ข่าว

น้ำโขงแห้งหนักสุดรอบ30ปี เรือข้ามฟากกระทบหนัก

น้ำโขงแห้งหนักสุดรอบ30ปี เรือข้ามฟากกระทบหนัก

03 มี.ค. 2553

น้ำโขงส่อวิกฤติ ด่านศุลกากรบึงกาฬ จ.หนองคาย เผยเรือขนส่งสินค้าใช้เวลาเดินทางไป-กลับถึง 2 ชม.จากปกติไม่เกิน 45 นาที ผู้ประกอบการทนแบกรับภาระค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ส่วนหอการค้านครพนมเผยผลการวัดระดับน้ำโขงจากตลิ่ง เหลือเพียง 0.35 เมตร จากปกติระดับน้ำสูงถึง

 (3 มี.ค.)  สถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังรุกลามในหลายพื้นที่ทางภาคอีสาน รวมไปถึงปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ปัจจุบันนี้ลดลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธุรกิจบริการอย่างเช่นเรือขนส่งสินค้า แพขนานยนต์ทั้งไทย-ลาวได้รับผลกระทบอย่างหนัก

 นางสาวสมสุข ขุทกะพันธุ์ ผู้ช่วยนายด่านศุลกากบึงกาฬ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ด่านศุลกากรบึงกาฬ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยการนำเข้า-ส่งออกสินค้าบริเวณนี้จะคมนาคมโดยการใช้เรือและแพขนานยนต์ แต่จากสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขงขณะนี้ระดับน้ำลดลงมากประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ไม่สะดวกต่อการคมนาคม โดยเฉพาะด้านการขนส่งสินค้า ซึ่งสินค้าที่นำเข้าไทยส่วนใหญ่จะเป็นไม้แปรรูป ส่วนสินค้าส่งออกส่วนมากจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค

 หลังน้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรือขนส่งสินค้าและผู้โดยสารต้องเพิ่มระยะเวลาในการเดินทางมากขึ้น จากปกติหากเป็นฤดูน้ำหลากการเดินทางไปกลับฝั่งไทย-ลาวใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที แต่ในช่วงหน้าแล้งต้องเพิ่มเป็น 2 ชั่วโมง เพราะต้องขับเรืออ้อมไกลเพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่มีระดับน้ำตื้นเขิน ทำให้ผู้ประกอบการเรือโดยสารหรือแพขนานยนต์มีต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น

 "ในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า หากระดับน้ำโขงยังลดลงเช่นนี้ เชื่อว่าการขนส่งสินค้าทางน้ำคงเลิกไปเลย เพราะแพขนานยนต์จะวิ่งไม่ได้ อาจจะต้องใช้เรือกีบในการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าเบ็ดเตล็ดแทน ส่วนจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงเกิดขึ้นหรือไม่นั้น เรื่องจากการสร้างสะพานเป็นเรื่องระดับรัฐบาลของสองประเทศ และใช้งบประมาณมหาศาล แต่หากเกิดขึ้นได้ก็จะดี เพราะจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า" นางสาวสมสุข กล่าว

 ส่วนที่ จ.นครพนม สภาพแม่น้ำโขงบริเวณด่านศุลกากรนครพนม เขตเทศบาลเมือง จ.นครพนม ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ระดับน้ำก็ลดลงเช่นเดียวกัน แต่เรือใหญ่ยังสามารถวิ่งให้บริการได้ เนื่องจากมีท่าเรือน้ำลึก

 นายสถาพร เจาะจง อายุ 45 ปี คนขับเรือโดยสารข้ามฟาก เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงไปมาก แต่เรือใหญ่ยังสามารถวิ่งได้ ต่างไปจากที่บริเวณจุดผ่อนปรน อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่ขณะนี้เรือใหญ่ไม่สามารถวิ่งได้ ต้องใช้เรือกีบในการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคแทน

 "ระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขณะนี้แพที่พักผู้โดยสาร ซึ่งในปกติฤดูน้ำหลากแพจะอยู่กลางน้ำ แต่ขณะนี้แพตั้งอยู่บนดินแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 มุกดาหาร-แขวงคำม่วน ซึ่งอยู่ห่างจากด่านศุลกากรประมาณ 9 กม.เชื่อว่าในอนาคตจะเป็นช่องทางในการขนส่งสินค้าได้อย่างสะดวกแทนการขนส่งทางเรือ" นายสถาพร กล่าว

 ขณะที่ นายมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้า จ.นครพนม ระบุว่า จากการวัดความลึกของน้ำโขงจากตลิ่งพบว่า ความลึกเหลือเพียง 0.35 เมตรเท่านั้น เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่แล้วที่มีปริมาณน้ำลึก 0.6-0.8 เมตร จากปกติที่ระดับความลึกจะอยู่ที่ 1.90-2.0 เมตร ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำในปัจจุบันแห้งหนักสุดในรอบ 30 ปี

 อย่างไรก็ตาม หากมองถึงผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจจากระดับน้ำที่ลดลง ก็จะทำให้เป็นอุปสรรคในการขนถ่ายสินค้าข้ามฟาก โดยเฉพาะวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างเขื่อนน้ำเทินที่ฝั่งลาว และอาจำให้ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอาจจะปรับเพิ่มขึ้น หรือการระวางหรือการบรรจุสินค้าในเรือก็อาจจะน้อยลง
 ทั้งนี้หากมองในแง่ของผลกระทบเชิงบวกของระดับน้ำที่ลดลง ก็คือ จะทำให้กระบวนการในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 มีความคล่องตัวมากขึ้น และทำให้คาดการณ์ว่าการก่อสร้างสะพานจะเสร็จเร็วขึ้นสัก 2-3 เดือน จากเดิมกำหนดแล้วเสร็จ วันที่ 11/11/11 (11 พ.ย.54) ก็อาจจะแล้วเสร็จราวเดือน ก.ย.54 ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 30%