ข่าว

เร่งเพิ่มจุดรับซื้อข้าวแก้ราคาตกรัฐยันไม่ล้มประกันราคา-ชาวนาชัยภูมิปิดถนน

เร่งเพิ่มจุดรับซื้อข้าวแก้ราคาตกรัฐยันไม่ล้มประกันราคา-ชาวนาชัยภูมิปิดถนน

03 มี.ค. 2553

รัฐยันเดินหน้าประกันรายได้ชาวนา เร่งเปิดจุดรับซื้อเพิ่มแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ พร้อมหารือโรงสีช่วยอีกทาง ยอมเลื่อนระบายข้าวออกไปไม่มีกำหนด ม็อบชาวนาชัยภูมิปิดถนนชัยภูมิ-สีคิ้วเป็นอัมพาต

ชาวนาในหลายจังหวัดยังคงออกมารวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ชาวนาใน จ.ชัยภูมิ กว่า 500 คน ได้รวมตัวกันปิดถนนชัยภูมิ-สีคิ้ว จนทำให้รถไม่สามารถสัญจรได้ โดยแกนนำผู้ชุมนุมระบุว่าจะปิดถนนจนกว่าจะได้คำตอบตามข้อเรียกร้อง พร้อมยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองแต่อย่างใด 

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่เปลี่ยนจากระบบประกันรายได้เป็นการรับจำนำตามที่ชาวนาร้องขอ แต่จะปรับปรุงระบบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งหากการตั้งโต๊ะรับซื้อยังไม่เพียงพอกับความต้องการก็จะหารือกับสมาคมโรงสีข้าว เพื่อช่วยเพิ่มจุดรับซื้อ และจะหารือกับนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหา รวมทั้งจะหารือนายกรัฐมนตรีให้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อหามาตรการในการแก้ปัญหาด้วย

 ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้นโยบายประกันรายได้ต่อไป โดยในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกนาปรังในเขตพื้นที่ภาคกลางเป็นการเร่งด่วนใช้ได้มากกว่า 30 จุดภายในสัปดาห์นี้ จากปัจจุบันที่เปิดรับอยู่ 21 จุด ใน 9 จังหวัด ซึ่งเกษตรกรสามารถนำข้าวเปลือกมาขายตามจุดที่รัฐเปิดรับซื้อได้ แม้จะยังไม่ได้รับรองการผ่านประชาคม โดยข้าวเปลือกความชื้นไม่เกิน 15% จะรับซื้อในราคาตันละ 9,074 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-15 มีนาคมนี้

 นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมมือกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) และกรมการค้าภายใน ร่วมกันจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในจุดที่ไม่มีโรงสีรับซื้อเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันสามารถจัดตลาดนัดข้าวเปลือกแล้ว 53 ครั้ง

 นายยรรยงกล่าวด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะชะลอการระบายข้าวในสต็อกของรัฐออกไปไม่มีกำหนด โดยจะรอดูสถานการณ์ราคาของตลาดข้าวอีกอย่างน้อย 3-4 เดือน เพื่อรอช่วงจังหวะที่เหมาะสมก่อนการเปิดระบายต่อไป เนื่องจากมองว่าหากมีการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลออกมาในช่วงนี้ อาจทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัวลดลงได้อีก

 “รัฐบาลเกรงว่าหากระบายข้าวออกมาในช่วงนี้จะทำให้ตลาดทั้งภายในและต่างประเทศสับสนทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาข้าว รวมถึงการเปิดประมูลขายผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) จำนวน 3 แสนตัน ก็จะชะลอออกไปด้วยเช่นกัน” นายยรรยงกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม รัฐจะทำให้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสภาพข้าวสารในสต็อก รวมค่าประกันและดอกเบี้ย ในแต่ละเดือนเฉลี่ย 380 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลยังสามารถดูแลค่าใช้จ่ายได้