
ตามล่าหาจิตสำนึกดีกว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุกยังคงพาลพาโลด้วยเพลิงแค้นที่สุมแน่นอยู่ในอก จนต้องอาละวาดฟาดหางอยู่ทุกวี่ทุกวัน ยืนยันไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ให้ยึดทรัพย์กว่า 4.6 หมื่นล้านบาท รวมทั้งไม่สนใจในกติกาบ้านเมือง
ทั้งๆ ที่ว่าไปแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ยังโชคดีกว่าเผด็จการและทรราชหลายคนในหลายๆ ประเทศที่ถูกศาลสั่งริบทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้จากการทุจริตฉ้อฉลและโกงกินบ้านเมืองยุคที่ตัวเองกำลังเรืองอำนาจ โดยไม่มีความปรานีเหมือนกับศาลฎีกาของไทยที่ให้คืนทรัพย์สินเดิมกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งทรราชเหล่านั้นถ้าไม่ชิงตายไปก่อนหน้า ก็ยอมรับคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์นั้นแต่โดยดี ไม่ว่าจะเป็นอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต แห่งอินโดนีเซีย ที่ถูกยึดเงินที่โกงเงินแผ่นดินไปราว 15,000-35,000 ล้านดอลลาร์ เพียงแต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมเดินเข้าคุกอ้างปัญหาสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวยจวบจนเสียชีวิต
หรืออย่างอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งปิดปากแน่นไม่ยอมเปิดเผยบัญชีลับในธนาคารสวิตเซอร์แลนด์หลังรัฐบาลประธานาธิบดีคอรี อาคีโน สั่งยึดทรัพย์ราว 5,000-10,000 ล้านดอลลาร์ จนกระทั่งเสียชีวิตหลังหนีไปลี้ภัยที่ฮาวาย ต่อมาภายหลังธนาคารสวิตเซอร์แลนด์ได้ยอมคายเงินบางส่วนคืนให้แก่รัฐบาลมะนิลา ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราดา แห่งฟิลิปปินส์ เช่นกัน ถูกจำคุกหลายปีหลังศาลตัดสินให้ยึดทรัพย์ 78-80 ล้านดอลลาร์ แต่ประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย ได้อภัยโทษให้ในภายหลัง
ถ้ามีโอกาสได้ศึกษาบทเรียนและจุดจบของเหล่าทรราชที่โกงกินบ้านเมืองเหล่านั้นแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ สมควรจะได้คิดว่า แทนที่จะป่าวร้องทวงถามความยุติธรรมให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในนรกหรือสวรรค์ หรือมัวแต่คิดจะแก้แค้นด้วยการจะล้มระบอบอำมาตยาธิปไตยให้ได้ในฐานะเป็นตัวการสร้างระบบสองมาตรฐาน นักโทษชายหนีคุกทักษิณควรจะใช้เวลาและสติปัญญาตรึกตรองถามหาจิตสำนึกในทางที่ชอบมากกว่าว่าได้เลือนหายไปนานแค่ไหนแล้ว
และแทนที่จะทำท่าเหมือนนั่งสมาธิ แต่คิ้วยังขมวดมุ่นแถมจิตยังเป็นลิงที่วุ่นวายสับสนไปหมด นักโทษชายทักษิณ ควรจะหยุดนิ่งเพื่อทบทวนคำสอนของพระพุทธองค์โดยเฉพาะในเรื่องของอริยสัจ 4 หรือเหตุแห่งทุกข์และหนทางดับทุกข์ โดยจิตไม่เขวไปทางอื่น อันจะทำให้เกิดปัญญารู้แจ้งว่าต้นเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร จะได้หาทางดับทุกข์ได้ถูกทาง จิตจะได้เป็นสุขไม่ต้องตกนรกทั้งเป็นเหมือนเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้



