ข่าว

เขื่อนลำปาว : ภัยแล้ง เขื่อนแล้ง 
แหล่งทำกินหดหาย

เขื่อนลำปาว : ภัยแล้ง เขื่อนแล้ง แหล่งทำกินหดหาย

05 มี.ค. 2553

ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในฤดูนี้ประกอบกับวิกฤติการณ์ทางธรรมชาติ ทำให้ระดับน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ความอุดมสมบูรณ์ที่เคยเป็นแหล่งทำมาหาเลี้ยงชีพก็พลอยเหือดหายไปด้วย ดังชาวบ้านบริเวณเขื่อนลำปาว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ประสบอยู่ขณะนี้ กุ้ง ปลาที่

  ลำปาว เป็นสาขาหนึ่งของลำน้ำชี มีต้นน้ำอยู่ที่ อ.หนองหาน อ.กุมภวาปี ไหลผ่าน อ.ศรีธาตุ และ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี แล้วไหลเข้าเขต จ.กาฬสินธุ์ ทาง อ.ท่าคันโท อ.หนองกุงศรี อ.ห้วยเม็ก อ.สหัสขันธ์ กิ่ง อ.สามชัย อ.คำม่วง อ.เมือง กิ่ง อ.ฆ้องชัย แล้วไหลลงลำน้ำชีที่ อ.กมลาไสย รวมความยาว 250 กม. เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดิน อยู่ในเขต อ.สหัสขันธ์ อ.คำม่วง อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2511 ปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง เพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตร

 ลำน้ำปาวไหลผ่าน จ.กาฬสินธุ์ เป็นที่ตั้งของเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ เป็นส่วนหนึ่งของภาคอีสาน อยู่ในบริเวณที่เรียกกันว่าแอ่งโคราช มีร่องรอยบรรพชนชาวกาฬสินธุ์อยู่อาศัยมาอย่างน้อยหมื่นปีมาแล้ว เช่นเดียวกับมีผู้คนอยู่อาศัยตั้งหลักแหล่งขยับขยายกลายเป็นบ้านเป็นเมืองต่อมา

 กาฬสินธุ์เริ่มเป็นเมืองเมื่อท้าวโสมพะมิตรได้เลื่อนย้ายผู้คนจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง มาตั้งรกรากริมแม่น้ำปาวซึ่งเรียกว่า "บ้านแก่งสำโรง" เมื่อราว พ.ศ.2336 ต่อมารัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมืองกาฬสินธุ์ (กาฬสินธุ์ แปลว่า น้ำสีดำ) เพราะอยู่ใกล้ลำน้ำก่ำ ที่แปลว่า ลำน้ำสีเข้ม พร้อมแต่งตั้งให้ท้าวโสมพะมิตรเป็น "พระยาชัยสมุทร" เป็นเจ้าเมืองคนแรก

 เมืองแห่งน้ำสีเข้มนี้มีลำน้ำอันอุดมสมบูรณ์เป็นที่พึ่งพิงของคนและสัตว์หลายชีวิตมาเนิ่นนาน การปรับตัวของธรรมชาติที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มนุษย์ที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติ โดยเฉพาะ “น้ำ” และ “ฟ้า” ต้องหาหนทางส่งเสริมและยุติปัจจัยที่จะช่วยให้ธรรมชาติยังดำรงสืบไป เพราะเป็นกลไกในชีวิตของทั้งคนชนบทและคนเมืองเท่าเทียมกัน

"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"