น
โฆษกตร.กล่าวอีกว่า ส่วนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งในเรื่องการปฏิบัติงานและขอความร่วมมือประชาชนนั้น จะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 7 มี.ค.เวลา 13.30 น.ที่ศปก.ตร. และจะมีการประชุมทางไกลร่วมกับโฆษก บช.ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปทีป ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส.และพล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.สท. เป็นรองโฆษกตร.และมอบหมายให้พล.ต.ต.ประวุฒิ เป็นโฆษก ศปก.ตร.ด้วย
“บุญจง”ขู่ม็อบแดงขวางรมต.งบประมาณก็ไปไม่ได้
ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ได้เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมมอบนโยบายแนวทางการพัฒนาสตรี ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “ พลังสตรี พลังแห่งความรักชาติ ” โดยนายบุญจง กล่าวตอนหนึ่งว่า เชื่อว่า ทุกคนมีความรู้สึกตรงกันว่า อยากให้ประเทศชาติเราสงบ สันติ สามัคคี และอยากให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีความสุข แต่วันนี้บ้านเมือง มีความแตกแยก ความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างเป็นเรื่องปรกติ
"แต่วันนี้ผิดตรงที่ไม่เคารพกฎ กติกา บ้านเมืองกันเลย ถ้าอย่างนี้จะอยู่กันยาก เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการอะไรก็ไม่ได้ กลัวกระทบกลุ่มโน้นนี้ จึงต้องช่วยกันทำให้สังคมกลับมาอยู่บนกติกา กฎสังคม วันนี้คนทำงานเป็นรัฐมนตรีอึดอัดมาก ไปไหนก็ทำงานไม่ได้ มีชุมนุมไล่ ส่งผลให้จังหวัดไหนที่มีการขับไล่ งบประมาณก็ไปไม่ได้ ความเจริญก็ไม่ลง เพราะรัฐมนตรีไม่กล้าลงไปจังหวัดที่ถูกไล่ นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น รัฐบาลมีนโยบายที่จะทำหลายเรื่อง และถ้าทำสำเร็จประชาชนจะได้ประโยชน์ แต่จะทำไม่ได้ หากยังมีความขัดแย้งรุนแรง จึงขอให้ช่วยกันแก้ไขความขัดแย้งด้วยวิธีสันติ และทำความจริงให้ปรากฏ" นายบุญจง กล่าว
‘ชวรัตน์’เชื่อเสื้อแดงป่วนตจว.ก่อน14 มี.ค.
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ระบุให้แกนนำในต่างจังหวัดเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ว่า ตนได้สั่งการไปยังผู้ว่าฯดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ไม่มีมาตรการอะไรที่ห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนไหว โดยขณะนี้ยังไม่มีการรายงานอะไรเป็นพิเศษเข้ามา ส่วนการนัดรวมตัวกันบริเวณศาลากลางจังหวัดนั้น ก็ได้สั่งการผู้ว่าฯ ไปตามที่เคยสั่งการไว้แล้ว แต่เชื่อว่าอาจจะมีการเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด เพิ่มมากขึ้นในช่วง 1-2 วันก่อนการเคลื่อนไหวที่กรุงเทพฯ
เมื่อถามว่า มองว่า การเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งนี้จะรุนแรงเหมือนที่ทางสำนักข่าวกรองระบุหรือไม่ว่า อาจรุนแรงกว่าช่วงเดือน เม.ย.ปีที่ผ่านมา นายชวรัตน์กล่าวว่า ถ้าสำนักข่าวกรองระบุเช่นนั้น ก็คงจะมีการข่าวดีกว่าทางกระทรวง
แดงอ่างทองบุกบิดล้อมอบต.หัวไผ่หลังนายกฯห้ามชาวบ้านไปชุมนุม
เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ที่บริเวณที่ทำการ อบต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง กลุ่มเสื้องแดงประมาณ 70 คน นำโดย นายประพันธุ์ ศรีพานิช ประธานกลุมแกนนำอ่างทอง ได้ยกขบวนไปทำการปิดล้อม อบต.หัวไผ่ หลังจากไม่พอใจ นายสำราญ จันทร์ขจร นายกอบต.หัวไผ่ ที่ประกาศเสียงตามสาย ไม่ให้ประชาชนออกไปชุมนุมกับกลุ่มเสื้องแดง ในวันที่ 8 มี.ค.นี้ โดยได้กล่าวโจมตีนายสำราญ อย่างหนัก
ต่อมา นายสมชาย อนะวัชกุล นายอำเภอเมืองอ่างทอง พ.อ.ธนาอัคน์ จงใจรักษ์ รอง ผอ.กอ.รมน จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบยังที่ทำการอบต.หัวไผ่ เพื่อระงับเหตุ
นายประพันธุ์ กล่าวว่า การที่กลุ่มเสื้อแดงมาในครั้งนี้ เพื่อยื่นหนังสือให้กับทาง อบต.เพื่อเรียกร้องข้อเท็จจริงและทวงถามเรื่องที่นายสำราญ พูดเสียงตามสายในวันที่ 3 มี.ค. โดยระบุว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยจังหวัดอ่างทอง เป็นคนหลวกลวงมาพูดให้ประชาชนหลงผิด และยังข่มขู่ผู้สูงอายุว่า ไม่ให้เงินสนับสนุนเดือนละ 500 บาท ผู้ที่จะมาร่วมฟังการปราศรัย ซึ่งการกระทำของนายกฯถือว่าเป็นการกล่วหาและหมิ่นประมาทคณะแนวร่วมประชาธิปไตยจังหวัดอ่างทอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กลุ่มของเสื้อแดงมาปิดล้อมอบต.ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดล็อกประตูและอยู่ภายในเพื่อความปลอดภัย จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงได้ยื่นหนังสือให้กับ นายบุญเลิศ คงมณี รองนายกอบต.หัวไผ่
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจาก นางชลอ เฉลยวรรณ อายุ 58 ปี เป็นคนหมู่ที่ 4 ต.หัวไผ่ ได้ยินนายกฯประกาศจึงแจ้งไปยังนายประพันธ์ ให้ทราบก่อนจะยกขบวนมายืนหนังสือดังกล่าว โดยเหตุการณ์ปิดล้อมเพียง 40 นาที จากนั้นก็ทำการแยกย้ายในที่สุด



