
ป่วนรับสถาปนาบีอาร์เอ็นคนร้ายจุดไฟเผาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนรฯ
โจรใต้วางระเบิดรับวันสถาปนาบีอาร์เอ็นทหารชุด รปภ.ครูบาดเจ็บ 4 นายที่ตากใบ ประกบยิง"สตรีดีเด่นอำเภอกรงปินัง "สาหัส ยิงผู้ใหญ่บ้านยะลาเจ็บอีก 1 ขณะขับรถจักรยายนต์กลับบ้าน
เมื่อเวลา 08 . 30 น.วันที่ 12 มี.ค. 52 ร.ต.ท.ธงชัย พุกพันธุ์ ร้อยเวร สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายทางเข้าหมู่บ้านตาเซ๊ะ ม. 3 ต.นานาค ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัด ร้อยร. 1933 ฉก.นราธิวาส 36 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.ตากใบ นายสายัณย์ ชนะไชยวงศ์ นายอำเภอตากใบ พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ พาหุบุตร สว.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบที่บริเวณต้นโคนต้นขี้เหล็กริมถนนมีหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องชนิดเคโม ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือที่ใช้ซิมการ์ดของประเทศมาเลเซีย ตกกระจายเกลื่อนถนนและพงหญ้าริมทางเป็นรัศมีกว้าง 10 เมตร
เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังกันเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 4 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวเข้ารักษาที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุด ร้อย ร. 1933 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดโฆษิตาราม อ.ตากใบไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.เสมอ กลิ่นหอม อายุ 35 ปี หัวหน้าชุด ได้นำกำลังรวม 8 นาย ขี่รถ จยย. 4 คัน ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดโฆษิตาราม เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในการ รปภ.ครูโรงเรียนบ้านปะดาดอ และโรงเรียนบ้านแฆแบ๊ะ และเมื่อขี่รถ จยย.ถึงที่หมายเพื่อรอกลุ่มคณะครู จ.ส.อ.เสมอ หัวหน้าชุดและผู้ใต้บังคับบัญชาจึงได้จอดรถ จยย. โดย จ.ส.อ.เสมอ หัวหน้าชุด จึงได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา 4 นาย เดินตรวจสอบความเรียบร้อยที่บริเวณดังกล่าว
และในระหว่างที่ทหารเดินเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณใต้โคนต้นขี้เหล็ก ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในบริเวณทุ่งนาร้าง ได้ใช้โทรศัพท์มือระบบเครือข่ายของประเทศมาเลเซียจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง ที่นำไปวางไว้ใต้โคนต้นขี้เหล็ก และเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารขณะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย ซึ่งมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อแสดงศักยภาพในวันครบรอบวันสถาปนากลุ่มขบวนการโจรก่อการร้าย บี.อาร์.เอ็น.ในช่วงนี้ตามที่ได้ประกาศข่มขู่ไว้
คนร้ายจุดไฟเผาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนราธิวาส
เมื่อเวลา 15.00 น. ได้มีคนร้าย 2 คน พร้อมด้วยอาวุธปืนสงครามครบมือ
ได้บุกเข้ามาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาล ต.บาเจาะ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนมะพร้าว บ้านส้มป่อย หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จากนั้นได้ไล่ครู 4 คน และเด็กเล็กชั้นก่อนอนุบาล ทั้งหญิงและชายรวม
45 คน ให้ออกไปจากอาคาร จากนั้นได้นำโต๊ะและเก้าอี้มากองสุมกันไว้ที่มุมห้อง และราดด้วยน้ำมันเบ็นชิน และจุดไฟเผา จนเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น
หลังได้รับแจ้ง พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.ต.อ.จำลอง งามเนตย์ ผกก.สภ.บาเจาะ พร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาล ต.บาเจาะ 3 คัน รุดไปดับเพลิง แต่เข้าไปยังจุดเกิดเหตุไม่ได้ เพราะคนร้ายได้นำกล่องต้องสงสัยเป็นวัตถุระเบิด และได้โปรยตาปูเรือใบไว้บนถนนหลายจุดด้วย ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 1 ชั่วโมง จึงเข้าไปยังจุดเกิดเหตุได้ พบว่า ผู้ปกครองนักเรียนได้ช่วยกันดับไฟจนมอดลงแล้ว ตู้เอกสาร,โต๊ะ,เก้าอี้ และฝ้าเพดานของอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ถูกไฟไหม้เสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
พ.ต.ท.นิพนธ์ มหินทรเทพ สวป.สภ.บาเจาะ ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครูคนหนึ่ง ซึ่งให้การว่า คนร้าย 2 คน บุกเข้ามาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แล้วไล่ทั้งครูและเด็กเล็กให้ออกจากอาคาร แล้วจุดไฟเผาอาคาร จนอาคารได้รับความเสียหายดังกล่าว
