
"บุ๋ม"ปนัดดาแจ้งจับมือแพร่ภาพลามกทางอีเมล์
"ปวีณา หงสกุล" นำ"บุ๋ม"ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เข้าพบ พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รอง ผบก.ปคม. ติติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ที่นำเข้าและส่งภาพลามกอนาจารทางอีเมล์ หลังจากเคยเข้าร้องทุกข์ไว้เมื่อปีที่แล้ว
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” อายุ 33 ปี อดีตนางงาม นักแสดง และพิธีกรชื่อดัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รอง ผบก.ปคม. เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ที่นำเข้าและส่งภาพลามกอนาจารโดยอ้างว่าเป็นภาพของ น.ส.ปนัดดา ผ่านทางอีเมล์ หลังจากที่เคยเข้าร้องทุกข์ไว้เมื่อเดือน มิ.ย.2552
น.ส.ปนัดดา กล่าวว่า ภาพที่มีการเผยแพร่ทางฟอร์เวิร์ดเมล์นั้นมีทั้งหมด 5 ภาพ โดย 3 ภาพเป็นภาพลามกอนาจารซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่ภาพตนแต่น่าจะเป็นภาพที่นำมาจากภาพยนตร์ลามกมาปนกับอีก 2 ภาพซึ่งเป็นภาพที่ตนเคยถ่ายแบบไว้ ซึ่งภาพเหล่านี้ตนทราบมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อนแต่ช่วงนั้นไม่ได้แจ้งความเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องจริง อีกทั้งเกรงว่าหากไปแจ้งความหรือมีการแถลงข่าวก็อาจจะถูกกล่าวหาได้ว่าอยากดังจึงไม่ได้ดำเนินการใดๆ กระทั่งเมื่อเดือน มิ.ย.2552 ก็พบว่ายังมีการส่งเมล์ภาพดังกล่าวอยู่อีกจึงนำเรื่องไปปรึกษานางปวีณาและเข้าแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี หรือ บก.ปดส. (ชื่อหน่วยงานเดิมก่อนเปลี่ยนมาเป็น บก.ปคม.)
น.ส.ปนัดดา กล่าวต่อว่า หลังแจ้งความแล้วทางตำรวจก็มีความคืบหน้าในการสอบสวนพอสมควรแต่ก็ยังมีการส่งต่ออีเมล์กันอีกเป็นจำนวนมากทำให้ตน และครอบครัวได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะข้อความประกอบภาพระบุว่าเป็นชื่อนามสกุลของตนทั้งที่ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการนำภาพมาผสมกัน ซึ่งตนคิดว่าผู้ที่ทำเรื่องนี้เพราะความสนุกมากกว่าจะมีเจตนาอย่างอื่น อย่างไรก็ตามอยากขอร้องผู้ที่ได้รับอีเมล์นี้หรืออีเมล์ลักษณะนี้แต่พาดพิงถึงดารานักแสดงคนอื่นๆด้วยว่า เมื่อได้รับแล้วก็ขอให้ลบทิ้งอย่าส่งต่อเพราะไม่ใช่เรื่องดี อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ด้าน พ.ต.อ.ศรายุทธ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ บก.ปคม.จะไม่มีอำนาจสอบสวนคดีประเภทนี้แล้วแต่เมื่อมีการร้องทุกข์ไว้ตั้งแต่ยังเป็นหน่วยงานเก่าซึ่งมีการสืบสวนสอบสวนจนมีความคืบหน้าไปมากโดยตรวจสอบพบข้อมูลบุคคลที่เชื่อว่าเป็นผู้นำภาพเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเป็นผู้ส่งต่อ นอกจากนี้ยังมีการเรียกตัวผู้ที่รับเมล์และส่งต่อมาสอบปากคำในฐานะผู้ให้ถ้อยคำแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินคดีกับใครจึงทำเรื่องไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อขออนุมัติสอบสวนคดีนี้ต่อ
พ.ต.อ.ศรายุทธ กล่าวว่า ส่วนการสืบสวนไปให้ถึงต้นต่อของผู้ทำภาพหรือเป็นผู้เผยแพร่ภาพเป็นคนแรกนั้นยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ซึ่งต้องใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวน แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ส่งคนแรก หรือผู้ที่ส่งต่อให้คนอื่นๆก็ถือว่ามีความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เหมือนกัน นอกจากนี้ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย



