
"อดุลย์"เรียกผู้เชี่ยวชาญถกรับมือม็อบเสื้อแดง
"อดุลย์"ประชุมเข้ม เรียกผู้เชี่ยวชาญถกรับมือม็อบแดง ยันตร.พยายามไม่ให้เหตุการณ์รุนแรง ซ้ำรอย เม.ย.52
วันที่ 3 มีนาคม เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา(สบ 10) ฝ่ายความมั่นคงและกิจการพิเศษ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) เรียกประชุมวางมาตรการรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศจะเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่วันที่ 14 มี.ค.นี้ โดยได้มีการเรียกผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการควบคุมฝูงชน และมีประสบการณ์ในการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ทั้งในพื้นที่นครบาล ภูธร ตลอดจน ฝ่ายจราจร และกฎหมาย เข้าร่วมประชุมด้วย
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการตรวจสอบความพร้อมของแต่ละหน่วยทุกวัน เพื่อที่เตรียมรับสถานการณ์ โดยในวันนี้ ได้มีการเรียกประชุมผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ ทั้งในพื้นที่นครบาล ภูธร ตลอดจน ฝ่ายจราจร และกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการในการรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะพยายามไม่ให้การชุมนุมไปกระทบการจราจรของคนส่วนใหญ่ โดยมีการเตรียมทางเบี่ยงรองรับ ส่วนมาตรการตั้งด่านของตำรวจยังคงมีการดำเนินการอยู่ แต่มีการสับเปลี่ยนกำลังตามความเหมาะสม เพื่อให้กำลังไม่อ่อนล้า ตำรวจจะพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลสถานการณ์การชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรงซ้ำรอยเดือน เม.ย.2552
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในช่วงเช้า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้มีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ร่วมกับทุกบช. ซึ่งแต่ละบช.ได้แจ้งความสถานการณ์เคลื่อนไหวในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากใกล้วันที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศเคลื่อนไหว หลังจากนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ ได้มีการเรียกประชุมผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ในแก้ไขปัญหากรณีการชุมนุมเรียกร้อง การคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในพื้นที่นครบาล อาทิ ผบก.น.1 ผบก.สส.บช.น. ผบก.จร. และในพื้นที่ภูธร อาทิ ผบก.ภ.จ.ที่มีประสบการณ์ ผบก.ทล. และตำรวจตระเวนชายแดน ตลอดจน ฝ่ายจราจร และกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการในการรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า การประชุมวันนี้มีการ กำหนดสถานการณ์ หากมีการชุมนุมขนาดใหญ่จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และจะแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติอย่างไร เช่น กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมนำรถมาปิดถนน ตำรวจแต่ละหน้าที่ต้องทำอย่างไร เพื่อที่ตร.จะได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน อย่างน้อย เพื่อแจ้งให้สาธารณชนได้รับรู้ว่าขั้นตอนการทำงานของตำรวจนั้นมีการวางไว้อย่างเป็นระบบ โดยมีการจำลองสถานการณ์ร้ายแรงต่างๆ อาทิ การชุมนุมปิดถนน หรือแยกใหญ่ๆ ในพื้นที่กทม. โดยจะต้องหายุทธวิธีเพื่อไม่ให้กระทบประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งเบื้องต้น จะเริ่มจากการเจรจา จากนั้นจะต้องแยกกลุ่มผู้ชุมนุมกับผู้ใช้รถใช้ถนนออกจากกัน ตามด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสถานการณ์ ป้องกันเหตุซ้ำรอยการชุมนุมช่วงเดือนเม.ย.2552
“ในทางยุทธวิถี ตำรวจจะกำหนดสถานการณ์ที่ร้ายแรงไว้ก่อน แล้วแก้ไขปัญหาจากยากไปหาง่าย เหมือนเราตั้งสมมติฐานว่ามีการปิดถนนไว้ก่อน แต่จริงๆแล้วอาจไม่มีการปิดถนนก็ได้ ซึ่งเมื่อกำหนดสถานการณ์ว่าร้ายแรงไว้ก่อน ทำให้การแก้ปัญหาง่ายยิ่งขึ้น ส่วนสถานการณ์จากการคาดคะเนจากการข่าว ทางแกนนำเองก็มีการสงวนท่าที ขณะนี้มีการระดมทุนจากจุดต่างๆอยู่”รองโฆษก.ตร.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ห้ามไม่ให้มีการปิดถนน เป็นโจทย์ที่ยากสำหรับตำรวจหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เป็นเงื่อนไขที่ยากในการป้องกันไม่ให้มีการชุมนุมปิดถนน แต่ตำรวจจะต้องหาแนวทางป้องกันให้ได้ เพราะในบางพื้นที่ เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีโรงพยาบาลอยู่หลายแห่ง หากมีการปิดถนนอาจกระทบกับผู้ป่วยฉุกเฉินได้ ส่วนจะห้ามไม่ให้ปิดถนนหรือไม่นั้น ตามรัฐธรรมนูญ การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่กระทบสิทธิผู้อื่น หรือทำให้ผู้อื่นเสียหาย โดยหลังจากนี้สว.จร.ทุกพื้นที่ต้องไปสำรวจเส้นทางเบี่ยง เส้นทางหลีกเลี่ยง รองรับการชุมนุมปิดถนนด้วย