พล.ต.ต.สุรชัย ผบก.ภ.จ.นราธิวาส กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 14.30 น. กำลังตำรวจและทหาร ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านยามูแรแน หมู่ 4 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ คุมตัวผู้ต้องหาตามหมาย จับ ป.วิอาญา และหมายจับ พรก.ฉุกเฉินฯ คนสำคัญได้ 2 คน คือนายอับดุลรอซ๊ะ ฆาเด อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 87 หมู่ 1 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มีหมายจับ ป.วิอาญา 9 คดี และหมายจับ พรก.ฉุกเฉินฯ 2 คดี และนายอิสมะแอ มะเร็ง อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ 8 ต.บางปอ อ.เมืองนราธิวาส มีหมายจับ ป.วิอาญา 2 คดี และหมายจับ พรก.ฉุกเฉินฯ 1 คดี ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่า เป็นฝีมือการตอบโต้ของกลุ่มสมุนที่ยังหลบหนีการจับกุมของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน
ประกบยิง"สตรีดีเด่นอำเภอกรงปินัง "สาหัส
เมื่อ13.30 น.ศูนย์วิทยุ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวนสะพานกีเยาะ หมู่ 4 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 100 สีดำแดง หมายเลขทะเบียน กลษ 840 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อคือ นางลัยลา เป๊าะอีแตดาโอ๊ะ อายุ 36 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ลำตัวรวม 3 นัด อาการสาหัส และนางสาวซีเต๊าะ เป๊าะอี
แตดาโอ๊ะ อายุ 30 ปี น้องสาว มีอาการบาดเจ็บจากการล้มรถจักรยานยนต์
จากการสอบสวนทราบว่าในขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เดินทางออกจากบ้าน เพื่อเข้าไปยังตัวเมืองยะลา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายจำนวน 2 คน เป็นชายวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาประกบ พร้อมชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยิงใส่นางสาวลัยลา ทันที จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จากนั้นคนร้ายจึงหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2549 สามีของนายลัยลา ก็ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตมาแล้ว
สำหรับนางลัยลา เป๊าะอีแตดาโอ๊ะ เป็นลูกจ้างตามโครงการจ้างงานเร่งด่วน ของ ที่ว่าการอำเภอกรงปินัง จ.ยะลา และเพิ่งจะได้รับรางวัลสตรีดีเด่นของอำเภอกรงปินัง เนื่องในวันสตรีสากล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยได้รับโล่รางวัลจากนายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาด้วย
ยิงผู้ใหญ่บ้านยะลาเจ็บอีก 1 ขณะขับรถจักรยายนต์กลับบ้าน
เมื่อเวลา 16.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันบนถนนสายยะหา - ตาชี บ้านพงกูแว ม. 6 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่า ผู้ถูกยิงได้รับาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ทราบชื่อคือ นายมุกตาดาโอ๊ะ ปาแนแจกะ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.4 ต.กาตอง อ.ยะหา จ.ยะลา มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.กาตอง โดยถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณขาทั้งสองข้าง
จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายมุกตา ขับรถจักรยานยนต์ เพื่อเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยายนต์ตามประกบ และใช้อาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
จนท.สนธิกำลังรวบแกนนำป่วนใต้ค่าหัว2ล.พร้อมสมุน
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 12 มี.ค. 52 พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส น.ท.นึกอนันต์ แสนอุบล ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 พ.ต.ท.ธนาพล มีชัย รอง ผกก.สส.สภ.บาเจาะ พ.ต.ต.พารินทร์ จันทร์เลิศ เจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีสำคัญ ศชต. ได้ร่วมสนธิกำลัง จำนวน 100 นาย ใช้กฎอัยการศึกในการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 213 ม.4 บ้านยามูแลแน ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ ซึ่งเป็นบ้านของนายมะนาเซร์ บือราเฮง
หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายอับดุลรอซะ ฆาเด หรือชื่อจัดตั้ง รอยะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม.1 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งทางการตั้งค่าหัวรางวัลนำจับในคดีความมั่นคง จำนวน 2 ล้านบาท และเป็นมือขวาของนายมะแซ อุเซ็ง แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหนีคดีบุกปล้นอาวุธปืนจากกองพันพัฒนา 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมาและพวก ได้แฝงตัวเพื่อมาประชุมสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ เพื่อก่อเหตุร้ายขึ้นในช่วงวันครบรอบวันสถาปนากลุ่มขบวนการก่อการร้าย B . R . N .ตามคำที่ได้ประกาศข่มขู่ไว้ในช่วงวันที่ 12-13 มีนาคม 2552นี้
และเมื่อเจ้าหน้าที่ถึงบ้านเป้าหมาย ได้กระจายกำลังกันโอบล้อม พร้อมแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านพัก รวมทั้งนายมะนาเซร์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน รวม 4 คน ได้พากันวิ่งและกระโดดหลบหนีเจ้าหน้าที่ออกจากบ้านพัก แต่เจ้าหน้าที่ที่กระจายกำลังกันโอบล้อมบริเวณรายรอบบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ช่วยกันวิ่งจับกุมบุคคลทั้ง 4 เอาไว้ได้ พร้อมทั้งได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว แต่ไม่พบของกลาง ซึ่งเป็นอุปกรณ์และเครื่องมือในการก่อเหตุความไม่สงบ
ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวบุคคลทั้ง 4 ทำการสอบสวนขยายผลที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งตั้งอยู่ภายในสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค อ.บาเจาะ และพบว่าบุคคลทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายอับดุลรอซะ ฆาเด ซึ่งเป็นบุคคลตามเป้าหมาย ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 19 คดี ที่สำคัญคือ วางระเบิดร้านข้าวต้มอั้งม้อกลางเมืองนราธิวาส 12 พ.ย.47 ซึ่งมีตำแหน่งเป็นครูฝึกหน่วยคอมมานโดให้กับกองกำลังติดอาวุธ RKK ทั้งในและต่างประเทศมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 คน
2.นายอิสมาแอ มะเซ็ง อายุ 40 ปี หรือชื่อจัดตั้ง อิสมะแอ มูดอ หรือ เปาะจิแอ อยู่บ้านเลขที่ 11/1 บ้านทุ่งโต๊ะดัง ม.8 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งทำหน้าที่เป็นครูฝึกกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ RKK ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รวมทั้งทำหน้าที่ในการบรรยายปลุกระดมเยาวชนให้เข้าร่วมกลุ่มขบวนการ โดยอาศัยโรงเรียนญีฮาดวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่ถูกทางการสั่งปิดไปแล้วเป็นสถานที่ฝึก และมีหมายจับคดีอาญา จำนวน 4 คดี โดยเฉพาะร่วมบุกปล้นอาวุธปืนกับนายมะแซ อุเซ็ง ปี 2547 และยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ เสียชีวิต 2 นายที่บริเวณตลาดสดตันหยงมัส
3. นายมะนาเซร์ บือราเฮง เจ้าของบ้าน และ 4. นายเลาะ ขอสงวนนามสกุล ซึ่งบุคคลทั้ง 2 เจ้าหน้าที่เตรียมส่งตัวไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ร่วมกับนายอับดุลรอซะและนายอิสมาแอในครั้งนี้ด้วย
และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้ง 4 มาสอบสวนในเบื้องต้นที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 นั้น ได้มีกลุ่มสมาชิกแนวร่วม RKK ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บาเจาะ ได้กระจายกำลังออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกบุกลอบวางเพลิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งตั้งอยู่บ้านส้มป่อย ม.4 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับความเสียหายเล็กน้อย ส่วนกลุ่มที่ 2 ได้กระจายกำลังขี่รถ จยย.โปรยตะปูเรือใบบนถนนเพชรเกษมสายนราธิวาส-ปัตตานี ช่วงรอยต่อระหว่าง สภ.ปะลุกาสาเมาะกับ สภ.บาเจาะ ทำให้รถยนต์ของประชาชนที่ผ่านสัญจรไปมาถูกตะปูเรือใบรถยนต์ได้รับเสียหายไปจำนวนกว่า 10 คัน ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันเก็บกวาดกว่า 30 นาที แล้วได้ปล่อยรถที่สัญจรไปมาให้วิ่งสัญจรได้ตามปกติ
กู้ระเบิดใต้ท้องรถกระบะที่ปัตตานี
เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 12 มีค. พ.ต.ต. อนุสรณ์ จันทร์กลับ สารวัตรเวร สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจาก นายซูไฮมี บือแน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/1 ม.3 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ว่า พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ใต้ท้องรถยนต์กระบะของตนเอง ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บง 2667 ยะลา จอดอยู่หน้าร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ริมถนนสายบ้านยือลาแป - บ้านลาเกาะ ม.2 ต.ปะโด
หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พล.ต.ต. กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก. พ.ต.อ. ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผกก. นำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปตรวจสอบ ไปถึงเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ได้ทำการตัดสัญญาณโทรศัพท์และรีโมทคอนโทลน จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบพบกล่องเหล็กและสายใต้อยู่ใต้ท้องรถบริเวณล้อสำรอง จึงได้ทำการเก็บกู้ไว้สำเร็จ พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยมีสะเก็ดระเบิดและดินระเบิดเชื่อมต่อวงจรอิเล็คทรอนิค แต่ยังไม่มีการจุดระเบิด
สอบสวนทราบว่า ขณะที่ นายซูไฮมี ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกจากบ้านพักเพื่อมาซื้อของที่ร้านวัสดุก่อสร้าง และเมื่อเดินขึ้นรถพบสายไฟใต้ท้องรถจึงได้ก้มดูพบว่าเป็นระเบิดจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาเก็บกู้ ส่วนสาเหตุที่คนร้ายได้นำระเบิดมาซุกใต้ท้องรถนั้น ทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้ร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่บ่อยครั้ง จึงเชื่อว่าคนร้ายหมายที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้า แต่โชคดีที่พบเห็นก่อนจึงสามารถเก็บกู้ไว้ได้



