ข่าว

จัดงาน60ปีมหามงคลราชาภิเษกสมรสอลังการ

จัดงาน60ปีมหามงคลราชาภิเษกสมรสอลังการ

03 มี.ค. 2553

อลังการรัฐผนึกกำลังเอกชนจัดงาน "60 ปีมหามงคลราชาภิเษกสมรส" 27 เม.ย.-6 พ.ค. เฉลิมพระเกียรติในหลวง-ราชินี เผยกิจกรรมพิเศษจำลองเหตุการณ์เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ณ วังไกลกังวลโดยรถไฟขบวนพิเศษ พร้อมพระราชทานน้ำมหาสังข์แก่คู่บ่าว-สาวในพิธีแต่งงานตามประเพณี

 เนื่องในปี 2553 เป็นปีมหามงคลครบรอบ 60 ปี แห่งการราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และปีบรมราชาภิเษก 60 ปี ดังนั้นรัฐบาลจึงมีมติให้จัดงาน “60 ปี มหามงคลราชาภิเษกสมรส” ภายใต้แนวคิด “ชวนคนไทยรักสามัคคี ร่วมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โดยมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เป็นองค์กรหลักในการจัดงาน ร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก

 นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานจัดการประชุม กล่าวว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเคยจัดงานมหามงคลนี้ ในโอกาสครบรอบ “50 ปี มหามงคลราชาภิเษกสมรส” ส่วนการจัดงานครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งถ่ายทอดความงดงามของประวัติศาสตร์ในอดีตด้วย

 "การจัดงานครั้งนี้เป็นการระดมทุนทรัพย์เพื่อนำมาจัดสร้างหอเฉลิมพระเกียรติราชาภิเษกสมรส ซึ่งจะดำเนินการสร้างขึ้น 2 หลัง ที่ศูนย์ราชการและมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา สำหรับจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ให้ทุกคนได้ทราบว่าพระมหากษัตริย์ไทยทรงงานหนักเพื่อทุกคน ซึ่งครั้งนี้คณะกรรมการจัดงานได้จัดสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง รุ่น 60 ปี มหามงคลราชาภิเษกสมรส, ระฆังคู่รัก จี้รูปหัวใจ และเสื้อคู่รักจำหน่ายให้แก่บุคคลที่สนใจอยากร่วมทำบุญด้วย" นายชาญชัยกล่าว

 ด้าน ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช กล่าวถึงการจัดกิจกรรมภายในท้องสนามหลวงว่า เตรียมจัดกิจกรรม 9 วัน 9 คืน ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน-6 พฤษภาคมนี้ เช่น การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีถวายเครื่องสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพรและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ การแสดงบนเวทีของสถาบันการศึกษา รวมถึงการจัดมหรสพเฉลิมฉลองตลอดงาน

 “ไฮไลท์สำคัญคือการจำลองเหตุการณ์ย้อนยุคเมื่อ 60 ปีที่แล้ว คือวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2493 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล หัวหิน โดยรถไฟขบวนพิเศษนั้น ด้วยการนำมาจัดแสดงไว้ภายในงาน ซึ่งนอกจากจะมีการแต่งกายย้อนยุคแล้ว ยังจะจัดให้มีบรรยากาศร้านค้า ขนมพื้นบ้าน รวมถึงรถไฟจำลองอีกด้วย ซึ่งประชาชนที่ไปชมงานบริเวณจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ในวันราชาภิเษกสมรส ที่เตรียมไว้ 2 แสนภาพด้วย” ดร.จรินทร์กล่าว

 ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช กล่าวอีกว่า คณะกรรมการยังเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษ เนื่องในวันที่ตรงกับวันพระบรมราชาภิเษก คือ พิธีแต่งงานตามประเพณีไทย โดยคู่บ่าวสาวที่ยื่นความจำนงเข้าร่วมพิธีจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณในการพระราชทานน้ำมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นมงคลต่อการเริ่มต้นชีวิต นับเป็นการได้รับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกต่อ นอกจากจะได้พรจากศาสนาที่ตัวเองนับถือด้วย

 นายตวง อันทะไชย วุฒิสมาชิก และหนึ่งในคณะกรรมการร่วมจัดงาน กล่าวย้ำว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้ต้องการให้ประชาชนออกมาบอกรักกัน ในทางกลับกันต้องการให้ประชาชนเห็นความงดงามของประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผูกพันระหว่างประชาชนชาวไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีอยู่มากเพียงใด

 "ประเทศไทยจะขาดสถาบันนี้ไปไม่ได้เลย ทั้งยังไม่เคยเห็นว่าจะมีสิ่งใดทำให้สังคมสมานฉันท์ได้นอกจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังจะดูได้จากทุกครั้งที่จัดงานเกี่ยวกับพระมหาษัตริย์ไทย จะเห็นได้ว่าทุกองค์กรทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเชื่อว่า การจัดงานครั้งนี้น่าจะนำมาซึ่งบรรยากาศความรักความสามัคคีกลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง" นายตวงกล่าว