ข่าว

กทม.ประจานป้ายโฆษณาผิดกม.เริ่มที่บางแค

กทม.ประจานป้ายโฆษณาผิดกม.เริ่มที่บางแค

03 มี.ค. 2553

“ธีระชน” เอาจริง เริ่มติดสติกเกอร์ประจานป้ายโฆษณาผิดกฎหมายแล้ว ประเดิมเขตบางแค พบป้ายขายบ้าน บ.ยักษ์ใหญ่เพียบ ย้ำ 1 ปี กทม.ต้องปลอดป้ายเถื่อน-เลี่ยงภาษี

 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เวลา 10.30 น. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พร้อมด้วยนายมานิต เตชอภิโชค รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ และนางนภาพร อิสรเสรีพงษ์ ผู้ช่วยปลัด กทม. ลงพื้นที่ซอยจรัลสนิทวงศ์ 13 (พาณิชยการธนบุรี) เขตบางแค พร้อมนำเจ้าหน้าที่เทศกิจกว่า 10 นาย เข้าติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ “ป้ายผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด พ.ศ. 2535” บนป้ายโฆษณาที่ติดผิดกฎหมายในพื้นที่สาธารณะ เช่น เสาไฟฟ้า ส่วนใหญ่เป็นป้ายโฆษณาขายบ้าน ทาวน์โฮม ของบริษัทใหญ่ ซึ่งมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงการเสียภาษี ทั้งนี้ เพื่อประณามการกระทำดังกล่าวของบริษัทเอกชน

 นายธีระชน กล่าวว่า ในเดือนมี.ค.นี้ จะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจจากส่วนกลาง ลงพื้นที่ติดสติกเกอร์ดังกล่าวตามป้ายที่ติดตั้งผิดกฎหมาย เพื่อประจานพฤติกรรม และรณรงค์ให้เสียภาษีกับ กทม.อย่างถูกกฎหมาย ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 9 เดือน กทม.ดำเนินการจัดเก็บป้ายโฆษณาผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 300,000 ป้าย แต่สุดท้ายก็กลับมาใหม่ ดังนั้น กทม.จะใช้มาตรการที่เข้มข้นด้วยการติดสติกเกอร์ ซึ่งเป็นมาตรการที่ฟ้องสังคมให้ประชาชนรับรู้ว่าบริษัทใหญ่ๆ เป็นบริษัทมหาชนหลายบริษัทมียอดขายเป็นหมื่นล้านบาท/ปี แต่ไม่ยอมเสียภาษี อีกทั้งยังเอาเปรียบรัฐอีกด้วย และหลังจากนี้ตนจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เขตดำเนินการจัดเก็บป้ายที่ติดสติกเกอร์แจ้งเตือน หรือให้เจ้าของเก็บออกให้หมด สำหรับป้ายที่ติดตั้งในพื้นที่เอกชนตนให้เวลา 1 เดือน ในการเข้ามาเสียภาษีอย่างถูกต้อง แต่หากเจ้าของป้ายไม่ดำเนินการเสียภาษี กทม.จะใช้วิธีออกหนังสือตราครุฑไปยังที่อยู่บริษัทต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบปรับ โดยจะเริ่มส่งจดหมายหลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไป

 นายธีระชน กล่าวว่า วิธีการดังกล่าวตนมั่นใจว่าภายใน 1 ปี จะเห็นผลสำเร็จ ขณะเดียวกันตนเชื่อว่ามาตรการเอาจริงกับป้ายผิดกฎหมายจะช่วยกระตุ้นให้การจัดเก็บภาษีป้ายเป็นไปตามเป้า ซึ่งตนได้กำหนดว่าในปี 2553 นี้ กทม.จะต้องมีรายได้จากการเก็บภาษีป้าย 800-1,000 ล้านบาท คือเพิ่มจากปี 2552 ที่จัดเก็บได้ 600 ล้านบาท รวมทั้งเป็นการช่วยรักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมืองด้วย ทั้งนี้ กทม.สามารถใช้มาตรการทางกฎหมาย 2 ฉบับมาบังคับใช้ได้ คือ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด พ.ศ. 2535 ปรับได้สูงสุด 5,000 บาท และพ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ปรับได้สูงสุด 50,000 บาท สำหรับเขตที่ยังไม่เอาจริง หรือปล่อยให้มีป้ายผิดกฎหมายติดอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก จะเสนอมาตรการไปยัง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เพื่อลงโทษตามระเบียบของทางราชการต่อไป

 ส่วนโครงการ 1 ป้าย 1 บาทนั้น ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย.นี้ ระหว่างนี้จะให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดแทนเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่อแบ่งรายได้ให้เจ้าหน้าที่กวาดถนน