
ป.ป.ช.มติยืนทิพาวดีเรียกปลัดคลังชี้แจงอีกครั้ง19 มี.ค.นี้
ป.ป.ช.เรียกปลัดกระทรวงการคลังชี้แจงอีกครั้ง 19 มี.ค.นี้ หลังยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ส่วน ทิพาวดี นั้น ป.ป.ช.มีมติยืนตามคำตัดสินเดิม กรณีชี้มูลความผิดทางวินัย
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันนี้ ( 12 มี.ค.) ได้พิจารณาเรื่องการร้องขอความเป็นธรรมของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตเลขาธิการ ก.พ. และนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดทางวินัยกับบุคคลทั้งสอง ในฐานะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหาร 9 กระทรวงการคลัง โดยคุณหญิงทิพาวดี และนายศุภรัตน์ ได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยได้ระบุรายละเอียดข้อเท็จจริงและอ้างพยานหลักฐานอีกหลายประการ เพื่อขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยทบทวนมติ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม จึงได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนำไปพิจารณาว่าเป็นข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานใหม่ ที่สมควรยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งหรือไม่
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า กรณีของคุณหญิงทิพาวดีนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องขอความเป็นธรรมของคุณหญิงทิพาวดี และมีมติยืนตามมติเดิมที่ชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงกับคุณหญิงทิพาวดี เนื่องจากในชั้นการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวน คุณหญิงทิพาวดี ได้มีหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 3 ฉบับ และยังได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง และได้มาตรวจดูพยานหลักฐานในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงที่สำนักงาน ป.ป.ช.อีกด้วย ซึ่งหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดไปแล้ว คุณหญิงทิพาวดีได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมรวม 4 ฉบับ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมทั้ง 4 ฉบับแล้ว ปรากฏว่าเป็นกรณีที่คุณหญิงทิพาวดีโต้แย้งว่ากระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนไม่ชอบ และยกข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานขึ้นโต้แย้งการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการไต่สวนและคณะกรรมการ ป.ป.ช.อีกหลายประเด็น
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนการไต่สวนของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่ต้น เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการไต่สวน พ.ศ. 2547 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ส่วนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่คุณหญิงทิพาวดีโต้แย้งขอความเป็นธรรมนั้น ก็เป็นข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในชั้นการไต่สวนและคณะกรรมการ ป.ป.ชงได้นำมาพิจารณาวินิจฉัยแล้ว จึงเห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างข้อกล่าวหาได้ ดังนั้นจึงถือว่าไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญแก่การไต่สวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะสามารถยกขึ้นมาพิจารณาเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 44 ( 1 ) ได้
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ส่วนกรณีของนายศุภรัตน์นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมทั้ง 3 ฉบับแล้ว ปรากฏว่าเป็นกรณีที่นายศุภรัตน์ได้อ้างข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมหลายประการ โดยระบุว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่เป็นสาระสำคัญแก่การไต่สวน แต่มิได้ระบุให้ชัดเจนว่าพยานหลักฐานใดเป็นพยานหลักฐานใหม่บ้าง และพยานหลักฐานนั้นเป็นสาระสำคัญแก่การไต่สวนเพียงใด ดังนั้นเพื่อความชัดเจนและเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้เชิญนายศุภรัตน์ มาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานใหม่ ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ เพื่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะได้พิจารณาวินิจฉัยว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญแก่การไต่สวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.สมควรยกขึ้นพิจารณาอีกครั้ง ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 44 ( 1 ) หรือไม่



