ข่าว

กฎเหล็ก 52 ข้อแก้โกง

กฎเหล็ก 52 ข้อแก้โกง

04 มี.ค. 2553

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นวันสำคัญในการตัดสินคดีสำคัญที่หลายคนตั้งตาคอย คดีนี้เกี่ยวกับเรื่อง “ความร่ำรวยผิดปกติ” ของอดีตผู้นำอันจัดว่าเป็นคอรัปชั่นรูปแบบหนึ่ง ผลการตัดสินเป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่วไปแล้ว และมีทั้งผู้พอใจและไม่พอใจเป็นธร

 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเช่นเดียวกันพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประกาศกฎเหล็ก 52 ข้อมาเพื่อใช้บังคับแก่บรรดาสมาชิกของพรรคโดยหวังที่จะป้องกันการคอรัปชั่นซึ่งเริ่มขยายแพร่ไปทั่วประเทศจนประชาชนทั่วไปไม่พอใจ

 แม้จีนจะมีการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อเปิดประตูค้าขายและรับการลงทุนจากต่างประเทศหมุนเศรษฐกิจเข้ามาอยู่ภายใต้ระบอบทุนนิยมเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนไปเรียกชื่อว่า “ลัทธิเศรษฐกิจแบบการตลาดนำ” ยิ่งทำให้การคอรัปชั่นขยายแผ่ไปกว้างขึ้นแทบทุกระดับ

 นักวิชาการของจีนได้ประมาณว่า ตั้งแต่จีนเปิดประเทศได้มีข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจของจีนที่ทำการคอรัปชั่นแล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศถึง 4,000 คน และกล่าวว่าเงินทองที่โกงไปนั้นมีมูลค่าประมาณไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท

 ขณะนี้กลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจของจีนที่ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษคือพวก “คนตัวเปล่า” ได้แก่ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ส่งลูกเมียไปอยู่ต่างประเทศหมดเหลือแต่ตัวคนเดียวที่ยังอยู่ในเมืองจีน คนกลุ่มนี้ถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

 ในกฎเหล็ก 52 ข้อที่ประกาศใหม่นี้แม้จะใช้บังคับเพียงสมาชิกของพรรค แต่ต้องไม่ลืมว่าในระบบของประเทศจีนปัจจุบันนั้นปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียว ฉะนั้นตำแหน่งที่สำคัญๆ ทุกระดับในวงราชการหรือรัฐวิสาหกิจก็ต้องตกอยู่กับสมาชิกพรรคเท่านั้น ฉะนั้น กฎเหล็กนี้แม้ใช้บังคับเพียงในหมู่สมาชิกก็มีความสำคัญต่อการบริหารประเทศของจีนเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ต้องติดตามดูว่าจะมีการบังคับใช้กฎนี้ได้ผลเพียงใด หรือจะเพียงเขียนไว้เพื่อให้คนหลบเลี่ยงเหมือนในบางประเทศ

 กฎเหล็กทั้ง 52 ข้อนี้เท่าที่ได้รับการเผยแพร่มาสู่โลกภายนอกนั้นละเอียดหยุมหยิมไม่น้อยทีเดียว และแน่นอนต้องขึ้นต้นว่าห้ามสมาชิกพรรครับเงินหรือของที่มีค่าเป็นตัวเงิน (เช่นใบหุ้นหรืออื่นๆ) เป็นเด็ดขาด ไม่ว่ามากหรือน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังห้ามช่วยเหลือลูกเต้าญาติพี่น้องในการหาตำแหน่งงานให้หรือในการค้าขายหาผลประโยชน์ ห้ามถึงกระทั่งการถือหุ้นในบริษัทที่ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

 จุดที่เพ่งเล็งอีกอย่างหนึ่งก็คือการส่งลูกหลานไปเรียนเมืองนอก ทางการจีนคำนวณว่าต้องใช้จ่ายถึงปีละประมาณ 1 ล้านบาทต่อคนต่อปี ต่อไปนี้ใครส่งลูกไปนอกต้องแจ้งทางการว่าเอาเงินมาจากแหล่งใด

 ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นนี้ สิงคโปร์ประเทศเพื่อนบ้านเราซึ่งได้ชื่อว่าปลอดคอรัปชั่นอยู่แถวหน้าๆ ของโลกนั้นเขาไม่ได้ออกกฎหยุมหยิม มีกฎสั้นๆ แต่เพียงว่าใครรวยเกินรายได้ปกติที่ประเมินภาษีก็ต้องถือว่าโกง ง่ายดี แต่ต้องไม่ลืมว่าข้าราชการเขาเงินเดือนสูงมาก

 ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นให้อ่านกันเล่นๆ โดยไม่ได้หวังว่าจะให้เราเอาอย่างจีนหรือสิงคโปร์ เพราะโครงสร้างทางสังคมของเราต่างกับเขามาก คงได้แต่ทนกันอยู่ต่อไป

นายหนูใหญ่ [email protected]